CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    กรรม...กาเมฯ

    เรื่องที่เรานำมาลงนี้...มาจากการบันทึกและเรียบเรียงโดยคุณทองทิว  สุวรรณทัต ซึ่งเคยไปกราบหลวงปู่คำคะนิง จุลมณี พระป่าผู้ปฎิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งลุ่มน้ำโขง และท่านได้เมตตาถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับแดนนรก ที่ท่านได้ประสบมาด้วยตนเองแก่คุณทองทิวเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจต่อมนุษย์โลกผู้ยังติดอยู่ในวังวนแห่งรัก โลภ โกรธ หลง ทั้งหลายค่ะ

    ..........................................................................

    มีพระธุดงค์ผู้เฒ่าองค์หนึ่งอายุเกือบร้อยปีแล้ว มีฌานตบะแก่กล้าอยู่แต่ในป่าในถ้ำมา 40 กว่าปีแล้ว ไม่เคยเข้าหมู่บ้านหรือเข้าอยู่ที่วัดใดวัดหนึ่งเลย เวลานั้นท่านลี้ภัยออกจากลาวแดงมาอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งริมฝั่งโขงฝั่งไทย
    ท่านชื่อ หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี เป็นชาวคำม่วน แขวงคำม่วน ประเทศลาว ท่านเกิดเมื่อวันพุธ เดือน 4 ปีกุน พ.ศ 2437

    แรกเริ่มเดิมทีก่อนจะเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์นั้น มีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝามาก่อน แต่พออายุได้ 30 ปีก็เบื่อหน่ายชีวิตครองเรือน จึงอำลาลูกเมียออกบวชเป็นฤๅษีดาบส ท่องเที่ยวธุดงค์ไปในป่าเขาลำเนาไพร เป็นเวลานานถึง 15 ปี ไม่เคยเข้าอยู่หมู่บ้านเลย อยู่แต่ในป่าเป็นวัตร ถือสัจจะเคร่งในศีลฤๅษีโยคี ฝึกตนอย่างเคร่งเครียดละเว้นความชั่วทุกประการ

    7 วันขบฉันอาหารครั้งหนึ่ง 15 วันขบฉันอาหารครั้งหนึ่ง เป็นการบำเพ็ญตบะอย่างแรงกล้า เพื่อพิสูจน์กำลังใจและความทรหดอดทนของตนว่า มีความกลัวตายไหม ? อาลัยใยดีในสังขารร่างกายขนาดไหน ?

    จากการปฏิบัติตนแบบฤๅษีชีไพรอย่างยิ่งยวดนี้เอง ทำให้ท่านพบกับความศานติสงบกายสงบจิตอย่างล้ำลึก มีความสุขอย่างหาที่เปรียบมิได้ในองค์ฌานสมาธิ เป็นพระฤๅษีผู้แก่กล้าฌานสมาบัติ สามารถเข้าฌานได้นานวัน โดยไม่อ่อนเพลีย ไม่หิวโหย

    ร่างกายกระชุ่มกระชวยแข็งแรงเป็นปกติ สามารถเดินธุดงค์ขึ้นเขาลงห้วยได้เหมือนคนหนุ่มฉกรรจ์ เพียงแต่ว่าร่างกายไม่อ้วน ร่างกายผอมเกร็ง แข้งขามือกำได้รอบ แต่ทว่าแข็งแรงอย่างน่าอัศจรรย์ ไปไหนมาไหนในป่าในถ้ำ สัตว์ป่าก็เป็นมิตรไม่กล้ามาทำอันตราย ด้วยอำนาจเมตตาที่แผ่ออกมาจากฌานสมาธิ

    อยู่แต่ในป่าในถ้ำนับร้อยนับพันถ้ำในภูเขาแดนลาว เสวยสุขในฌานจนเบื่อหน่าย เห็นว่าไม่ใช่ทางหลุดพ้นทุกข์ ไปสู่มรรค ผลนิพพาน หลวงปูคำคะนิงจึงได้ลาเพศฤๅษีดาบสเข้าสู่พระพุทธศาสนาอุปสมบทเป็นพระภิกษุเพื่อปฏิบัติธรรมสูงทางพ้นทุกข์อันถูกต้องร่องรอย

    เมื่อบวชเป็นพระแล้วก็ยังถือมั่นอยู่ในสัจจอธิษฐานคืออยู่ในป่าในถ้ำเป็นวัตร ไม่ยอมเข้าอยู่หมู่บ้านหรือสำนักสงฆ์และวัดวาอารามใด ๆ เป็นเด็ดขาด มุ่งถือ “พระธรรม” คือการปฏิบัติทางจิตเพื่อความหลุดพ้นเป็นใหญ่ ได้ธุดงค์ไปจำพรรษาตามถ้ำตามทิวเทือกเขาต่าง ๆ ในแดนลาวและไทย

    หลวงปู่คำคะนิงท่านเล่าให้ฟังถึงเรื่องโลกวิญญาณ คือโลกหลังความตาย อันเป็น “โลกทิพย์” หรือ “ทิพยภูมิ” จะเรียกว่าปรโลกได้ทั้งนั้น

    หลวงปู่คำคะนิงเล่าว่า...หลังจากออกพรรษาแล้ว
    ในปี พ.ศ. 2523 หลวงปู่คำคะนิง ยังคงอยู่ที่ถ้ำคูหาสวรรค์ ริมฝั่งโขงอำเภอบ้านด่าน จังหวัดอุบลราชธานี ท่านตั้งใจจะเข้าฌานสมาบัติสัก 15 วันเพื่อเป็นการแผ่กุศลอานิสงส์สนองความดีของทายกทายิกาผู้สงเคราะห์ท่านตลอดมาในฤดูกาลพรรษา

    ฉะนั้นหลวงปู่คำคะนิงจึงประกาศสั่งทายกทายิกาไว้ มิให้ขึ้นมาทำบุญตักบาตรหรือรบกวนในระหว่าง 15 วัน ระหว่างที่ท่านเข้าฌานสมาบัติอยู่นั้น แต่ให้ขึ้นมาทำบุญตักบาตรได้ในวันที่ 16 หลวงปู่คำคะนิงเคยบำเพ็ญเพียรภาวนาอดอาหาร 7 วันและ 15 วันมาตั้ง 40 ปีแล้ว จนร่างกายเคยชินถือเป็นเรื่องธรรมดา ร่างกายไม่อ่อนเพลีย หิวโหย แต่อย่างใด

    หลวงปู่คำคะนิงอดอาหารได้อย่างไร หลวงปู่ให้อรรถาธิบายว่า ก่อนเข้าสมาธิภาวนาจะต้องกำหนดไว้ก่อนว่า เราจะเข้าสมาธิลึกขั้นอัปปนาสมาธิ ระคับฌานที่ 1 ถึงฌานที่ 4 เป็นเวลากี่วันกี่คืน

    เมื่อกำหนดได้แล้ว ก็เข้าสมาธิภาวนาจนถึงขั้นอัปปนาสมาธิ จากนั้นก็ถอยจิตออกมาอยู่ในระดับอุปจารสมาธิ ซึ่งเป็นสมาธิระดับที่ใช้ความคิดพิจารณาได้

    พอถอยมาอยู่ระดับอุปจารสมาธิแล้วก็น้อมจิตอธิษฐานว่าจะเข้าฌาน 7 วันหรือ 15 วัน ก็อธิษฐานลงไปเลย ( พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ไม่ให้เข้านานวันจนเกินไป เพราะเป็นการทรมานสังขาร )

    เมื่ออธิษฐานจิตแล้ว ก็เข้าสมาธิลึกถึงขั้นอัปปนาฌานที่ 4เลยทีเดียว จะเลยขึ้นอรูปฌานก็ได้

    หลวงปู่คำคะนิงบอกว่าอรูปฌานทำได้ไม่ยาก ขอให้ทำฌาน 4 ได้สำเร็จก่อนให้ชำนาญก็แล้วกัน

    จากนั้นค่อยฝึกอรูปฌาน 4 ต่อ ไม่กี่วันก็ทำสำเร็จหมด เพราะอารมณ์ของอรูปฌานก็ใช้ฌาน 4 เป็นมาตรฐานนั่นเอง

    เพียงแต่ว่าเราเพิกกสิณให้หายไปเสีย แล้วยกเอาอรูปกรรมฐานทั้ง 4 มาพิจารณา คือ อากาสานัญจายตนะ, วิญญานัญจายตนะ, อากิญจัญญายตนะ, เนวสัญญานาสัญญายตนะ

    เมื่อทำอรูปฌานได้ครบทั้ง 4 แล้ว เรียกว่าอรูปสมาบัติ เมื่อรวมกับรูปสมาบัติ 4 เข้าก็เรียกรวมกันว่าสมาบัติ 8
    ผู้ได้ถึงสมาบัติ 8 ย่อมมีอำนาจพลังจิตมหาศาล และมักจะได้อภิญญา 5 ในข้อหนึ่งข้อใดหรืออาจได้ครบหมดทั้ง 5 ข้อก็ได้ สุดแท้บุญบารมีที่เคยสร้างสมมาแต่ปางก่อนเกื้อหนุน

    พระโบราณาจารย์สมัยโบราณท่านกล่าวว่า ผู้ที่ได้สมาบัติ 8 แล้ว ถ้าเจริญวิปัสสนาญาณสืบต่อใช้เวลาเพียงชั่วแค่เคึ้ยวหมากแหลกเดียวก็เป็นพระอรหันต์

    แต่หลวงปู่คำคะนิงท่านปฏิเสธว่า ท่านไม่ใช่พระอรหันต์ ท่านเป็นเพียงพระภิกษุผู้เพียรปฏิบัติอยู่ในร่องรอยของพระพุทธศาสนา

    การเข้าสมาธิภาวนาจนถึงระดับฐานดังกล่าวนี้ เมื่อเข้าฌานจนครบ 7 วันหรือ 15 วันแล้วออกจากฌาน หลวงปู่คำคะนิงบอกว่า จะไม่รู้สึกหิวอาหาร ไม่รู้สึกอ่อนเพลียเลย ร่างกายและจิตใจจะมีแต่ความกระปรี้กระเปร่า ชุ่มชื่นเบิกบาน เหมือนอิ่มอาหารทิพย์ เพราะตลอดเวลาที่เข้าฌานอยู่นั้น จิตใจอยู่ในสภาวะสะอาดผ่องแผ้ว บริสุทธิ์ สว่าง สงบแน่วนิ่ง กระจายพลังงานอันมหาศาลครอบคลุมสังขารร่างกาย
    ทำให้ได้รับกระแสปราณจากธรรมชาติอย่างเต็มที่จึงทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนเพลีย หิวโหย

    แต่คราวนี้หลวงปู่คำคะนิงกล่าวว่า ท่านประมาทไป ไม่สนใจร่างกายของตน ที่เจ็บไข้ออดๆ แอด ๆ มาตลอดพรรษาด้วยโรคชรา ( ขณะนั้นท่านอายุ 86 ปีแล้ว ) และไม่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ให้ร่างกายเข้มแข็งตลอดรอดฝั่ง

    ดังนั้น เมื่อท่านเข้าฌานสมาบัติอยู่ในถ้ำคูหาสวรรค์ ริมฝั่งโขงไปได้ 10 กว่าวัน ด้วยการไม่ขบฉันอาหารอะไรเลย
    ปรากฏว่าสังขารทนไม่ไหวหัวใจหยุดเต้นไปเฉย ๆ มีความรู้สึกว่าร่างกายสังขารสะท้านเฮือกอย่างแรง แล้วความรู้สึกก็ละเอียด ๆ ลงไป

    ท่านรู้ได้ด้วยสติปัญญาว่า โอหนอ...สังขารของเราถึงกาลแตกดับเสียแล้ว แต่สติท่านยังดี ไม่ได้ตื่นตกใจหวาดกลัวความตายแต่อย่างไร

    กำหนดลมหายใจอานาปานสติอยู่สม่ำเสมอ แม้จะหมดลมหายใจแล้ว แต่จิตยังจับอารมณ์อานาปานสติอยู่นั่นเอง
    “การเจริญอานาปานสตินี้ดีมาก เวลาจะหมดลมหายใจตายไป อาตมายังมีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์ รู้เท่าทันว่า ตอนนี้ลมหายใจเข้าออกของเราหมดแล้ว เรามีสภาพเป็นคนตายแล้ว”

    ........................................................>>>>>

     
     

    จากคุณ : ระนาดแก้ว - [ 21 เม.ย. 49 09:55:43 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป