CafeTech-ExchangePantip MarketChatTrendyMobilePantown


    โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ "ศิลปิน" บนคอร์ตเทนนิส

    สกู๊ปเกี่ยวกับความเริ่ด....ในฝีมือของเฟด ^^
    http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php?s_tag=01spo25150947&show=1&sectionid=0114&day=2004/09/15

    ---------------------------------------------

    โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ "ศิลปิน"บนคอร์ตเทนนิส


    ไม่ว่าจะชอบหรือไม่อย่างไรก็แล้วแต่ ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่เกจิสักหลาดทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันอย่างไร้ข้อกังขาก็คือ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คือนักเทนนิสที่ "ครบเครื่อง" ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยเห็นมา

    ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากหนุ่มสวิสวัย 23 ปี ปราบ เลย์ตัน เฮวิตต์ ด้วยฟอร์มการเล่นที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ พร้อมคว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น 2004 มาครอง ทุกข้อความของเนื้อหาข่าวและบทความเกี่ยวกับการแข่งขันในหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา ต่างเต็มไปด้วยคำสรรเสริญชื่นชมคำแล้วคำเล่า จนมั่นใจได้เลยว่าใครไม่ใช่แฟนนายคนนี้มาอ่านเจอ คงต้องเอียนไปตามๆ กัน

    แต่มันก็ช่วยไม่ได้จริงๆ ในเมื่อชั่วโมงนี้ หมอฮอตระเบิดเถิดเทิงขนาดนี้ จะไม่ให้ยกยอปอปั้นกันหน่อยก็คงไม่ได้

    อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ว่าฟอร์มการเล่นของเฟเดอเรอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซตแรกของนัดชิงซึ่งเขาเอาชนะหนุ่มออสซี่ไปอย่างหมดจด 6-0 เกม เรียกได้ว่าเป็นฟอร์มที่สุดแสนจะ "เพอร์เฟกต์" ที่สุดเกมหนึ่งของวงการเทนนิสโลก

    เฟเดอเรอร์เป็นตัวอย่างของเกมคลาสสิคที่หาได้ยากยิ่งในโลกสักหลาดยุคปัจจุบัน ในขณะที่นักเทนนิสชายส่วนใหญ่มาอีหรอบเดียวกันคือ เสิร์ฟตูมๆ หรือไม่ก็ปักหลักหวดหนักๆ ที่เบสไลน์ เฟเดอเรอร์เลือกใช้ช็อตอันหลากหลาย ขึ้นหน้าเนตสลับกับยืนที่ท้ายคอร์ต โจมตีหรือตั้งรับฝ่ายตรงข้ามด้วยอาวุธครบมือที่เลือกใช้ได้ไม่หมด

    ที่พิเศษเข้าไปใหญ่ก็คือ เฟเดอเรอร์เล่นทุกช็อตทุกสไตล์ได้เนียน เนี้ยบ เฉียบขาด หมดจดงดงาม และดู "ง่าย" ไปหมดจริงๆ

    ***********

    แฟนเทนนิสหลายคนคงยังจำกันได้ว่า เมื่อหลายปีก่อน เฟเดอเรอร์ยังเป็นแค่นักหวดหนุ่มเจ้าอารมณ์ที่ไม่รู้จักใช้พรสวรรค์ของตัวเองให้เกิดประโยชน์เลยสักนิดเดียว

    เจ้าตัวยอมรับว่า ยิ่งถอยหลังไปนานกว่านั้น เขายิ่งขี้โมโหหนักกว่าที่เคยเห็นกันเสียอีก ทั้งขว้างแร็กเกต ทั้งเถียงกรรมการ ไม่ก็หลุดถ้อยคำหยาบคายออกมาเพียบไปหมด

    "ถึงขั้นที่ว่าพ่อกับแม่บอกว่าถ้าผมไม่เปลี่ยนนิสัย ท่านจะไม่ขับรถพาผมไปแข่งอีก เพราะท่านอายที่จะให้ใครรู้ว่าเป็นพ่อเป็นแม่ของเด็กอันธพาลอย่างผม"

    หนึ่งในบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการขัดเกลาเฟเดอเรอร์ให้เฉียบคมอย่างทุกวันนี้ก็คือ มิโรสลาว่า วาฟริเน็ก แฟนสาวอดีตนักเทนนิสหญิงอาชีพ ซึ่งหนุ่มสวิสเรียกชื่อเล่นของเธอติดปากว่า "เมอร์ก้า"

    ปัจจุบันเธอทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับเฟเดอเรอร์ และดูแลจัดการทุกอย่างให้ลงตัวที่สุด...ไม่ให้กระทบกับเกมเทนนิสของเขามากที่สุด

    น่าสนใจตรงที่ตารางเวลาที่เธอช่วยวางแผนให้เฟเดอเรอร์ไม่ได้ยึดติดอยู่กับเทนนิสแต่เพียงอย่างเดียว เพราะเธอรู้จักสไตล์และรสนิยมของเขาดี

    บ่อยครั้งที่เฟเดอเรอร์จะเดินทางไปถึงสถานที่แข่งขันรายการถัดไปเร็วกว่ากำหนดเพื่อปรับตัวและผ่อนคลาย

    อย่างยูเอส โอเพ่นที่เพิ่งจบไป เฟเดอร์เรอร์กับเมอร์ก้าก็ไปถึงนิวยอร์กก่อนแข่ง 1 สัปดาห์ และใช้เวลาพักผ่อนชมละครบรอดเวย์ด้วยกัน 2 เรื่อง

    และนั่นก็อาจเป็นเคล็ดลับเล็กๆ ให้เขาสงบจิตสงบใจ "นิ่ง" ได้ตั้งแต่เกมแรกยันเกมสุดท้ายในฟลัชชิ่ง เมโดว์ส แม้บางครั้งต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันของกองเชียร์เจ้าถิ่นก็ตาม

    ***********

    บุคคลสำคัญอีกคนในชีวิตของเฟเดอเรอร์คือ ปีเตอร์ คาร์เตอร์ โค้ชชาวออสซี่ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและโค้ชให้กับเขามาตั้งแต่อายุ 12

    "ปีเตอร์ทำให้ผมตาสว่าง เขาชี้ให้ผมเห็นว่าด้วยศักยภาพที่มีอยู่ ผมจะไปได้ไกลขนาดไหน บางทีที่ผมโหวกเหวกโวยวายเมื่อสมัยก่อน อาจเพราะตัวเองยังไม่ซีเรียสกับเทนนิสมากนักมั้งครับ"

    คาร์เตอร์ยังช่วยให้เฟเดอเรอร์เลือกสรรช็อตที่ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์ในสนามอีกด้วย

    "เรื่องนี้เป็นปัญหาของผมมานานพอสมควรเลยครับ คือเวลาวิ่งเข้ารับลูก ผมจะสับสนมากว่าจะตีกลับไปแบบไหนดี นักหวดบางคนที่มีทางเลือกไม่มาก ก็จะไม่ปวดหัวสักเท่าไร แต่ผมจะมัวแต่ลังเลจนสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ถูก"

    น่าเสียดายที่ไม่ทันจะได้เห็นความสำเร็จของศิษย์รัก คาร์เตอร์ก็ด่วนจากไปเสียก่อน

    เมื่อ 2 ปีก่อน เฟเดอเรอร์แนะนำให้คาร์เตอร์ไปพักผ่อนในบรรยากาศแบบซาฟารีที่แอฟริกา แต่วันหยุดสุดสัปดาห์กลับจบลงด้วยอุบัติเหตุไม่คาดฝันซึ่งพรากชีวิตของเพื่อนรักไปในที่สุด

    "ก่อนหน้านั้นผมไม่เคยสูญเสียคนใกล้ตัวมาก่อนเลย ผมไม่เคยไปงานศพ ไม่เคยเข้าใจความรู้สึกแบบนั้น การจากไปของปีเตอร์กระทบกระเทือนใจผมมาก และทุกวันนี้ผมก็ยังนึกถึงเขาเสมอ"

    ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงได้ข้อสรุปว่า คาร์เตอร์น่าจะเหตุผลที่เฟเดอเรอร์ร้องห่มร้องไห้ออกมาหลังคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิตที่วิมเบิลดัน เมื่อปีก่อน

    "ครับ ถูกครึ่งหนึ่ง ผมคิดถึงปีเตอร์ และอุทิศแชมป์นั้นให้เขา แต่อีกครึ่งก็คือ ผมเป็นคนต่อมน้ำตาตื้นมาก สมัยก่อนชนะก็ร้อง แพ้ก็ร้อง ยิ่งแพ้ยิ่งร้องหนัก ร้องอยู่ครึ่งชั่วโมงแทบทุกครั้ง"

    "แต่เดี๋ยวนี้จะพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ร้องไห้ง่ายๆ แล้วล่ะครับ"

    ***********

    ยังมีเรื่องเล่าส่วนตัวเกี่ยวกับนักเทนนิสหนุ่มมือ 1 ของโลกอยู่ว่า เขาจัดเป็น "มิสเตอร์ ไนซ์ กาย" คนหนึ่งของทัวร์

    ครั้งหนึ่งเขารีบร้อนจะออกจากสนาม ขึ้นรถเพื่อกลับไปเอนหลังนอนหลังจากไม่ได้พักผ่อนมานาน แต่ก็ถูกแฟนรุ่นเยาว์ 2 คนเรียกไว้เพื่อขอลายเซ็น


    หนูน้อยทั้งสองต้องง่วนหาปากกาอยู่นาน ขณะที่คนขับเริ่มหงุดหงิด เฟเดอเรอร์ก็ยืนรอด้วยรอยยิ้ม และเซ็นชื่อให้เด็กทั้งสองอย่างอารมณ์ดี

    ว่ากันว่านิสัยของเขาก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนักเทนนิสหญิงหลายคน อย่างน้อยๆ มาร์ติน่า นาฟราติโลว่า กับ ลินด์เซย์ ดาเวนพอร์ต ก็เป็นแฟนตัวยงของเฟเดอเรอร์เลยทีเดียว

    นอกจากนิสัยแล้ว ยังมีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเจ้าตัวนิดหน่อยว่า "ฮีโร่" ในดวงใจสมัยเด็กๆ ของเขาคือ บอริส เบ๊กเกอร์ ยอดนักหวดชาวเยอรมัน

    "หลายคนชอบบอกให้ผมยึดสเตฟาน เอ็ดเบิร์ก เป็นเป้าหมาย แต่ผมชอบความใจสู้ของเบ๊กเกอร์มากกว่า"

    นอกจากนี้ ด้วยพรสวรรค์ด้านกีฬาที่ติดตัวมา เฟเดอเรอร์เกือบๆ ที่จะกลายเป็นนักเตะอาชีพซะด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเล่นเทนนิสได้ดีกว่าหน่อย

    "ทุกวันนี้ผมก็ยังรักฟุตบอลอยู่ นักเตะในดวงใจผมก็ต้องเขาเลยครับ ซีเนดีน ซีดาน!"

    ***********

    ความเยือกเย็นที่เพิ่มมากขึ้นตามอายุ ประกอบกับพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เล็ก ทำให้เฟเดอเรอร์เป็นผู้เล่นที่ได้รับการยกย่องว่า เป็น "อัจฉริยะ" ที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิสโลก

    ในเกมนัดชิงยูเอส โอเพ่นเมื่อวันอาทิตย์ นอกเหนือจากโฟร์แฮนด์ที่เป็นอาวุธหลัก ยังมีลูกตบเหนือศีรษะ ลูกแบ๊กแฮนด์มือเดียว หรือแม้กระทั่งลูกเสิร์ฟเอซอันหนักหน่วงซึ่งช่วยให้เขาเอาตัวรอดจากเบรกพอยต์ได้อย่างเหลือเชื่อ

    มีอยู่จังหวะหนึ่งในเกมที่ 2 ของเซตที่ 2 หลังจากทั้งสองฝ่ายโต้บอลยาวกันพักใหญ่ เฮวิตต์ตัดสินใจหวดแบ๊กแฮนด์สไลซ์ครอสคอร์ตกลับไป

    จังหวะนั้นแม้แต่ตัวเฮวิตต์เองก็มั่นใจว่ายังไงก็ต้องเป็นคะแนนแน่ๆ แต่แล้วเฟเดอเรอร์กลับเร่งฝีเท้าเข้าไปยังตำแหน่งที่ลูกตกได้ทัน และหวดแบ๊กแฮนด์ครอสคอร์ตนุ่มๆ กลับมา ลูกสปินหนีมือเฮวิตต์และกลายเป็นคะแนนของหนุ่มสวิสในที่สุด

    ทันทีที่การเล่นสิ้นสุด แคธี่ รินัลดี้ อดีตนักเทนนิสหญิงเลื่องชื่อในยุคแรกๆ ซึ่งนั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์ถึงกับเบิกตากว้างและหันไปบอกเพื่อนที่นั่งข้างๆ ว่า ช็อตของเลย์ตันเพอร์เฟกต์ที่สุดแล้ว จะหาอะไรที่สุดยอดกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

    ...แต่บังเอิญว่าเฟเดอเรอร์ดีกว่าเพอร์เฟกต์กว่า ก็เท่านั้น!

    หลายคนที่เล่นกับเฟเดอเรอร์ยอมรับว่า จะเอาชนะเขาได้ ตัวเองเล่นดีอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องรอลุ้นให้เฟเดอเรอร์พลาดด้วย เพราะความครบเครื่องของแต่ละช็อต และความที่เป็นผู้เล่นประเภทออลคอร์ต คือเล่นได้ทุกพื้นที่ของสนาม ทำให้เฟเดอเรอร์ตอบโต้ทุกสถานการณ์ได้ลงตัวกว่าคนอื่นๆ มาก

    จอร์จ เวชซีย์ คอลัมนิสต์ของนิวยอร์กไทม์ส บอกว่า ด้วยรูปลักษณ์ บุคลิก และการแต่งตัว เฟเดอเรอร์อาจจะไม่ดึงดูดใจเท่ากับนักหวดร่วมยุคหลายคน แต่เหตุที่คนไม่อาจละสายตาจากเกมของเขาได้ก็เพราะเฟเดอเรอร์ไม่ใช่นักเทนนิสธรรมดา แต่เป็น "ศิลปิน" บนคอร์ตเทนนิสต่างหาก

    ขณะที่เฮวิตต์ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า "ในวันที่เฟเดอเรอร์ท็อปฟอร์มสุดสุด ผมคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะมีใครที่เอาชนะเขาได้"

    "...บางที พีต แซมพราส อาจจะทำได้ก็ได้มั้ง"

    ***********

    แชมป์ยูเอส โอเพ่นสดๆ ร้อนๆ ที่เฟเดอเรอร์ทำได้ ชวนให้ใครต่อใครคิดเลยเถิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่า เขาอาจจะสร้างปรากฏการณ์ที่ห่างหายจากโลกสักหลาดไปนานอีกครั้งก็เป็นได้

    เขาเป็นนักเทนนิสคนแรกในยุคโอเพ่น(เปิดกว้างให้นักกีฬาทุกชาติร่วมแข่งขัน) ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการที่เข้าชิง

    เขาเป็นนักเทนนิสคนแรกในรอบ 120 ปีที่ชนะคู่ต่อสู้ด้วยคะแนน 6-0 เกมได้ถึง 2 เซต

    เขาเป็นนักเทนนิสคนที่ 3 ต่อจาก แม็ตส์ วิลันเดอร์(1988) ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้ถึง 3 รายการในปีเดียวกัน

    ณ เวลานี้ เขาอายุ 23 ปี มากกว่าตอน "สวีตพีต" คว้าแชมป์แกรนด์สแลมที่ 4 ของตัวเองเพียงปีเดียว

    เมื่อคิดตามหลักตรรกะ มีความเป็นไปได้สูงที่เฟเดอเรอร์อาจจะลบสถิติครองแชมป์แกรนด์สแลมสูงสุดตลอดกาล 14 รายการของแซมพราสลงได้

    หรือไม่ก็เป็นเจ้าของตำแหน่ง "แกรนด์สแลม" คือคว้าแชมป์ 4 รายการใหญ่ได้ในปีเดียวกัน เป็นคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

    ในจำนวน 4 รายการนี้ ยังเหลือ เฟร้นช์โอเพ่น แกรนด์สแลมบนคอร์ตดินที่เฟเดอเรอร์ยังไปไม่ถึงดวงดาว แต่ด้วยฟอร์มการเล่นของเขา ปัญหาน่าจะอยู่ที่ว่าแชมป์นี้จะมาช้าหรือเร็วมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม เฟเดอเรอร์ไม่คิดจะกดดันตัวเองด้วยการตั้งเป้าอลังการขนาดนั้น

    "ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะทำลายสถิติของพีต ไม่ได้วางเป้าหมายว่าจะคว้าแกรนด์สแลม หรือแม้แต่จะมุ่งมั่นอยู่กับเฟร้นช์โอเพ่นเพียงอย่างเดียว ผมอยากจะทุ่มเทให้กับแต่ละทัวร์นาเมนต์แต่ละรายการไปเรื่อยๆ เท่านั้น"

    "ยังมีอะไรรออยู่ข้างหน้าอีกเยอะครับ และสิ่งสำคัญก็คือผมต้องดูแลตัวเองให้ยืนระยะยาวนานตลอดรอดฝั่งต่างหาก"

    ...เหมือนๆ กับที่หลายคนบอกว่า มีสาเหตุอยู่ 3 ประการเท่านั้นที่จะกันท่าไม่ให้เฟเดอเรอร์กลายเป็น "ที่สุดตลอดกาล" นั่นคือ อาการบาดเจ็บ ลาภยศชื่อเสียง หรือไม่ก็ความเบื่อหน่าย นี่แหละ!

    ---------------------------------------------

    จบข่าว........

    จากคุณ : A d a M a N t - [ 15 ก.ย. 47 12:40:08 ]