Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
[กระทู้ผีแดง 2012-10-04] เมื่อรูนีย์ "คลิ๊ก" และมีเคมีตรงกับ "RVP" ติดต่อทีมงาน

ในฐานะ คอบอล คนหนึ่งที่ไม่ใช่แฟนทีมปิศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด ผมยอมรับว่า เอนจอย นะครับตอนเห็นลูกทีมท่านเซอร์โดน นำก่อน ในทุกแมตช์ฤดูกาลนี้

และก็ ยอมรับ ด้วยว่า ไม่ฮา เพราะยอดทีมอังกฤษคัมแบ็กได้แทบทุกครั้ง จะมียกเว้นก็แค่เกมล่าสุดกับ สเปอร์สในบ้านเท่านั้น

นอกนั้นอีก 4 เกมในลีก และเกมล่าสุดใน UCL รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 กับซีเอฟอาร์ คลูจ ทีมปิศาจแดงแซงกลับ หรือ Come from behind มาชนะได้ทุกครั้ง

ข้อดีประการหนึ่งของการ “พลิกแซง” ที่ต่างจากแมตช์ “เข้าป้าย” ง่าย ๆ ชนิดนำม้วนเดียวจนจบ เช่น ที่เชลซีบุกไปถล่ม เอฟซี นอร์เชลลันด์ 4-0 ก็คือ ประเด็นสวย ๆ ให้ได้พูดถึงจากการ “แก้เกม” ผ่านสถานการณ์ที่ตกเป็นรอง

หรือผลงานของนักเตะที่สามารถ “พลิกเกม” หรือเปลี่ยนเกมให้ทีมได้อย่างเช่น ล่าสุดที่การลงสนามพร้อมกันตั้งแต่นาทีแรกระหว่าง โรบิน ฟาน เปอร์ซีย์ และเวนย์ รูนีย์ ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จอย่างสูง

ตามหลังการลงมา “เปลี่ยนเกม” ในครึ่งหลังแต่ไม่ทันการณ์ในแมตช์แพ้สเปอร์ส 2-3 ของรูนีย์ที่ทั้งไอ้หมูพลิ้ว และ RVP ฉายแววการเล่นคู่กันได้ดี

ดังนั้นการได้เห็นเซอร์อเล็กซ์ จับรูนีย์ และขุนพลชุดใหญ่เน้น “เกมรุก” เต็มรูปแบบบุกคลูจจึงเป็นอะไรที่น่าสนใจหลังจากซีซั่นก่อน “เฟอร์กี้” พลาดใส่นักเตะชุดรองลงสนามในหลายเกม UCL รอบแบ่งกลุ่มจนต้องตกรอบแรก

รูนีย์ assist ให้ฟาน เปอร์ซีย์ จากทั้ง 2 ประตูในชัยชนะนัดที่ 2 ติดต่อกันในยุโรปผ่านระบบที่ผมมองว่าน่าจะเป็น 4-2-3-1 ที่มีชิชาร์ริโต้ห้อยหน้า และรูนีย์, ฟาน เปอร์ซีย์ และทอม เคลฟเวอร์รี สนับสนุน ขณะที่ดาร์เรน เฟลตเชอร์ และอันแดร์สัน เป็นมิดฟิลด์คู่กลาง

ระบบนี้จะเป็นอีก “ออฟชั่น” ของทีม เพราะเกมรุกจะทำจากการเจาะตรงกลางเป็นหลัก เนื่องจากด้านกว้างของสนามที่เติมเกมรุกจะไม่มี นานี่, อันโตนิโอ บาเลนเซีย หรือแอชลีย์ ยัง แต่จะเป็นแบ็คทั้ง 2 ข้าง: เอฟร่า และราฟาเอล

การมี RVP, รูนีย์, ชิชาร์ริโต้, เคลฟเวอร์รี ลงสนามพร้อมกัน สิ่งที่ “การันตี” ได้แน่นอนก็คือ “โอกาส” ในการทำประตูที่สุดท้ายก็แล้วแต่ “จังหวะ” และ “โชค” เหมือนกันว่าโอกาสจะเปลี่ยนเป็นประตูได้แค่ไหน

แต่อย่างน้อยผมมั่นใจครับว่า 8 จาก 10 แมตช์ หรือ 80% ขึ้นไป ท่านเซอร์ต้องใช้ “อาวุธ” เหล่านี้ที่มีไม่นับ “อะไหล่” ในคลังอย่าง แดนนี่ เวลเบ็ค ฯลฯ เปลี่ยนทุกสถานการณ์เป็น “ประตู” ได้มากกว่า “เสียประตู” แน่นอน

ครับถึงเวลานี้ ผมคิดว่า แฟนทีมผีแดงต้อง “ทำใจ” เนื่องจากเกมรับมีปัญหามากจริง ๆ เช่นเกมนี้ก็ปล่อยให้หัวหอกทีมชาติกรีซ พันเทลิส คาเปตานอส ยืนว่าง ๆ และพลิกตัวยิงในเขตโทษได้อย่างไร?

ระหว่าง จอนนี่ อีแวนส์, ริโอ ใครควรจะประกบ หรือสื่อสารถึงกัน และกัน เพราะการเสียประตูนั้นเกิดขึ้นได้ครับ เฉพาะอย่างยิ่งเกมระดับสูงอย่าง UCL แต่มันต้อง “ไม่ง่าย” ขนาดนี้ หรือเหมือนทั้ง 3 ประตูที่เสียให้สเปอร์ส

งานนี้ระดับ อลัน เชียเรอร์ ยังแสดงความเห็นว่า การขาด เนมันย่า วีดิช กัปตันทีมจะมีผลถึงการชวดแชมป์พรีเมียร์ลีก

ไม่นับการได้เห็น “ส่วนเกิน” อย่าง มิคาเอล ซิลแวสต์ ที่ไร้สังกัด ณ วัย 36 ปีมาร่วมเทรนกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่คาร์ริงตัน ยังเป็นภาพน่าคิดว่า วันหนึ่งกองหลังฝรั่งเศสอาจได้กลับมาเติมตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟช่วยทีม

เพราะผมกำลังรอดูอยู่ว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ วัย 33 ปี และมีประวัติการบาดเจ็บบ่อยจะทนเล่นสัปดาห์ละ 2 แมตช์หนัก ๆ แบบนี้ได้ต่อไปอีกสักกี่น้ำ ซึ่งเมื่อถึงวันนั้น สถานการณ์ “เกมรับ” ของทีมปิศาจแดงจะยิ่งน่าเป็นห่วง

ตรงกันข้าม การได้เห็น “แชมป์เก่า” UCL ถล่มแชมป์เดนมาร์ก นอร์เชลันด์ ถึง 4-0 แต่กลับไม่มีชื่อ เฟอร์นันโด ตอร์เรส บนสกอร์ชีต (แม้จะเล่นได้ดีโดยรวม) ทำให้ผมแอบเป็นห่วงทีมสิงโตน้ำเงินคราม

ครับ ในเวลาที่แมนฯยูฯ มีกองหน้าเยอะแยะ และระดับโลกถึง 4 คน แต่ขาดกองกลางชั้นดี เชลซีกลับไม่มีกองหน้า แต่มีกองกลางทุกรูปแบบที่ต้องการทั้งรุก, รับ หรือเพลย์เมคเกอร์ ชนิดที่ RDM โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ต้องอธิบายให้แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้าใจว่า บทบาทบนม้านั่งสำรองจะต้องมีมากขึ้น

โดยรวม ๆ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา RDM ทำได้ดีกว่า เฟอร์กี้ เพราะเลือก “โรเตชั่น” ได้เหมาะสม เช่น เกมนี้กับนอร์เชลันด์ ซึ่งเป็นทีมยุโรป และเล่นช้า แลมพาร์ดได้โอกาสลงสนามเป็นกัปตันทีม และตัวจริง

ต่างกับท่านเซอร์ที่ผมไม่แน่ใจว่า พอล สโคลส์ และไรอัน กิ๊กส์ ป่วยจริงเหมือนข่าวบางกระแส หรือต้องการจะเปลี่ยนทัพในแมตช์นี้กับคลูจซึ่งผมมองว่า สโคลส์ และกิ๊กส์ เล่นสบาย เพราะเกมยุโรปจะช้ากว่าในพรีเมียร์ลีก (เช่น เกมกับกาลาตาซาราย ซึ่งสโคลส์เล่นเป็นพระเอก)

แต่สโคลส์, กิ๊กส์ และริโอ เล่นด้วยกันไม่ได้แน่ ๆ กับทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก เพราะความสด, ความฟิต และความเร็วเป็นรองเหมือนที่โดนสเปอร์ส “สอนบอล” มา

วกมาที่ เชลซีอีกครั้งครับ ปัญหาของตอร์เรสซีซั่นนี้ก็คือ หัวหอกสแปนิชไม่มี “คู่แข่ง” ในแดนหน้าให้เค้า “เค้นฟอร์ม” ที่ดีกว่านี้ออกมา เพราะแดเนียล สเตอร์ริดจ์ ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสจาก RDM เฉพาะอย่างยิ่งโอกาสเป็น “หอกเดี่ยว”

อารมณ์ตอรเรสจึงดูขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวดูแฮปปี้ เดี๋ยวดูเซ็ง ๆ ไม่ทุ่มเทในสนาม หรือคาดเดาใจไม่ถูกในเวลาที่แม้จะเล่นดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ดีเท่าตอนอยู่ลิเวอร์พูล

หากตอร์เรสเจ็บไป ผมเกรงว่า เชลซีอาจมีปัญหา และมีสิทธิ์ “สะดุด” ได้ในซีซั่นที่ยัง “ราบรื่น” ไร้ปัญหาอยู่ ต่างจากแมนฯยูฯที่ “ขรุขระ” พอควรแต่เอาตัวรอดได้เรื่อย ๆ

เฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ รูนีย์ และ RVP เป็นดูโอที่ดูเข้าอกเข้าใจกัน และ “คลิ๊ก” กันขนาดนี้...

(ข้อมูลจาก นสพ.ฮอตสกอร์ คอลัมน์ “กีฬาพาคุย” โดย “ไข่มุกดำ” ฉบับขาย 4 ต.ค. 55)

credit : คอลัมน์ “ไข่มุกดำ”: คอลัมนิสต์ นสพ.เดลินิวส์ และฮอตสกอร์
www.facebook.com/khaimukdam

 
 

จากคุณ : เลขาลิขิต
เขียนเมื่อ : 4 ต.ค. 55 12:01:22




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com