รายงานผลการแข่งขัน: เชลซี 1 ลิเวอร์พูล 1
โพสเมื่อ : จันทร์ 12 พฤศจิกายน 2012 12:05 บทสรุป
ลูกโหม่งสุดคมในช่วงต้นเกมของ จอห์น เทอร์รี่ ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เชลซีเก็บสามแต้ม หลังจากลิเวอร์พูลไล่ตามตีเสมอได้โดยฝีมือของ หลุยส์ ซัวเรส
จากที่ได้เห็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะในเกมก่อนหน้า ยิ่งทำให้เชลซีกระหายในชัยชนะมากขึ้น แต่ก็ต้องเจอกับอุปสรรคใหญ่
เกมดูเหมือนจะไปได้สวยเมื่อ เทอร์รี่ ขึ้นโขกให้เชลซีนำไปก่อนตั้งแต่ยี่สิบนาทีแรกของการแข่งขัน แต่เพียงแค่สิบกว่านาทีถัดมากัปตันทีมสิงห์ก็ต้องถูกหามออกจากสนามเพราะอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
เชลซียังคงคุมเกมเป็นส่วนใหญ่ จนวินาทีสุดช็อกเมื่อ หลุยส์ ซัวเรส โหม่งตามน้ำเข้าไปเป็นประตูในช่วงสิบแปดนาทีสุดท้ายของครึ่งหลัง แม้ทั้งสองฝ่ายจะมีโอกาสทำประตูขึ้นนำแต่ก็ไม่เป็นผล จบเกมทั้งคู่ทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไปหนึ่งประตูต่อหนึ่ง
ข่าวทีม
เทอร์รี่ กลับมาบัญชาการทีมสิงห์ในสนามเป็นครั้งแรกหลังจากโทษแบนสี่นัดจบลง โดยเล่นเป็นเซ็นเตอร์คู่กับบรานิสลาฟ อิวาโนวิช ดาวิด ลุยซ์ไม่ได้ลงเพราะอาการป่วย ไรอัน เบอร์ทรานด์ลงประจำอยู่ฝั่งซ้ายแทนแอชลีย์ โคล โดยมีมาร์โก มารินนั่งรอโอกาสลงสนามเปิดตัวในศึกพรีเมียร์หลังจากการมาของเขาในช่วงซัมเมอร์
ฝั่งทีมลิเวอร์พูลของอดีตโค้ชสตาฟเชลซี เบรนดอน ร็อดเจอร์ส ก็จัดอดีตนักเตะเชลซี เกล็น จอห์นสัน ลงสนามด้วยเช่นกัน โดยให้เขารับหน้าที่อยู่ด้านขวา ขณะที่โจ โคลได้ลงเป็นตัวสำรอง
เจมี่ คาร์ราเกอร์ ถูกเรียกให้มาเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็คแทนมาร์ติน สเคอร์เทล เพื่อคอยตามประกบอดีตศูนย์หน้าลิเวอร์พูล เฟอร์นานโด ตอร์เรส
ครึ่งแรก
เริ่มเกมครึ่งแรกได้ไม่นานเชลซีก็มีลุ้นครั้งแรกโดย ออสการ์ ฉกบอลได้จาก โจ อัลเลน ก่อนไหลไปให้ เอด็อง อาซาร์ กระชากไปจ่ายคืน ออสการ์ หลุดเข้าเขตโทษไปซัดข้ามคาน เจ้าบ้านเป็นฝ่ายคุมเกมอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังไม่มีจังหวะทำประตูแบบเน้นๆ
จนนาทีที่สิบเก้า เมื่อมาได้โอกาสจากลูกเตะมุม ฮวน มาต้า รับหน้าที่เปิดบอลเข้ามา จอห์น เทอร์รี่ ซึ่งไร้ตัวประกบขึ้นโขกเดี่ยวๆ เสียบตาข่ายเข้าไปเป็นประตูที่ห้าสิบของกัปตันทีมสิงห์วัยสามสิบเอ็ดปี
อีกเจ็ดนาทีต่อมาเชลซีเกือบจะได้ประตูเพิ่มเมื่อเอด็อง อาซาร์ ควบบอลทะลุขึ้นมาจากกลางสนามก่อนไหลตามช่องไปให้เฟอร์นานโด ตอร์เรส หลุดเข้าเขตโทษไปยิงติดเซฟของนายทวารลิเวอร์พูล แต่บอลกระเด้งออกมา เอด็อง อาซาร์ ตะบันซ้ำออกหลังประตูไป
ไม่กี่นาทีถัดมาแฟนสิงห์ก็ต้องใจหายวาบเมื่อจอห์น เทอร์รี่ ที่เพิ่งทำประตูให้เชลซีขึ้นนำได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่หัวเข่าจากจังหวะที่เข้าสกัดหลุยส์ ซัวเรซ ทำให้เขาเสียหลักล้มทับเทอร์รี่อย่างจังจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก โดยให้แกรี่ เคฮิลล์ลงมาแทน
เข้าสู่ช่วงห้านาทีสุดท้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเชลซีก็มีโอกาสอีกครั้ง เมื่อ ฮวน มาต้า ฉกบอลได้จากผู้เล่นฝั่งตรงข้ามหลุดเดี่ยวเข้าไปจ่อยิงเองในกรอบเขตโทษแต่บอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
ครึ่งหลัง
นาที 49 โจ อัลเลน ก็เปิดsingใบเหลืองแรกของเกมจากการไปทำฟาล์วตอร์เรส แต่นี่ไม่ใช่เหลืองเดียวของลิเวอร์พูล เกล็น จอห์นสันก็ได้ใบเหลืองด้วยจากการไปศอกใส่ออสการ์ เพียงไม่กี่นาทีถัดมาเชลซีก็น่าจะได้ประตูสุดๆ จาก อาซาร์ ยิงฟรีคิกส่งมาให้ ตอร์เรส แต่แบรด โจนส์ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้
ต่อมานาที 66 กรรมการก็แจงใบเหลืองที่สามให้ลิเวอร์พูล เมื่อสตีเฟ่น เจอร์ราดไปทำฟาล์วออสการ์ ซึ่งเป็นโอกาสให้มาต้าได้เปิดลูกฟรีคิกเข้ามาหน้าประตู แต่บอลลอยสูงเกินกว่าที่ตอร์เรสจะรับไว้ได้ โจนส์พุ่งเข้ามาปัดบอลออกไป แต่ลูกบอลไปโดนตัว จอห์น โอบี มิเกล ไหลออกหลัง
ไม่นานลิเวอร์พูลก็ไล่ตามตีเสมอสำเร็จ จากลูกเตะมุมโดย เจมี่ คาราเกอร์ โหม่งเสยมาที่เสาสองเป็นโอกาสให้ หลุยส์ ซัวเรส ที่หลุกจากการประกบของรามิเรส โขกซ้ำเข้าประตูไป
เชลซีหวังจะทำคะแนนให้ได้ ดิ มัตเตโอ จึงส่งวิกเตอร์ โมเซส ผู้ทำผลงานดีเมื่อกลางสัปดาห์ลงแทนออสการ์โดยให้เขาประจำตำแหน่งปีกขวา แล้วปรับฮวน มาต้า ลงมาตรงกลางพร้อมเปลี่ยนตัวตอร์เรสออกให้แดเนียล สเตอร์ริดจ์ลงเล่นแทน
ช่วงท้ายเกมซูโซ่ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาก็เกือบทำให้ลิเวอร์พูลได้ประตู เมื่อสเตอร์ลิงเปิดบอลมาจากฝั่งขวาให้ซูโซ่บุกไปยิงหน้าประตูแต่ไม่สำเร็จ
ฝั่งลิเวอร์พูลก็พยายามบุกอย่างหนักโดยมีซัวเรสกับเจอร์ราดคอยเดินเกม มีจังหวะหนึ่งซัวเรสยิงไกลเกือบครึ่งสนามแต่เช็คยังไม่เสียตำแหน่งถอยมาปัดทิ้งออกไปได้
เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเชลซีก็ได้ลุ้นอีกจากลูกยิงนอกกรอบของ เอด็อง อาซาร์ แต่บอลเหินข้ามคาน ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ได้ลุ้นจากลูกยิงด้วยซ้ายของ โฆเซ่ เอ็นริเก้ ที่เสาแรก แต่ เช็ก ก็ยังโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดทิ้งออกไปได้ จบเกมเชลซีเสมอกับลิเวอร์พูลหนึ่งประตูต่อหนึ่ง
เชลซีเสียไปสองแต้มสำคัญและยังต้องเสียกัปตัน จอห์น เทอร์รี่ จากอาการบาดเจ็บอีก ซึ่งผลจากนัดนี้ทำให้เชลซีต้องร่วงมาอยู่เป็นอันดับสามของตารางโดยมีแต้มตามหลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจ่าฝูงถึงสามแต้ม
เชลซี(4-2-3-1): เช็ค; อัซปิลิเกวต้า, อิวาโนวิช, เทอร์รี่ (c) (เคฮิลล์ 39), เบอร์ทรานด์; มิเกล, รามิเรส; มาต้า, ออสการ์ (โมเซส 76), อาซาร์; ตอร์เรส (สเตอร์ริดจ์ 81)
ผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลง เทิร์นบูลล์, เฟอร์เรร่า, โอเมอู, มาริน
ผู้ทำประตู เทอร์รี่19
ใบเหลือง มิเกล 78
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1): โจนส์, วิสดอม, คาร์ราเกอร์, แอ็กเกอร์, เอนริเก้, เจอร์ราด (c), อัลเลน, จอห์นสัน, ซาฮิน (ซูโซ่ 59), สเตอร์ลิง, ซัวเรส
ผู้เล่นสำรองที่ไม่ได้ลง กูลาสซี่, โคอาเตส, เฮนเดอร์สัน, ดาวน์นิ่ง, โคล, อัสไซดี้
ผู้ทำประตูซัวเรส 72
ใบเหลือง อัลเลน49, จอห์นสัน55, เจอร์ราด66
กรรมการ:ฮาวเวิร์ด เว็บบ์
จำนวนผู้เข้าชม 41,627
http://thai.chelseafc.com/news/latest/1827