 |
ความยุติธรรมกับเจ้าของทีม สโมสรสามารถขาดทุนได้ตามเกณฑ์สูงสุดที่กำหนดเท่านั้นในช่วงของการควบคุม เมื่อมีเงินเข้าสู่สโมสรอย่างเหมาะสม (หมายถึง เจ้าของไม่นำเงินมาช่วย) เพื่อที่เจ้าของทีมไม่สามารถอัดฉีดเงินได้ สโมสรสามารถขาดทุนสูงสุดได้แค่ 5 ล้านปอนด์ ในการควบคุมช่วงสองปีแรกในกรณีที่เจ้าของนำเงินมาช่วย
ตัวอย่าง สโมสรที่มีรายได้จากผู้ชมแข่งขัน, การถ่ายทอดสด, การขายลิขสิทธิ์สินค้า และเงินรางวัลเท่านั้น จะขาดทุนได้ถึง 45 ล้านยูโรในฤดูกาล 2012/2013 สโมสรที่มีรายได้จากข้างบน และบวกกับที่เงินเจ้าของหามาให้จะขาดทุนได้ไม่เกิน 5 ล้านยูโรในฤดูกาล 2012/2013
รายได้ที่กำหนดให้สามารถนำมาใช้ได้ หรือนำมาคำนวณกำไรขาดทุนตามกฎ ไฟแนลเชียร์ แฟร์ เพลย์ มีดังนี้ 1. ค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด 2. ค่าผ่านประตู และค่าของที่ระลึก 3. เงินรางวัลจากการแข่งขัน 4. เงินจากผู้สนับสนุน
มูลค่ายุติธรรม ยูฟ่าต้องการแน่ใจว่าเจ้าของสโมสรจะไม่อัดฉีดเงินสู่สโมสรฟุตบอลเพื่อผ่านเกณฑ์ ไฟแนลเชียร์ แฟร์ เพลย์ ดังนั้นจึงได้ให้มีการบันทึก รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง กับเจ้าของสโมสร เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานทางธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง ประกอบไปด้วยเจ้าของสโมสร และเครือญาติผู้สามารถสนับสนุนทางการเงินให้กับสโมสรได้ จากรายชื่อนี้สามารถทำให้บรรจุ มูลค่ายุติธรรม ไปในการดำเนินงาน เพื่อตรงตามวัตถุประสงค์ในการคำนวณของ ไฟแนลเชียร์ แฟร์ เพลย์ มูลค่ายุติธรรม ไม่ได้มีความจำเป็นเหมือนมูลค่าทางการตลาด (คือ จะมีในบัญชีหรือไม่มีก็แล้วแต่พฤติกรรมของเจ้าของและเครือญาติ)
ตัวอย่าง ญาติเจ้าของสโมสรนำเงินมาสนับสนุนในรูปของการลงโฆษณาก็ถูกคิดเป็นรายจ่าย มูลค่ายุติธรรม
อัตราการขาดทุนต้องลดลง ตามกฎอัตราการขาดทุนของสโมสรนั้น ได้ถูกกำหนดให้ลดลงในแต่ละปีเพื่อให้ผ่านเกณฑ์อนุญาต เพราะฉะนั้น ถึงแม้รายงานทางการเงินของสโมสรจะแสดง การขาดทุน ที่ต่ำว่าเกณฑ์กำหนดในช่วงของการควบคุม แต่ถ้าการขาดทุนไม่ลดลงในปีต่อปี สโมสรก็ไม่ผ่านเกณฑ์ตามกฎข้อสี่
สมมุติ ฤดูกาล 2011/2012 ขาดทุน 1 ล้าน ฤดูกาล 2012/2013 ขาดทุน 2 ล้าน ถ้าพิจารณาจากการควบคุมช่วงแรกที่อนุญาตให้ขาดทุนสองฤดูกาลรวมกันไม่เกิน 45 ล้านยูโร มันอยู่ในเกณฑ์ก็จริง แต่เนื่องจากขาดทุนเพิ่มขึ้นจึงไม่ผ่าน
ไฮบิวรี่คอนโด ของอาร์เซน่อลก็ไม่นำมารวมเป็นรายรับนะ
จากคุณ |
:
สารานุกรมกัลโช่
|
เขียนเมื่อ |
:
3 ก.ย. 55 07:13:56
|
|
|
|
 |