CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    ++::::::++ไฟนรก++ ::::::++

    โดย ท.เลียงพิบูลย์ จากหนังสือกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เล่ม ๓

    http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=301


    เมื่อเราได้ยินเสียง “หวอ” เป็นสัญญานขอทางรถดับเพลิงเวลาวิ่งผ่านไปตามถนน ถ้าเป็นกลางวันเวลางานเราก็อดจะวางงานรีบออกมาดูไม่ได้ หากเป็นเวลากลางคืนอยู่บ้านก็รีบออกมายืนนอกบ้านแล้วแหงนหน้าดูเบื้องบนขอบฟ้า เพื่อมองหาแสงไฟว่าจะไหม้ทางทิศทางไหน ใกล้หรือไกล

    หลายครั้งเมื่อเรานั่งอยู่ในรถกำลังวิ่งอยู่บนท้องถนน ได้ยินได้เห็นรถดับเพลิงสีแดงเปิดสัญญาณวิ่งเร็วมาแต่ไกลตลอดทางเพื่อขอทางผ่าน แม้ท้องถนนกำลังจอแจด้วยยวดยาน รถของเราก็จะรีบหลบเข้าชิดซ้ายหยุดข้างถนน เพื่อให้รถดับเพลิงผ่านไปด้วยความเร็ว รีบให้ถึงจุดหมาย เพื่อช่วยชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือนของประชาชนซึ่งกำลังถูกเผาผลาญอยู่ในกองเพลิง

    เราทุกคนที่ได้เห็นได้ยินเสียงหวอ ก็อยากรู้อยากเห็นว่าไฟไหม้ที่ไหน เมื่อรู้แน่ว่าไฟไหม้ที่ไหนแล้ว ก็นึกห่วงญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่ไฟกำลังไหม้ บางครั้งก็มีผู้ที่ทราบว่าไฟไหม้อยู่ในเขตที่บ้านเรือนของตัวที่พักอยู่อาศัย ก็ตกใจอกสั่นขวัญหาย รีบหาทางกลับไปสู่บ้านของตนเองโดยด่วน ด้วยสีหน้าอันซีดเซียวตื่นเต้นตกใจห่วงบ้าน เพราะรู้ถึงอันตรายของอัคคีภัยที่เผาผลาญสินทรัพย์บ้านเรือนนั้นร้ายแรงเพียงไร เป็นความรู้สึกแต่ละบุคคลแต่ละครัวเรือนที่อยู่ในเคราะห์กรรมกำลังจะถูกไฟไหม้ ซึ่งหมายถึงผู้บริสุทธิ์ต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะส่วนมากที่อยู่อาศัยน่าจะไม่ได้ประกันภัย

    โดยเฉพาะพวกหาเช้ากินค่ำ ฉะนั้นจึงเพิ่มครอบครัวที่ไม่มีที่อยู่อาศัยมากขึ้น แต่ชีวิตมนุษย์แม้จะลำบากยากแค้นเพียงไรก็ดิ้นรนเสือกสนไปจนได้ คนเราน้อยนักที่จะเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้ที่ประสบอัคคีภัยหากไม่เคยประสบมากับตนเอง หรือได้พิจารณาให้ลึกซึ้งก็ไม่เข้าใจถึงส่วนลึกของผู้ที่ประสบอัคคีภัย ก็จะเห็นเป็นของธรรมดา ถ้าบางคนเห็นเป็นของสนุกสนานความจริงเป็นทุกข์ที่สุดในชีวิตในขบวนทุกข์หนักด้วยกัน

    นอกจากนั้นยังมีบุคคลจำพวกหนึ่งไม่เคยเห็นอกเห็นใจผู้ประสบภัย แล้วกลับเป็นผู้ฉวยโอกาสหาประโยชน์บนกองทุกข์ผู้อื่น พวกนี้เมื่อทราบข่าวไฟไหม้ที่ไหนก็รีบหาทาง ไปให้ถึงบริเวณที่ใกล้ชิดที่จุดที่พอจะใกล้ได้ เมื่อเห็นผู้อื่นได้รับทุกข์ชอบไปออกันล้อมดู จนเป็นที่กีดขวางทางผู้ที่จะขนของที่เหลือหลบภัยออกมาได้ ซึ่งบางครั้งก็เห็นผู้รับภัยกำลังตื่นเต้นหวาดกลัวอกสั่นขวัญหายทำอะไรไม่ถูก ได้แต่น้ำตาไหลยืนมองดูไฟไหม้ ลุกลามทำลายทรัพย์สินสมบัติบ้านช่องกำลังพินาศฉิบหายต่อหน้าต่อตา ผู้มีจิตใจปกติก็จะพลอยเศร้าสลดเห็นใจไปด้วย

    ข้าพเจ้าผู้เขียนเคยได้พบเหตุการณ์เมื่อครั้งเพื่อนบ้านตกอยู่ในเขตบริเวณไฟไหม้แต่เข้าไม่ถึง จึงพบแต่ภาพที่อนาถใจยากที่จะลืมได้ เห็นจะเป็นเพราะข้าพเจ้าชอบคิดชอบจำ แต่ผู้อื่นอาจเห็นเป็นเรื่องธรรมดาก็ได้ บางครั้งมีหญิงแม่ลูกอ่อนทั้งอุ้มทั้งจูงเด็กที่ยังไม่เดียงสา เดินร้องไห้เหลียวไปดูไฟกำลังโหมแรง เพราะลมจัดด้วยน้ำตานองหน้า หันมาระบายความรู้สึกกับเด็กที่ไม่เดียงสาว่า “ลูกเอยคราวนี้เราหมดตัวกันแล้ว” แล้วก็สะอึกสะอื้น คงจะมีความอาลัยทรัพย์สินบ้านเรือนที่พักอาศัยกำลังจะเป็นเหยื่อพระเพลิงซึ่งไม่เคยมีความเมตตาปรานีแก่ใคร ทำให้นึกว่ามนุษย์ตนใดที่จุดเผาวางเพลิงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว มนุษย์ตนนั้นก็คงจะได้รับกรรมหนักที่ติดตามสนอง

    บางครั้งเราก็ยังเห็นผู้เฒ่าที่อายุมากแก่จนเดินแทบไม่ไหว ต้องมีพวกลูกหลานช่วยประคองให้ค่อยๆ เดิน และจูงแขนทั้งซ้ายขวามาอย่างเชื่องช้าด้วยใบหน้าอันซีดเซียวเหี่ยวแห้ง แฝงไว้ซึ่งความเศร้าสลดใจในชะตากรรมของตนต้องรับเคราะห์กรรมเมื่อยามอยู่ในวัยชรา ท่านผู้เฒ่าฝ่าฝูงคนออกมาด้วยความยากลำบาก หันไปดูรอบตัวด้วยความตื่นเต้น และย้อนกลับไปมองแสงไฟกำลังลุกโชติช่วงอย่างหมดอาลัยไยดีที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะหมดกำลังใจกำลังกาย ต้องสูญสิ้นทรัพย์สินไปในกองเพลิง เสียงไม้ที่กำลังไหม้ไฟดังคล้ายคั่วข้าวตอกข้าวโพด ขยายเสียงให้ดังหลายร้อยเท่า เสียงขื่อตรงคานของบ้านไม้พังลงมาเพราะไฟไหม้ มันเป็นเสียงที่เสียดเข้าไปในส่วนลึกของจิตใจ ของผู้ที่ต้องสูญเสียบ้านเรือนทรัพย์สินเงินทอง เหมือนจะถูกพระเพลิงที่กำลังพิโรธเผาผลาญูอย่างดุเดือด

    หญิงจีนบางคนเสียทรัพย์สินที่กำลังถูกเผาผลาญ จนเสียสติร้องไห้ตีอกชกหัวรำพันถึงความทุกข์ลำบากที่จะผจญชีวิตต่อไป เพราะหมดเนื้อหมดตัว ชะตากรรมแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันแล้วแต่ฐานะและความเป็นอยู่ ความทุกข์ยากลำบากแผ่ไปถึงทั้งเด็กผู้ใหญ่ คนเฒ่าคนแก่ ชายหญิง ตลอดถึงสัตว์เลี้ยงที่อยู่บริเวณนั้น บางคนก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไรมากนัก บางคนกลับดีใจเพราะได้เงินค่าประกันไฟ พวกที่น่าสังเวชสงสารก็คือผู้หาเช้ากินค่ำเพราะรู้ตัวว่าอนาคตมีแต่ความมืดมัว ขาดแสงสว่างย่อมจะต้องเผชิญชีวิตไปอีกนานกว่าจะสะสมทรัพย์สินเงินทองให้เท่าเก่า หากผู้มีอายุมากก็เป็นที่น่าสงสาร นอกจากนั้นยังมีพวกมารสังคมคอยฉวยโอกาสฉกชิงทรัพย์สินของผู้ประสบภัย ซึ่งเคยมีข่าวอยู่เสมอๆ

    ครั้งหนึ่ง คุณป้าผู้หนึ่งอุตส่าห์พยายามขนของออกมาจากบ้าน มากองไว้ในที่ไฟมาไม่ถึงเพราะรู้ว่าบ้านของตนนั้นไม่พ้นไฟที่กำลังโหมมาอย่างหนัก ไม่ช้าก็คงมาถึง ครั้งนั้นดูเหมือนเป็นเวลากลางวัน คุณป้าขนของออกมากองไว้แล้ว พลางออกปากขอร้องพร้อมทั้งยกมือไหว้ขอความเห็นใจ ให้พวกที่มามุงดูไฟช่วยดูแลเฝ้าของที่แกขนมากองไว้ แล้วจะกลับเข้าไปขนอีกถ้าไม่มีใครเฝ้าก็ห่วงหลัง แกขอร้องกราบไหว้อย่างน่าสงสาร พลางบอกว่า...

     
     

    จากคุณ : ระนาดแก้ว - [ 23 มิ.ย. 49 02:32:37 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | PanTown.com | BlogGang.com