เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน ขณะที่ผมเล่นกอล์ฟกับคุณหมอท่านหนึ่งอายุประมาณ 70 ปี เราเล่นกอล์ฟกันไป คุยกันไปว่าด้วยเรื่องสรรพเพเหระ ตอนหนึ่งท่านถามผมว่า
"เชื่อเรื่องนรก สวรรค์หรือเปล่า?"
ผมตอบแบบไม่ต้องคิดว่า " ไม่เชื่อ"
"นั่นสิ คิดเหมือนผมเลย" คุณหมอบอก แล้วถามต่อว่า "คิดว่าคนเราตายแล้วไปไหน"
ผมตอบแบบไม่ต้องคิดอีกว่า "ตายแล้วก็ดับ เหมือนตีกอล์ฟครบ 18 หลุมแล้วก็เลิก ไม่ไปไหน ไม่อะไรทั้งนั้น"
คุณหมอหัวเราะชอบใจเพราะคิดเหมือนแก คุณหมอจึงถามต่อว่า
"แล้วที่บอกว่ามีนรก สวรรค์ล่ะเชื่อไหม"
ผมบอกว่า "นิยาย แต่งให้คนเชื่อ คนจะได้ทำชั่วกันน้อยลง ถ้าบอกไปตามตรงว่าไม่มีนรก ไม่มีสวรรค์ ตายแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนคงทำชั่วกันเยอะ ขนาดเป็นแบบนี้คนชั่วยังเกลื่อนเมืองเลย"
คุณหมอมองหน้าผมยิ้มๆ แล้วถามต่อว่า "แล้วทำไมคุณถึงไม่ทำชั่วล่ะ"
"คุณหมอรู้ได้ยังไงว่าผมไม่ทำชั่ว เอาง่ายๆ ถ้าถามว่าแค่ศีลห้า ผมทำผิดกี่ข้อ ผมบอกได้เลยว่าแทบจะทุกข้อ เช่นโกหกไหม ผมเคยโกหกและยังโกหกอยู่ ผมเคยเบียดเบียนคนอื่นไหม เคยแน่นอน แม้จะไม่กินเหล้า แต่เหล้าไม่ได้เป็นเพียงอย่างเดียวที่ทำให้คนเมาขาดสติ ยังมีอย่างอื่นอีกมากมาย เคยผิดลูกเมียคนอื่นไหม ผิดเมียน่ะไม่เคย(ถ้าไม่รู้ถือว่าไม่ผิด) แต่ผิดลูกคนอื่นเคยแน่นอน เคยลักทรัพย์ไหม ผมเคยขโมยเงินแม่ แม้ตอนนี้จะไม่ทำแล้วก็ตาม เคยฆ่าสัตว์ไหม นับไม่ถ้วนครับ นี่ไงผิดเยอะแยะไปหมด" ผมบอกไปตามตรง ถ้าบอกว่าไม่เคยเลยสักอย่าง คุณหมอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
คุณหมอบอกว่า "แต่ผมก็เห็นว่าคุณเป็นคนดีนี่"
ผมบอกว่า "อะไรที่คุณหมอไม่เห็นอย่านึกว่าไม่มี ผมทำอะไรเลวๆ มากกว่าที่คุณหมอคิดไว้เยอะ"
"อย่างน้อยคุณก็กล้าบอกความจริงกับผม" คุณหมอบอก
ผมตอบว่า "ที่ผมกล้าพูดความจริงก็เพราะรู้ว่าคุณหมอแค่อยากรู้เฉยๆ ไม่ทำอะไรผมไง"
แล้วอะไรทำให้ผมเปลี่ยนไปจากคนที่เคยเที่ยวแบบแหลกราญ มีผู้หญิงในคราวเดียวเป็นสิบ
โกหกก็คือแค่คำพูดที่เมื่อไม่รู้ก็แล้วไป รู้เข้าก็แก้ตัวไปเรื่อยๆ ฯลฯ
โปรดติดตามชีวิตคนชั่วต่อไป
แก้ไขเมื่อ 03 เม.ย. 48 00:44:01
จากคุณ :
thongprakai
- [
3 เม.ย. 48 00:40:24
]