เยอรมัน-สวีเดน 4-4 เสมอก็เหมือนแพ้
|
|
จบเกมพูดไม่ออกบอกไม่ถูก โฆษกช่อง 1 หาคำพูดไม่ถูก เมห์เมต โชล โฆษกร่วมทำหน้างงสุดขีด มันเป็นไปได้ยังไงกัน ก็เมื่อกี้เรายังนำอยู่ 4-0 อีกแค่ครึ่งชม.จะหมดเวลา ไม่มีทีมชั้นนำทีมไหนในโลกทำได้แบบเยอรมันที่ปล่อยให้อีกฝ่ายที่เพิ่งถูกไล่ถลุงอย่างสนุกสนานกลับมาตีเสมอได้ นับเป็นประวัติศาสตร์ของเดเอฟเบที่เราปล่อยให้ชัยชนะหลุดลอยไปจากมือทั้งๆที่นำโด่งอยู่ถึง 4-0
พอเปิดเกมทีมเราก็เล่นอย่างมีสมาธิสุดๆ เคาะลูกกันอย่างเพลิดเพลินและหาโอกาสทำประตูกันอย่างเมามัน นาทีที่ 8 เราเคาะลูกกันนานเป็นประวัติการณ์ถึง 1 นาที 24 วินาที เคาะกัน 33 จังหวะจนได้ประตูแรก รอยส์วิ่งอ้าวไปหน้าประตูก่อนส่งลูกให้โคลเซ่เตะเข้าประตูไปอย่างสุดสวย ในนาทีที่ 15 เหมือนฉายหนังซ้ำ รอยส์กับโคลเซ่ช่วยกันหาทางทำประตูและโคลเซ่ยิงประตูที่ 2 ได้ กองเชียร์เยอรมันหน้าบานกันทั้งประเทศ เราครองบอลได้กว่า 70% สวีเดนทำอะไรไม่ได้ เลอะเลือนกันไปทั้งทีม ยัง ยังไม่หนำใจ มุลเลอร์ยังส่งลูกให้แพร์ยิงประตูที่ 3 ได้อีกในครึ่งแรก แพร์ดีใจวิ่งไปกอดโพลดี้ข้างสนาม ทีมสตาฟและนายก แอนเจลา แมร์เคิล ยิ้มกันแก้มปริ นี่มันทีมระดับโลกจริงๆ แต่ละลูกที่ยิงได้ล้วนแล้วมาจากการหาจังหวะไม่ใช่ลูกส้มหล่นหรือลูกมั่วซั่ว เล่นแบบนี้แววแชมป์โลกชัดๆ จบการแข่งขันครึ่งแรกกองเชียร์โห่ร้องยินดีปรีดา นักเตะหน้าบานเป็นกะโล่
พอเริ่มครึ่งหลังสวีเดนชักออกแนวสู้ ทีมเราชักรวน แต่ในนาทีที่ 56 โอซิลยิงประตูที่ 4 ได้ แม่เจ้า ไม่ชนะวันนี้จะชนะวันไหนล่ะ แต่ในนาทีที่ 62 อิบราฮิโมวิชก็ตีไข่แตก บรรดาแฟนๆก็ยังนึกว่า เอาเหอะ ให้เขาซักลูกไม่น่าเกลียด ใครจะไปรู้ว่าหายนะกำลังเกิดขึ้นกับทีมเรา เผลอแผลบเดียวสวีเดนตามมาเป็น 2-4 เอ มันชักจะไม่ดี แต่แทนที่ทีมเราจะตั้งสติ นำอยู่อีกตั้ง 2 ลูกแทนที่จะเอาจริงเอาจังกลับกลายเป็นเละทั้งทีม นี่คือจุดอ่อนของทีมเราคือเสียสมาธิได้ง่ายมากเกินไป พอพลาดแล้วจิตใจกระเจิดกระเจิง กระเจิงคนเดียวก็แย่พอแล้วนี่ดันกระเจิงทั้งทีมรวมไปถึงนอยเออร์ที่เล่นแย่เอามากๆ ทีมเรากลายเป็นทีมหมู่บ้านไปอย่างฉับพลัน ส่งลูกผิดพลาดอย่างไม่น่าอภัย ไม่กล้าบุก ไม่กล้าเข้าปะทะ ปล่อยให้สวีเดนครองบอลแย่งบอลไปแบบเหลือเชื่อ
คนดูชักเริ่มหวั่นใจ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเผลอๆอาจแพ้ บอลมันลูกกลมๆอยู่ด้วย ดูไปดูเข็มนาฬิกาไป แล้วก็เป็นจริงอย่างที่หวั่น สวีเดนตามมาเป็น 3-4 จะบ้าตาย อะไรกันโว๊ย นี่มันเยอรมันทีมเดียวกันจริงหรือนี่ หรือเปลี่ยนเอาทีมหมู่บ้านมาลงแทน แล้วนอยเออร์ไหนว่าระดับโลกทำไมมันเฟอะฟะขนาดนั้น ยิ่งดูยิ่งกลุ้ม ไม่ต้องปงต้องไปมันแล้วบอลโลก ถ้าไปแล้วเล่นแบบนี้ม้วนเสื่อตกตั้งแต่รอบแรกแน่ ดูไปจินตนาการไปร้อยแปด หมดเวลาซักที เออ ยังชนะอยู่ 4-3 แต่พอเห็นป้ายต่อเวลาทดเจ็บอีก 3 นาทีจิตเริ่มตก จะรอดไหมนี่ ทั้งลาห์มทั้งชไวนี่โดนใบเหลืองฐานถ่วงเวลา ในนาทีที่ 92 เราได้ลูก มันน่าจะดึงชนะได้แต่เยอรมันทีมนี้ซะอย่าง ทำอะไรไม่คาดฝันได้อยู่เรื่อย จึงในนาทีที่ 92 ครึ่ง อิบราฮิโมวิชวิ่งมาเอาศอกถองแพร์ในเขตโทษ เป็นลูกฟาวล์ 100 % แต่กรรมการไม่เห็น เทพีแห่งโชคช่วยให้อิบราฮิโมวิชถองกบาลแพร์จนล้ม คนอื่นมัวตะลึงงัน ทางเลยเปิดโล่งโจ้งให้สวีเดนตีเสมอไปในวินาทีสุดท้าย
เงียบงันกันทั้งสนามทั้งคนดูทางบ้านและโฆษก พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันไปถ้วนหน้า ชไวนี่ว่าเกิดมาในชีวิตไม่เคยเจอเกมอะไรแบบนี้ นำตั้ง 4-0 ไม่มีทีมชั้นนำทีมไหนในโลกจะปล่อยให้ชัยชนะหลุดมือได้อย่างนี้ ลาห์มว่านำตั้ง 4-0 แล้วถูกตีเสมอน่ะมันต้องมีอะไรผิดพลาดอย่างมหันต์แน่ๆ โครสว่า เพราะนำโด่งขนาดนั้นก็เลยเห็นว่าทุกอย่างแสนจะง่าย ผลก็คือเล่นกันแบบหละหลวมเกินไป เลิฟหน้าตึงเป็นหนังหน้ากลอง ให้สัมภาษณ์แบบระงับอารมณ์สุดๆ หาคำอธิบายไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกทีมเงียบเป็นเป่าสาก ไม่มีใครพูดอะไรซักคำ
จบเกมไป นอนแทบไม่หลับ เล่นแบบนี้ทำร้ายจิตใจคนดูอย่างมาก ถึงจะรักทีมเยอรมันมาเป็นชาติแต่ดูแล้วก็ท้อใจ ทำไมเราถึงเป็นทีมที่ไม่คงเส้นคงวาได้ถึงขนาดนี้ ดูแล้วก็ได้แต่คิดว่า เราเป็นทีมที่ต้องได้ประตูก่อน ถ้านำอยู่จะเล่นดีมากและเอาชนะได้ทุกทีม ถ้าถูกนำไปก่อนหรือถูกตามตื้นถูกตีเสมอ จิตใจของนักเตะจะรวนเร ยังไม่แกร่งและมั่นคงพอเหมือนพวกรุ่นพี่ยุค 90 ที่สู้ไม่ถอยและสู้ด้วยหัวใจสิงห์ ทีมเรายุคนี้ถอดใจง่ายเกินไป และเมื่อคนนึงรวนคนที่เหลือก็พากันรวนยกทีม ไม่มีใครนำใครได้ แม้แต่นักเตะมากประสบการณ์อย่างลาห์ม ชไวนี่ โคลเซ่และแพร์ก็ยังคุมเด็กๆไม่ได้ นอยเออร์ที่ฝีมือระดับโลกก็พลอยติดเชื้อขวัญหนีดีฝ่อ ลูกบอลหลุดไม้หลุดมืออย่างน่าเศร้า ดูแล้วคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้อย่าว่าแต่หวังแชมป์โลกเลย จะเป็นที่ 1 ของกลุ่มในรอบคัดเลือกรึเปล่ายังไม่รู้
เมห์เต โชล หน้าตาละเหี่ยและเศร้าหมอง แม้อย่างนั้นเมห์เหมตก็ยังให้กำลังใจทีมเรา อย่าท้อใจนะ เรามีฝีมือแน่นอน ก็ดู 60 นาทีแรกซิ เราเล่นดีขนาดไหน ประตูที่ยิงได้แต่ละลูกล้วนแล้วแต่สวยงาม เราเด่นทั้งรุกและรับ เป็นการเล่นที่สวยงามสุดยอด เป็นของขวัญให้คนดูโดยแท้ แต่ใน 30 นาทีหลังเราเล่นกันแบบหาคำอธิบายไม่ได้ มันเป็นการสามัคคีฆ่าตัวตายหมู่โดยแท้
ถึงผลจะเป็นเสมอแต่แก็เหมือนแพ้ แต่ก็นั่นแหละ พ่ายแพ้เป็นบทเรียน เชื่อว่าเกมนี้จะติดตาตรึงใจทุกคนไปอีกนานแสนนาน และเป็นบทเรียนให้นักเตะจดจำว่าเราจะต้องมีสมาธิตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้ายรวมถึงเวลาทดเจ็บด้วย ก็หวังว่าทีมเราจะจดจำและนำไปแก้ไขเพื่อพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นไปอีก
รักบ้างท้อบ้างแต่ก็รักทีมเยอรมันตลอดกาล
จากคุณ |
:
พฤกษชาติ
|
เขียนเมื่อ |
:
17 ต.ค. 55 13:41:42
|
|
|
|