ความคิดเห็นที่ 11
เวลาผ่านไป ชีวิตฉันก็พลิผลันไปเรื่อยๆ ตามประสาของเด็ก ครอบครัว แตกแยก ฉันอยู่กับแม่ป้า และก็มาอยู่กับ ย่าที่อุตรดิตถ์ แต่ก็ต้องย้ายมาอยู่กับ ย่าน้อย
(เมียน้อยปู่) ที่เชียงใหม่ ไปไหนต่อไหนอีกมากมาย
สุดท้ายมาลงเอยที่ อุตรดิตถ์ เพราะเป็นบ้าน แม่ใหญ่ (คงจำกันได้นะคะว่าแม่ใหญ่เป็นใคร ) ชีวิตฉันในวัยเด็ก ก็ย้ายถิ่นฐานมามากมาย เพราะ พ่อแม่ รับราชการ
แต่ก่อนที่จะมาลงเอยที่อุตรดิตถ์ ฉันขอท้าวความนิดนึงนะคะ
หลังจากที่แม่ตาย ฉันกับน้อง ต้องแยกกันอยู่ไปเลย เพราะความที่พ่อ มีแม่ใหม่ให้ลูกๆ และฉันก็เป็นที่รักของ แม่ใหญ่ เพราะเป็นแม่ใหญ่เป็นแม่ของแม่ฉัน ฉันผูกพันกับยายมากกว่า คนอื่น นั่นเป็นสาเหตุที่ฉันกับน้องต้อง พรากจากกัน........ และคุณผู้อ่านคะ... เชื่อมั้ยคะ ... เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาทั้งหมดทั้งปวงนั้น คำพูดของแม่ที่พูดมา นั้น ว่า อยากเอาลูกไปอยู่ด้วย คำนั้นเป็นความจริงละค่ะ....
ฉันกับน้องสุดที่รัก เราพลัดพรากจากันจริงๆ..... จากกันแล้ว และได้จากกันตลอดไป .... จากไปแบบไม่มีวันหวลคืนมาอีก......................................
ฉันเรียนอยู่ที่สถาบันสอนศิลปะแห่งหนึ่ง ที่ จังหวัดอุตรดิตถ์ .... อีกสองวันก็ต้องสอบกลางภาคแล้ว มีเพื่อนหญิงคนหนึ่ง ในห้องได้ เอา จดหมายเล็กๆ ฉบับนึงให้ฉัน ในข้อความจดหมายนั้น มันไม่เล็กเหมือนจดหมายเลย
ในข้อความมีว่า " นุ้ยตายแล้วถูกรถชน ไม่รู้ว่าเผา เมื่อไร "
คุณพระช่วย อะไรกันเนี่ยะ ใครบังอาจ กวน...ทีน ล้อเล่นอะไรเนี่ยะ
ฉันงง สงสัย มึนๆ บื้อๆ ชา ไปทั้ง ตัว วิ่งตามหาไอ้คนที่ส่ง จดหมายมาให้ จนเจอ สอบถาม ความเป็นมา จนได้เบอร์โทรศัพท์ที่บ้านฉันมา ใช่ ....บ้านพ่อฉันเอง จริงๆ เบอร์โทรศัพท์ก็เบอร์เดียวกันจริงๆ อะไรกันฮะเนี่ยะ.......
ได้ใจความจากเพื่อน ก็รีบวิ่งไปโทรศัพ์ ที่ตู้ สาธารณะ เพื่อนชื่อ ออน เป็นเพื่อนสุดที่รักของ วิ่งไปด้วย
ฉันได้โทรศัพท์ไปที่บ้านของย่าใหญ่ ( แม่ของพ่อ ) ย่าบอกว่า นุ้ยโดนรถชน เสียชีวิตแล้วจริงๆ แต่ไม่รู้ว่า เผา เมื่อไร............
เท่านั้น แหละค่ะ คุณผู้อ่านคะ ฉันร้องไห้โฮ ออกมา เต็มเสียง.. โดยไม่แคร์เสียตาใครที่ผ่านไปผ่านมาทั้งสิ้น ฉันร้องไห้เหมือนจะขาดใจให้ได้.,,..
คุณพระช่วย มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยะ ............ มันเป็นเพราะอะไร ทำไมคนที่ฉันรักต้องจากไปอีกแล้ว มันเป็นเวรกรรมอะไร กันนักหนา
คุณผู้อ่านคะ.... ขณะที่ฉันนั่งพิมพ์อยู่นี้ น้ำตาก็ไหล ไปด้วยค่ะ ฉันคิดถึงน้อง คิดถึงแม่จริงๆ คิดถึงพวกเค้า เหลือเกิน ....................
ฉันออกจากตู้โทรศัพท์ไม่ได้ หาทางออกไม่เจอ วนเวียน หมุนอยู่ อย่างนั้น จนเพื่อน ต้องมาเปิด ประตูให้ออก ชีวิตฉันในตอนนั้น มัน ไม่สีสรรค์ ไม่รู้ร้อน หรือหนาว งง มึนไปหมด เวลา เดิน รู้สึก จะลอยให้ได้ มันรู้เลยว่า ความเสียความรู้สึก นั้น มันเป็น อย่างน้ นี่เอง..... ฉันต้อง ลาหยุด แบบ ฉุกเฉิน ไม่สมารถ มาสอบกลางภาคได้ แต่ด้วยความ กรุณา ของคณาจาร์ ทำให้ฉัน ได้ไปงานศพ ของน้องสุดที่รักจนได้
การเดินทางไปงานศพของน้องสุดที่รักนั้น มันช่างไกลเหลือเกิน ในตอนนั้น ฉันไปกับพี่สาวคนนึง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน คนนึง จังหวัลำปางที่ใครๆ รู้จัก มันก็ไม่ไกลมาจาก จังหวัดอุตรดิตถ์ ถ้าคุณๆผู้อ่าน นึกออก แต่มันไม่ใช่ แค่ลำปางนี่สิ แต่ไกลถึง อำเภองาว เลย 84 ถึง 86 กิโลเมตร กว่าจะถึงที่นั่น
นั่นเป็นบ้านพ่อ เป็นบ้านใหม่ที่พ่อพาน้องสุดที่รักของฉันมาอยู่ ด้วย ทั้งสองคน
( ใช่ค่ะ ฉันมี น้องสาว เพิ่ม อีก หนึ่งคน )
ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีน้อง สาว อีกคน รู้ ก็ต่อ เมื่อจากที่แม่ ตายแล้ว ชีวิต ก็พลิกผลัน ไปเรื่อยๆ..... นั่นเอง น้องคนนี้ คือน้อง แท้ ๆคลานตามกันมาเลย และน้องที่เสียชีวิต นั่น ก็เป็นน้องคนสุดท้อง ของฉัน และเป็นสุดที่รักของฉัน เช่นกัน ..... คุณๆ คงจะสงสัย ที่ว่า ทำไม ไม่รู้เลย เหรอว่า มีน้องสาว 2 คน เป็นไปได้เหรอ
เป็นไปแล้วค่ะ เพราะตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันไม่เคยเห็นน้องคนนี้เลย เพราะอะไรนั่นเหรอ น้องคนที่ 2นั้น ย่าใหญ่ ได้เอาไปเลี้ยงตั้งแต่เกิดแล้ว ส่วนฉันก็ แม่ใหญ่เลี้ยง มาตั้งแต่เกิด เหมือนกัน ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างเลี้ยง
พอฉัน รู้ประสา แม่ก็เอามาเลี้ยง เพื่อต้องเข้าโรงเรียน และน้องคนเล็กล่ะ แม่ป้าค่ะ เป็นคนเลี้ยง แม่เลี้ยงพวกเราทีเดียว 3 คนไม่ไหว แน่นอน ย่าก็เลยต้องเลี้ยง คนที่2ไว้
พอแม่ตาย เราก็ต้องมาอยู่กับย่าใหญ่ เพราะว่า แม่ป้าเค้า ก็ต้องเลี้ยงหลานที่เกิดมาใหม่ จึงทำให้ชีวิตของเราเปลี่ยนผลันอีกเช่นกัน..... พอน้องเรียนถึงมัธยมต้น พ่อก็เอาไปเลี้ยงต่อ
แต่การเลี้ยงของพ่อนั้น มันช่างเหลือเชื่อ เพราะ พ่อ ย้าย บ้านมาอยู่ที่ อำเภองาว ทำไมต้องเป็นที่นี่
เพราะที่งาว อยู่ใกล้ที่ทำงานของหล่อนคนนั้น ใกล้ที่ทำงานของพ่อเช่นกัน และที่สำคัญ ได้ ห่างไกล ดวงวิญญาณของแม่ด้วยเช่นกัน............
และด้วยความห่างไกลนั้น ทำให้ฉันกับพี่สาวต้องมาแวะพักที่บ้านแมป้า เพื่อจะได้ไปงานศพ พร้อมๆกัน แต่ คุณๆคะ แ ม่ป้าไม่รู้เลย ว่าเกิดอะไรขึ้น....... ฉันกับพี่สาว มาถึงบ้านแม่ป้า แก ดีใจ พี่เหน่ง พี่อี๊ด และทุกคนก็ดีใจ..... ทำไมดีใจล่ะ ทำไมไม่เสียใจกันบ้างเหรอ
ใช่ค่ะ เพราะ แม่ป้า และคนที่บ้านนี้ไม่มีใครรู้ เรื่องนุ้ยเลย .... ทำไมไม่รู้ พ่อไม่ได้บอกเหรอ อ้าว....นี่มันอะไรกันเนี่ยะ แม่ป้าไม่รู้จริงๆค่ะ แม่ป้าบอกกับฉันว่า ซื้อสร้อยคอทอง 1 สลึง นึงเอาไว้ให้นุ้ย แล้ววันพรุ่งนี้นัดกันแล้ว หลังโรงเรียน จะแอบไปหานุ้ย ทำไมต้องแอบ เพราะว่า พ่อไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
พ่อไม่อยากให้แม่ป้าไปหานุ้ยอีก เพราะน้องเริ่มโต เริ่มก้าวร้าว ( เป็นไปตามวัย ของเด็ก ที่ขาดแม่ดูแล )
นัง แม่ใหม่ก็ เป่าหูพ่อเรื่องแม่ป้า ก็เลยทำให้ คนสองคนที่รักกันและผูกพันธ์ กัน ต้องมา มาพบเจอกัน แบบ หลบๆ ซ่อนๆ และ การ หลบซ่อนครั้งนี้เลยเป็นเหตุที่ทำให้แม่ป้า พลาดเรื่องที่ใหญ่ที่สุดไป......
ฉันกับพี่เห็นแม่ป้า เอาสร้อยคอออกมา เรามองหน้ากัน และ ก็รู้จริงๆ ว่า แม่ป้าไม่รู้อะไรเลย
ฉันกับพี่ กอดแม่ป้า และค่อยบอกแก กับเรื่องที่เกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ป้านั้น ไม่ขอ บรรยายนะคะ เพราะมันเกินจะพรรณาได้ สำหรับคนที่รัก คนที่เลี้ยงมากับมือ ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ได้
เช้าวันเดินทางฉัน แม่ป้า พี่สาว และ พี่อี๊ด ลูกสาวคนโตของแม่ ป้าไปด้วย เราทั้งหมดนั่ง รถประจำทาง ไป อำเภองาว มันเป็นหนาทางที่แสนไกล และเป็นหนทางที่เหน็บหนาว ทำไมวังเวง อย่างนี้
มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ... เราก้าวลงรถด้วยความ เมื่อยล้า... ในการเดินทางครั้งนี้ มีทุกอารมณ์ ปนอยู่ มีอยู่อย่างเดียวที่ไม่มี นั่น คือ ความสุข....
ฉันมาถึงวัดที่ตั้งศพน้อง ทุกคนที่มา ร่ำไห้ อย่าง น่าสงสารไม่แพ้กัน เพราะ เป็นที่น่าเสียดายอย่างที่สุดที่จะหาได้ละ นุ้ย กำลังจะขึ้น ม.4 ในปีหน้า กำลังจะได้สร้อยคอที่อยากได้ แต่ก็ต้องมาเสียชีวิต ซะก่อน เพราะ ใคร .....เพราะนังคนนั้นนั่นเอง
เพื่อนบ้านเล่าให้ฟังว่า พ่อและนังนั่น กำลังจะตั้งวง กินเหล้า กัน คงจะมีเพื่อนมาอีกมาก
นังตัวแสบใช้ให้นุ้ยไปซื้อน้ำแข็ง น้องก็ต้องไป... ไปทั้งๆที่เพิ่งจะหัดขี่ มอเตอร์ไซด์ ไม่กี่วันนี้เอง
ทำไม พ่อไม่ห้ามล่ะ ... ทุกอย่าง มันเปลี่ยนไปแล้ว..... ไม่มีอะไรเหมือนเดิม
น้องก็ไปตามที่เค้าใช้ ขณะที่ขี่รถอยู่นั้น มีรถพ่วงสิบล้อ วิ่งมาด้วยความเร็ว ขณะที่หักเลี้ยว ซ้ายนั้น พ่วงที่พ่วงมาด้วย มันไม่พ้นทางโค้ง จึงตบเข้า ข้างทาง โดยที่มีน้องฉันอยู่ ตรงนั้น พอดี
( นึกออกมั้ยคะ นึกตามภาพนะคะ สมมุติ เราอยู่ ตรง กลาง สามแยก ข้างหน้า เราเป็นทางตรง ขวามือ เราเป็นเส้นทางไป ลำปาง ซ้ายมือ เป็นเส้นทางไป พะเยา ตรงไปข้างหน้าเราก็คือ อำเภอ ร้องกวางจังหวัด แพร่ บ้าน ของพ่อ อยู่ ทางขวามือ ของทางตรง ที่เราอยู่ )
นุ้ย ขับรถ อยู่ ตรง ทาง มุม แพร่ง พอดี เค้าก็เลย เรียกว่า ทางสามแพร่ง รถสิบล้อคันนั้น ได้ตบ รถมอเตอร์ไซด์ที่น้องขับมา ลงข้างทาง ทันที...... รถล้มลง ต่อหน้า คนที่ยืน รอรถโดยสาร ประจำทาง น้องของฉันตายคาที่ทันที ตายทั้งที่มีถุงน้ำแข็ง อยู่หน้ารถ
คิดดูเอานะคะ ว่า น่าสงสาร แค่ไหน ......................
น้องคนกลางไม่ได้อยู่ด้วย เพราะเค้าเรียนที่ตัวเมืองลำปาง มีคนโทรไปบอก น้องจึงรีบมา ฉัน โกรธ และโมโห เค้าทั้งสองคนมาก ที่ทำไม ต้องเป็นน้องของฉันด้วย ทำไมพ่อ ไม่ปกป้องน้อง ทำไมพ่อไม่ดูแลน้อง ทำไม .....และทำไม เป็นคำถามที่ไม่มีใครตอบเลย ....
ยังไม่หมดเท่านี้ค่ะ อย่าลืม ติดตาม ตอนจบนะคะ มาอ่านต่อกันว่า วิญญาณนุ้ยจะเป็นยังไง และ น่ากลัว ขนาดไหน
จากคุณ :
เจฉ่าย
- [
8 ส.ค. 49 12:43:59
]
|
|
|