ความคิดเห็นที่ 2
ดูอเมริกันฟุตบอล แบบมืออาชีพ เรียบเรียงจาก The Complete Idiot's Guide to Understanding Football Like a Pro เขียนโดย Joe Theismann และ Brian Tracy เมื่อปี 1997 เรียบเรียงโดย Zorro
จาก NFL THAI นะครับ มีสองหัวข้อ คือ - เรื่องพื้น ๆ : รู้จักลูกฟุตบอล, วัตถุประสงค์ของเกม, สนามแข่งขัน, การทำคะแนน, การเล่นเกม, ฯลฯ - ทีมบุก : รู้จักตำแหน่งต่าง ๆ ตั้งแต่ ควอเตอร์แบ็ค แนวบุก ปีก และตัววิ่ง เรื่องพื้น ๆ
- รู้จักลูกฟุตบอล
อเมริกันฟุตบอล (ต่อไปนี้จะเรียกว่า ฟุตบอล) เป็นกีฬาที่มีวิวัฒนาการมาจากรักบี้ ซึ่งวิวัฒนาการมาจากซ็อกเกอร์อีกทอดหนึ่ง ในปีค.ศ. 1875 ลูกบอลที่มีรูปรีคล้ายไข่ได้ถูกนำมาใช้เล่นรักบี้ และได้กลายเป็นลูกที่ใช้กันเป็นทางการในการเล่นฟุตบอล โดยในยุคแรกนั้น ไม่ได้มีขนาดเป็นมาตรฐานแต่อย่างใด ในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาให้ลูกฟุตบอลรีนี้สามารถใช้ขว้างได้ง่ายขึ้น ตามหลักอากาศพลวัต (Aerodynamics) โดยให้ปลายลูกเล็กลงและสามารถปั่นหมุนได้ดีขึ้น
ลูกฟุตบอลที่ใช้แข่งอย่างเป็นทาง การของ NFL นั้น เป็นลูกของ Wilson ที่สูบลมประมาณ 12.5-13.5 ปอนด์ มีความยาว 11-11.25 นิ้ว วัดเส้นรอบวงด้านยาวได้ 28-28.5 นิ้ว และวัดเส้นรอบวงอีกด้านได้ 21-21.5 นิ้ว
- วัตถุประสงค์ของเกม
แน่นอนที่สุด วัตถุประสงค์ของเกมก็คือ ชัยชนะ แต่คุณจะชนะได้ก็ต่อเมื่อ คุณสามารถทำแต้มได้มากกว่าคู่ต่อสู้ โดยการทำแต้ม ก็ด้วยการนำลูกฟุตบอลเข้าไปในเขตที่เรียกกันว่า End Zone ในบทนี้ เราขอเล่าเพียงคร่าวๆ ว่าการเล่นจะเป็นอย่างไร
อเมริกันฟุตบอลเป็นเกมที่ประกอบด้วยการเล่น (play) เป็นชุดๆ การเล่นจะเริ่มต้นด้วยการที่ผู้เล่นคนหนึ่ง snap หรือส่งลูกให้กับอีกคนหนึ่ง และจะจบด้วยการที่ผู้ถือลูก หรือที่เรียกว่า Ball carrier ถูกจับ หรือ tackle โดยการถูกจับก็คือ การที่ผู้ถือลูกถูกจับให้ล้มลงกับพื้น หรือ ออกนอกสนาม นอกจากนี้ การเล่นจะจบลงเมื่อมีการขว้างและไม่มีใครรับได้ และการเล่นจะจบลงเมื่อมีการเตะทำคะแนน
- สนามแข่งขัน
สนามฟุตบอลเป็นสนามสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 360 ฟุต กว้าง 160 ฟุต ที่ปลายของทั้งสองด้านมีสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาว 10 หลาที่เรียกกันว่า End Zone โดยเส้น Goal line ซึ่งกว้าง 8 นิ้วเป็นเส้นกำหนดเขตเข้า End Zone บริเวณสนามระหว่าง End Zone จะมีระยะรวม 100 หลา และมีเส้นขนานกับเส้น Goal line เป็นเส้นแสดงระยะทีละ 5 หลาเรียกว่า five-yard marker และทุกๆ 10 หลาจะมีตัวเลขบอกระยะ เส้นกึ่งกลางสนามได้แก่ เส้น 50 หลา
เสาโกว์ หรือ Goal Post ประกอบด้วย Crossbar หรือ แกนเสาด้านล่าง(ขนานกับพื้นสนาม)ซึ่งสูงจากพื้น 10 ฟุต และยาว 18 ฟุต 6 นิ้ว และ Upright หรือเสาที่สูงขึ้นไปด้านบนซึ่งมีสองเสา
อุปกรณ์หนึ่งที่ใช้ในการช่วยวัดระยะการเล่น ได้แก่สิ่งที่เรียกกันว่า Chain หรือ โซ่ ที่มีระยะ 10 หลา และไว้วัดระยะ 10 หลาที่ทีมบุกจะต้องทำได้ด้วยการเล่น 4 ครั้ง ซึ่งการเล่นแต่ละครั้งจะเรียกว่า down เพราะการเล่นแต่ละครั้งจะจบด้วยการที่ลูก หรือผู้เล่นอยู่บนพื้น โดย chain จะเริ่มวัดที่จุดเริ่มต้นของการเล่น และอีกปลายอีกด้านหนึ่งเพื่อวัดระยะ 10 หลา นอกจาก chain แล้วก็จะมี stick ซึ่งเป็นเสาที่มีไว้วางตำแหน่งเริ่มเล่น และจะมีเลขบอก down 1-4 ไว้แสดงครั้งของการเล่น บางครั้งเราจะเห็นว่า กรรมการจะใช้ chain นี้ในการเข้ามาวัดในสนาม เพื่อดูว่าได้ระยะ 10 หลาหรือไม่
พื้นสนามที่ใช้กันมีสองอย่าง คือ สนามหญ้าเทียม หรือ Artificial turf และสนามหญ้าจริง หรือ Natural grass ซึ่งสนามหญ้าจริงก็ใช้หญ้าจริงเหมือนที่เราเห็นกัน ส่วนสนามหญ้าเทียมนั้น เหมือนกับพรม ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่วางอยู่บนพื้นลาดยาง (Asphalt) ซึ่งเวลาเล่นก็มักจะทำให้เกิดรอยถลอกตามตัวได้ เป้าหมายแรกในการใช้หญ้าเทียม คือ การใช้ในสนามที่มีหลังคาคลุม หรือ Dome และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ สามารถบำรุงรักษาได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับหญ้าจริง เนื่องจากไม่ต้องรดน้ำ ไม่ต้องใส่ปุ๋ย หรือ ตัดแต่ง นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่นิยมหญ้าเทียม เนื่องจาก ผู้เล่นสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ในช่วงหลังนี้ ก็มีนักกีฬาที่ไม่นิยมหญ้าเทียม เนื่องจาก อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายขึ้น เมื่อมีการกระแทกกับพื้น
Red Zone คือบริเวณระหว่างเส้น 20 หลา ถึง End Zone ทีมบุกจะถือว่าอยู่ใน red zone เมื่ออยู่ในแดนคู่แข่งระหว่างเส้น 20 หลา ถึง end zone ซึ่งทีมบุกจะถือว่าเป็นแดนที่สำคัญมาก เนื่องจาก สามารถบุกมาได้ถึงบริเวณนี้ ก็ควรจะต้องใช้โอกาสนี้ ในการทำคะแนน (ทัชดาวน์) ให้ได้ ถ้าคุณสามารถทำได้แค่เตะ field goal ก็เท่ากับให้คู่ต่อสู้ได้กำลังใจขึ้นมาได้
- การทำคะแนน
Touchdown ได้แก่ การที่ผู้เล่นทีมของคุณ มีการครอบครองลูก ในเขต end zone ของฝ่ายตรงข้าม โดยทีมที่ทำ touchdown ได้จะได้คะแนน 6 คะแนน โดยการทำ touchdown อาจทำได้ด้วยหลายวิธี ตั้งแต่ การวิ่งถือลูกเข้าไปในเขต end zone การรับลูก(จากการขว้าง) ในเขต end zone โดยการครอบครองบอลนั้น เท้าทั้งสองข้างจะต้องอยู่ในสนาม แต่แม้ว่า คุณสามารถครอบครองบอลได้ และลูกลอยอยู่กลางอากาศในเขต end zone ก็ถือว่าได้เช่นกัน เช่น คุณกำลังลอยออกนอกสนาม แต่ยื่นลูกเข้าไปในเขต end zone ก็ถือว่าได้คะแนนเช่นกัน
Extra point ได้แก่ การทำคะแนนหลังได้ touchdown ซึ่งบางครั้งเรียกว่า point after โดยทีมที่ทำ touchdown ได้สามารถเลือกที่จะทำเตะให้ลูกผ่าน crossbar เข้าไปได้ 1 คะแนน หรือเล่นจากเส้น 2 หลา หากสามารถนำลูกเข้าไปในเขต end zone ได้ก็ได้ 2 คะแนน โดยการเล่น 2 แต้มนี้เรียกว่า two-point conversion หรือ เรียกกันง่ายๆว่า go for 2 บรรดาโค้ชจะมีตารางเพื่อทำการตัดสินใจ โดยปัจจัยในการตัดสินใจหลักคือ คะแนนที่มีอยู่ Field goal ได้แก่ คล้ายกับการเตะเพื่อทำ extra points แต่จะได้ 3 แต้ม โดยตัวเตะจะต้องเตะเข้าระหว่างเสาสองข้างเหนือ crossbar ซึ่งทีมอาจจะตัดสินใจใช้การเตะ field goal ในการเล่นครั้งไหนก็ได้ แต่โดยทั่วไปก็จะใช้ในการเล่นครั้งที่ 4 สิ่งหนึ่งที่จะต้องคำนึงในการเตะ field goal ก็คือ ระยะในการเตะจริงจะเท่ากับประมาณ 17 หลาบวกเข้ากับที่เส้นเตะเสมอ เนื่องจาก เสาโกว์อยู่ห่างเส้น goal line 10 หลา และการตั้งเตะจะห่างจากเส้นที่เริ่มเล่นประมาณ 7 หลา ดังนั้น หากเป็นการเตะจากเส้น 20 หลา ก็เท่ากับเป็นการเตะด้วยระยะรวม 37 หลา โดยทั่วไปแล้ว ตัวเตะจะสามารถเตะได้ในระยะประมาณ 40-45 หลา ดังนั้น จุดที่น่าจะเตะได้จึงเป็นที่เส้น 30 หลา
Safety ได้แก่ การทำคะแนนโดยทีมรับ เมื่อสามารถจับตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม(ซึ่งเป็นผู้ครองบอล) ได้ในเขต end zone ของฝ่ายตรงข้าม ทีมรับจะได้คะแนน 2 คะแนน อีกวิธีหนึ่งที่เกิด safety ก็คือ การที่ผู้เล่นทีมบุก หรือทีมที่รับการเตะลูกวิ่งออกหลังด้านของตนเองพร้อมถือลูก เรียกง่ายๆ ว่า ถ้าถือลูกวิ่งออกด้านหลังเขต end zone ของตนเอง ก็เป็น safety เช่นกัน ที่ดีกว่านั้นก็คือ เมื่อมี safety เกิดขึ้น ทีมบุกจะต้องเตะลูกให้อีกฝ่ายเล่นโดยเตะที่เส้น 20 หลาของฝั่งตน ซึ่งอาจจะเป็นการเตะแบบถือหรือตั้งเตะก็ได้ ดังนั้น การทำ safety ได้ก็เท่ากับว่า สามารถทำคะแนนได้ 2 คะแนน และสามารถนำลูกมาเล่นได้ด้วย
- อื่น ๆ
Quarters and Halves ได้แก่ การจับเวลาของฟุตบอลนั้นจะจับเป็นควอเตอร์ นั่นคือ 15 นาที สองควอเตอร์รวมเป็นหนึ่งครึ่ง ระหว่างควอเตอร์นั้นจะมีหยุดพัก 2 นาที และระหว่างครึ่งจะพัก 12 นาที แต่ในการเล่นรอบสอง หรือ การแข่งซูเปอร์โบลว์ จะพักครึ่งนานกว่านั้น คราวนี้ที่น่างงยิ่งกว่า คือ การจับเวลา เวลาที่ใช้จัดนั้นเป็นการจับเฉพาะเวลาที่เล่นเท่านั้น ทั้งนี้ นาฬิกาของกรรมการจะหยุดเมื่อ มีการเปลี่ยนการครอบครองลูก มีการขว้างลูกและรับไม่ได้ มีการทำโทษ ผู้เล่นที่ถือลูกออกนอกสนาม มีการขอเวลานอก มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น กรรมการขอเวลานอกเพื่อวัดระยะ หรือ มีทีมทำคะแนนได้จากทัชดาวน์ ฟิลด์โกล์ หรือ เซฟตี้
Two-minute warning ในฟุตบอลจะมีการกำหนดให้มีสองนาทีสุดท้ายของครึ่ง ซึ่งจะมีการจับเวลาพิเศษ โดยเมื่อมีเวลาเหลือ 2 นาที กรรมการจะหยุดเวลา นอกจากนี้ - ในกรณีที่เป็นการ kickoff นาฬิกาจะเริ่มจับก็ต่อเมื่อลูกถูกจับโดยผู้เล่น ในขณะที่กรณีอื่น จะจับเวลาตั้งแต่เริ่มเตะ
จากคุณ :
nu.
- [
18 ธ.ค. 46 19:43:05
]
|
|
|