ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้ชาย


    คือเมื่อวันอาทิตย์ ที่ผ่านมานี่เองครับ เวลาราว สี่โมงเย็น
    ผมมีเรื่องจะเล่าให้ฟังครับ

    คงเป็นเรื่องเล่าที่สนามบอลอีกมุมมองนึงที่ต่างจากมุมมองของ maezono อาฮุย หรือแม้แต่ นาย-พล

    ผมอยากจะบอกว่า ทีมเรา นอกรอบ FC Go inter แล้วโดย

    มีการดึงตัวนักเตะต่างซาติ มาเล่น ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์ ครับ

    ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ เรื่องมีอยู่ว่า .... (พยายามนึกภาพทั้งหมด ให้กลายเป็นภาพขาวดำนะครับ ใครเห็นเป็นภาพสี ให้กลับไปเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นนะครับ)

    เรื่องมีอยู่ว่า เอ่ออ เห็นเป็นขาวดำแล้วนะครับ เอาเลยนะครับ

    Maezono คุยกะผมตั้งนานแล้วว่าต้องชวนเพื่อนคนจีนมาเตะบอลด้วยคนนะ ผมก้อเออ (ดิดในใจว่า เมิงก้อคนจีน ทำเป็น กระแดะไปได้)
    หลังจากนั้น เจ้าต้องก้อจะพูดเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ ผมก้อไม่ได้ว่าอะไร คิดอยู่ในใจว่า มันจะภูมิใจอะไรกันนักหนาฟระ กะอีแค่คนจีนเตะบอล

    จนถึงเมื่อวานครับ ผมไปถึงสนามพร้อมกับเจ้าต้องโดยนัดเจอกันกลางทาง เพราะไปไม่ถูก ต้องมากะซีนบีแล้วแยกมานั่งรถผม มันยังชี้ให้ดูในรถซีนบี บอกนั่น ไงเพื่อนต้อง เป็นคนจีน ผมได้แต่อึ้ง เออ ต้องมันชาตินิยมจิงจิง แต่สุดท้ายผมก้อทนไม่ไหว ถามไอต้องไปตรงๆ ว่าเมิงจะภูมิใจไรนักหนาฟระต้อง ต้องมันก้อบอกว่า ไม่นะพี่ มันเป็นคนจีน มาเรียนที่เดียวกะต้อง เอาแล้วผมเริ่ม เป็นห่วงซีนบีขึ้นมาจับใจ เออ แล้วมันจะพูดภาษาไรกันว๊ะนั่น 5555 ครับแต่ไม่เป็นไร มีเจ้าโมกอยู่ด้วย คงไม่ถึงทะเลาะกันหรอกเพราะในรถคันนั้นนะ ปาเข้าไปสามประเทศเข้าให้แล้ว 555

    ที่สนามครับ ทีมเราโกอินเตอร์กันจิงๆ เพื่อนเจ้าต้องไม่พูดอะไรเลย
    คงเหมือน พี่เบค ที่พยายามปรับตัวอยู่เงียบ แล้วคิดในใจว่า โห คนไทยไมมันหล่อจังวะ จนถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนชุด อาฟ่ง(ชื่อนี่มารู้ภายหลัง)ก้อเข้าห้องน้ำเลยครับ เข้าไปเปลี่ยนชุด ด้วยความเป็นกันเองและอยากทักทายของผม ผมเลยเดินไปที่หน้าประตู แล้วเคาะประตูดังๆ สี่ห้าที่ แล้วพูดว่า
    "เฮ้ยยย เร็วๆ หน่อยดิ" แล้วรีบวิ่งกลับมารวมกลุ่มคุยกับเพื่อนต่อ
    ไม่ได้ผลครับ เงียบไม่มีเสียงตอบจากสวรรค์ อาฟ่งก้อยังเงียบเหมือนเดิม

    จนลงสนาม ก้อเล่นกันไปได้สักพัก ปกติแล้วที่ผมมักจะต้องคอยบอก คอยเตือน เพื่อนๆน้องๆ ในสนาม คราวนี้ก้อยุ่งหละสิครับ ผมตะโกนอะไร อาฟ่งก้อยัง มีใบหน้าเฉยเมย เหมือนเดิม จนผมนึกในใจว่านี่มันฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือมันมีปัญหา เรื่องการได้ยินฟระ ผมแอบวิ่งเข้าไปใกล้ๆ อาฟ่ง แล้ว ตะโกนอีก ครับ เอ่ออออ เหมือนเดิมครับไม่มีอาการสะดุ้งสะเทือนให้เห็น จนเกมส์ผ่านไปจนถึงนาทีที่ ยี่สิบห้า ลูกออกไปหลังด้านโกล์ครับ ผมเริ่มนึกอะไรออกแล้ว ผมค่อยๆเดินสาวเท้าเข้าไป หาอาฟ่ง ด้วยความมั่นใจ คราวนี้ เค้าต้องมีปฏิกริยาโต้ตอบเราแน่นอน ผมเดินเข้าไปแล้วยิ้มอย่างโอบอ้อมอารีย์ที่สุด แล้วพูดอย่างเสียงดังฟังชัดว่า "ดูยู้ไหล ป๊อบมิ่วซิก" ครับ เพื่อนๆคงนึกออกนะครับ มันกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจเลยครับ เงียบครับเหมือนเดิม ผมยอมแพ้แล้วครับ ช่างเอ็งเหอะอาฟ่ง (ทำเสียงเหมือนอาฉี) เอ็งคงทำบุญมาเท่านี้ 555 ผมปล่อยเค้าไปตามทางของเค้าจนจบเกมส์
    จนกลับบ้าน 555 ต้องกับอาฟ่ง กลับรถผม รวมทั้งพี่สุรเปรี้ยว ผมเริ่มเปิดเพลง ไทย ครับ ฝนข้างนอกรถตกพรำๆ ผมนึกในใจว่าเมื่อกี้เค้าคงมีสมาธิกับเกมส์ เอาหละตอนนี้ทุกอย่างเงียบ มีเสียงเพลงคลอเบา ผมก้อเลยถามเค้าไปอีกครั้ง ว่า "ดูยู้ไหล ป๊อบมิ่วซิก" ไม่ต้องทายแล้วครับ เงียบเหมือนเดิมครับ 5555 คราวนี้เงียบทั้งรถเลยครับ
    สุดท้าย ผมก้อยังไม่ได้คุยกับนักเตะต่างชาติที่ทีมเราซื้อตัวมาสักที

    เอาไว้คราวหน้านะครับ ผมจะพยายามพูดกับเค้าให้ได้ แล้วจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังอีกนะครับ เพื่อนๆ มีมุขไรเด็ดๆ ช่วยแนะนำด้วยนะครับ คราวหน้าผมจะได้ไม่พลาด

    ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ
    อ้อ อย่าลืมปรับภาพกลับเป็นภาพสีด้วยนะครับ เดี๋ยวจะงง ว่าทำไมนึกอะไรแล้วไม่มีสีเลย 555

    จากคุณ : luukmee - [ 25 ส.ค. 46 23:41:57 ]