 |
นำก่อน 4-0 แต่ไม่ชนะ
อินทรีเหล็ก เยอรมันเปิดเกมในบ้านสั่งลาปี 2012 ด้วยการบุกถล่มสวีเดน 4-0 ขึ้นนำก่อนแบบขาดลอย แต่ความได้เปรียบในช่วงเกือบ 1 ชั่วโมงแรกนั้น ก็กลายเป็นศรย้อนกลับมาสร้างปัญหาเปิดเครื่องหมายปริศนาให้ บุนเดสเทรนเนอร์ โยอัคคิม เลิฟ ต้องทำงานหนักช่วงพักบาวก่อนจะเริ่มต้นศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปีหน้า เยอรมันต้องปิดจุดอ่อนในเกมรับให้ได้ ข้นปล่อยไว้นี่เป็นอัตรายอย่างยิ่งยวด สำหรับเส้นทางสู่บราซิล 2014
ไวกิ้ง สวีเดน ไล่ยิงทยายตามจาก 0-4 เป็น 4-4 ทำเอาแฟนบอล 70,000 คน ในโอลิมปิคสเตเดี้ยม แห่งมหานครเบอร์ลิน ถึงกับเซ็งไปตามๆ กัน
โยอัคคิม เลิฟ ปรับเปลียน 2 ตำแหน่ง จากแมตช์ถล่มไอร์แลนด์ 6-1 เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน โดยกัปตันทีม ฟิลิปป์ ลาห์ม พ้นโทษใบเหลือง แต่ไม่ได้ยืนตำแหน่งแบ็คขวา เยโรม บัวเต็ง อย่างที่วางแผนเอาไว้ หากแต่ต้องยืนฝั่งซ้าย แทน มาร์เซล ชเมลเซอร์ ที่ข้อเท้าแพลง ขณะที่ ซามี่ เคคิร่า ที่เจ็บกล้ามเนื้อโคนขานั้น ไม่สามารถกลับลงมาได้ ทำให้ โทนี่ โรส ได้ยืนแทน โดยมี บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ คุมแนดกลางเกมรับ
ทางด้านเทรนเนอร์ เมซิต ของสวีเดน หลังจากทำผลงานชนะทีมชาติหมู่เกาะแฟโร 2-1 ก็ปรับทีมใน 10 ตำแหน่ง โดยให้ ซาฟารี, โฮลเมน, เอล์ม และ เอลมานเดอร์ ลงแทน มาร์ติน โพลเซ่น, คัลล์สตอร์ม, วิลเฮล์มสัน แล รานีกี
นักเตะ อินทรีเหล็ก เจ้าถอ่นสตาร์ตเกมอย่างเต็มความเชื่อมั่น เปิดเกมบุกเข้าใส่ทีมอาคันตุกะจากสแกนดิเนเวียทันที และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 2 โธมัส มุลเลอร์ ยิงติดส้นเท้าของนายประตู อิซัคค์สัน และในจังหวะยิงซ้ำก็ไม่ผ่านเสาประตู
เกมรับของนักเตะเจ้าบ้านแสดงให้เห็ฯถึงความไม่รัดกุมตั้งแต่นาทีที่ 5 โดย ฮามริน ได้เข้าไปยิงเตือน เกมรับทางสวีเดน ทุกคนพยายามช่วยกันประจำการในแดนของตัวเอง แต่กระนั้นก็ยังมีพื้นที่ว่างด้านข้างของฝั่งสวีเดนอย่างเห็นได้ชัดเจน และก็ได้ใช้ประโยชน์ในการต่อเกมขึ้นนำ 1-0 เมื่อ ฟิลิปป์ ลาหืม เปิดให้มาร์โก รอยส์ ทะลุเข้าหาแล้วตบกลับให้ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ล้มตัวยิงจากระยะ 9 เมตร เสียบสามเหลี่ยมใต้คานเข้าไปในนาทีที่ 8
นักเตะเยอรมันเปิดเกมเร็วเข้าบด ทำเอาฝั่งอาคันตุกะรับือไม่ทัน ลูกทีมของบุนเดสเทรนเนอร์ โยอัคคิม เลิฟ เดินเกมมุ่งมั่น เมซุต โอซิล และ มาร์โก รอยส์ แสดงให้เห็ฯถึงเคนิคเหนือชั้น ควบเข้าไปสร้างปัญหาให้แผงหลังของสวีเดนตลอดเวลา
และ มาร์โค รอยส์ ก้เป็นจุดเริ่มต้นปูทางให้เยอรมันได้ประตี่ 2 หลังจากทำชิ่งกับ เมซุต โอซิล และ โธมัส มุลเลอร์ ทะลุไปจนถึงเส้นหลัง ก่อนปาดกลับให้ มิโณสลาฟ โคลเซ่ ซัดประตูที่ 2 ในนาทีที่ 15 ได้อย่างเด็ดขาด ตอนนี้ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ยิงรวมได้แล้ว 67 ประตุ เหลืออีกเพียงลูกเดียวก็ทาบรัศมีของ ไอ้ดินระเบิด แกร์ด มุลเลอร์ สุดยอดดาวยิง ฮีโร่ นักเตะเยอรมัน ในทรรศวรรษที่ 70 แล้ว
นักเตะ อินทรีเหล็ก เยอรมัน เปิดเกมพาวเวอร์เพลย์ต่อเนื่อง 15 นาที ก่อนที่จะผ่อนจังหวะเกมให้ช้าลง นักเตะทีมเยือนภายใต้การนำของซุปเปอร์สตารืดัง ชลาตัน อิมบราฮิโมวิช แทบจะหมดสิทธิ์อย่างสิ้นเชิง เยอรมันครองเกมกลางสนามได้อย่างเบ็ดเสณ้จ เกมรับแทบจะไม่ต้องทำอะไร ขณะที่เกมรุกนั้น มีสิทธิ์ทำได้อยู่ตลอดเวลา
เมซุต โอซิล ควบคุมจังหวะความเร็วขเงอเกมได้อย่างเด็ดขาด ก่อนจบครึ่งแรก โอซิล ก็เปิดทางให้ มาร์โก รอยส์ ได้ยิง แต่ติดนายประตู อิซัคส์ศัน ในนาทีที่ 38
ในนาทีถัดมา แพร์ เมเตซัคเกอร์ ก็ยิงพิ่มให้เยอรมันขึ้นนำ 3-0 โดยนักเตะเจ้าล้านได้เปิดบอลจากริมเส้นฝวั่ซ้าย ให้ โธมัส มุลเลอร์ โขกจากเสาสอง กลับเข้าหน้าปากประตูให้ แพร์ เมเตซัคเกอร์ หมุนตัวซัดวอลเลอย์จากระยะ 6 เมตร จังหวะนี้ ผู้ตัดสิน พรอมซ่า ไม่เป่าแฮนด์บอล มิโรสสลาฟ โคลเซ่ ที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเพียงเสี่ยววินาที
ครึ่งหลัง สวีเดน เปลี่ยนเอา คัสต์สตอร์ม และ คานิคลิก ลงแทน โฮมแมน และ เวมบอลม แต่โอกาสของเจ้าบ้านอินทรีเหล็กต่อไป เมซุต โอซิล เปิดงดงามให้ โธมัส มุลเลอร์ เข้าซัด แต่พลาดเป้าในนาทีที่ 50 ไอย่างน่าเสียดาย นาทีที่ 55 โธมัส มุลเลอร์ ทะลุหลุดขึ้นทางด้านขวา แล้วตบเข้ากลางให้ เมซุต โอซิล ตะบันซ้าย จากระยะ 8 เมตร เสียบมุมขวาล่างไปอย่างวดวาม ให้เยอรมันขึ้นนำ 4-0
หลังนำ 4-0 อินทรีเหล็กน่าจะจบด้วยความเชื่อมั่น แต่สมาธิในเกมรับ โดยเฉพาะ โฮลเกอร์ บาตสตูเบอร์ ทำให้นักเตะจากถิ่นสแกนดิเนเวียน กลับฟื้นคืนชีพได้อย่างมหัศจรรย์ ภายใน 2 นาที สวีเดน ได้ 2 ประตู จาก อิมบราฮิโมวิช ในนาทีที่ 62 และลุสติก ในนาทีที่ 64 จากนั้น 2 นาทีก็เกือบเป็นประตูที่สามของนักเตะไวกิ้ง เมื่อ อิบราฮิโมวิช เปิดทางให้ ลุสติกเข้าซัดแต่หลุดกรอบไปหวุดหวิด
นักเตะเยอรมันไม่สามารถรวมเกมรับได้อย่างที่ควรจะเป็น และทางด้านหน้าก็สูญเสียสมาธิ ทำให้นักเตะ ไวกิ้ง ได้ใจ เดินหน้าพาเหรดเข้าใส่แนวรับที่ชวนยวบของั่งเจ้าบ้านอย่ไม่เกรงกลัว คาคานิคคิ ได้โยนจากทางซ้าย และ เอลมานเดอรื ก็ซัดลอดขา โฮลเกอร์ บาสตูเบอร์ เสียเสาไกล ทำให้สกอร์บีบขึ้นมาเป็น 3-4 ในนาทีที่ 78
นายทวาร มานูเอล นอยเออร์ ก็ออกอาการติดเชื้อ เกมรับหล่ะหลวม นาที 8-0 ยอดนายทวาร เสือใต้ เล่นพลาด เกือบจะเป็นประตูตีเสมอ 4-4 ของ ซาน่า นักเตะสำรองที่เปลี่ยนลงมาของ สวีเดน และตอนทดเจ็บนาทีที่ 2 ฮิบราฮิโมวิช ก็เบียดฟาวล์ แพร์ เมเตซัคเกอร์ กลางอากาศให้ เอล์ม ได้ตีเสมอ 2-2
เกมนัดสุดท้ายอย่างเป็นทางการของทีมชาติเยอรมันเป็นการอุ่นเครื่องในบ้านของฮอลแลนด์ ในวันที่ 14 พฤศจิกายน
credit : นสพ.สตาร์ซอคเกอร์ โดย ก.ป้อหล่วน
จากคุณ |
:
เลขาลิขิต
|
เขียนเมื่อ |
:
18 ต.ค. 55 11:54:56
|
|
|
|
 |