ความคิดเห็นที่ 65
กลับมาตอบคำถามต่อครับเอาทีละคนนะครับ
เริ่มจากของคุณ Crafman ก่อนเรื่องสงสัยว่าอเมริกันนกรู้เลยเอาเรือบรรทุกเครื่องบินไปซ่อนนั้น ผมไปหาข้อมูลมาให้แล้วครับ "At this time the U.S. carriers were not at Pearl Harbor. On 28 November, Admiral Kimmel sent USS Enterprise under Rear Admiral Willliam Halsey to deliver Marine Corps fighter planes to Wake Island. On 4 December Enterprise delivered the aircraft and on December 7 the task force was on its way back to Pearl Harbor. On 5 December, Admiral Kimmel sent the USS Lexington with a task force under Rear Admiral Newton to deliver 25 scout bombers to Midway Island. The last Pacific carrier, USS Saratoga, had left Pearl Harbor for upkeep and repairs on the West Coast."
เรือบรรทุกเครื่องบินประจำน่านน้ำแปซิฟิกของอเมริกันตอนนั้นมีสามลำ คือ USS Enterprise, USS Lexington, USS Saratoga ในขณะที่มีการโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ในเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 1941 นั้นท้ังสามลำไม่ได้อยู่ในท่่าที่เพิร์ลฮาเบอร์ โดยแต่ละลำอยู่ในภาระกิจดังนี้
1. USS Enterprise เพิ่งเสร็จภาระกิจขนส่งเครื่องบินรบไปที่เกาะ Wake Island และกำลังเดินทางกลับมาที่เพิร์ลฮาเบอร์ 2. USS Lexington อยู่ในภาระกิจบรรทุกเครื่องบินทิ้งระเบิดไปส่งที่เกาะ Midway 3. USS Saratoga จอดซ่อมแซมอยู่ที่ท่าเรือซานดิเอโก แคลิฟอเนีย
ถึงญี่ปุ่นจะไม่ประสบความสำเร็จในการทำลายเรือบรรทุกเครื่องบิน แต่ญี่ปุ่นสามารถทำความเสียหายกับกองเรือรบภาคแปซิฟิกของอเมริกันถึง 21 ลำ เครื่องบินรบอเมริกันถูกทำลาย 188 ลำ เสียหาย 159 ลำ ผู้เสียชีวิต 2,403 คนในนี้รวมพลเรือนด้วย 68 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,778 คน
หากอเมริกันรู้ตัวก่อนจริงอย่างที่คุณ Craftman ว่าไว้ ทำไมเขาถึงยอมเสียเรือรบ 21 ลำและเครื่องบินอีก 344 ลำที่ถูกทำลายและเสียหายครับ เพราะหากจะรอให้ญี่ปุ่นโจมตีจะได้หาข้ออ้างเข้าสงคราม ทำไมไม่เก็บเรือรบกับเครื่องบินไว้ เพื่อใช้ในสงครามได้ทันทีครับ อีกส่วนหนึ่งคือ USS Lexington น้ันหากเขาจะเอาไปซ่อนอย่างที่สงสัย ทำไมถึงต้องได้รับภาระกิจขนส่งเครื่องบินไปเกาะ Midway ท้ังที่เกาะนี้มันไม่ห่างจากเพิร์ลฮาเบอร์ และเป็นทางที่กองเรือญี่ปุ่นต้องผ่านครับ มันไม่เสียงไปหน่อยหรือ หากกองเรือญี่ปุ่นกำลังเดินทางกลับแล้วไปเจอ USS Lexington เข้าพอดี ไม่โดนจมตาม 21 ลำก่อนหน้านี้หรือครับ
ตอบข้อสงสัยคุณ fork บ้างครับ "ลองอ่านกระทู้ของคุณ BoydKansasCity แล้ว... ถึงแม้จะออกตัวว่าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งชัดเจนว่าเอนไปทางใด ..." ต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยบอกนะครับว่าไม่เข้าข้างใคร ผมบอกโต้งๆเลยว่าผมเห็นด้วยกับอเมริกา ตามความเห็นนี้เลยครับ "ผมไม่ได้บอกว่าฟังผมแล้วจะต้องเข้าข้างอเมริกันอย่างที่ผมเป็น แต่อยากให้ฟังมุมมองอีกฝั่งบ้างครับ ฟังพวกนักวิชาการ และสื่อฝ่ายซ้ายบ้านเราเขาก็ป้อนแต่มุมที่เขาเห็น ผมเลยมาป้อนข้อมูลอีกมุมหนึ่งให้ฟังบ้างเท่าน้ันครับ "
ส่วนข้อสันนิษฐานของคุณ Nexus น้ันผมไม่เคยได้ยินนะครับแต่ขอไปลองค้นข้อมูลดูก่อนครับ หากเจอแล้วผมจะนำมาลงให้อ่าน หรือหากกระทู้นี้มันล่มไปแล้วผมจะส่งเป็นการส่วนตัวไปให้แล้วกันนะครับ แต่สิ่งที่เป็นข้อมูลจริงๆเลยคือ ญี่ปุ่นและอเมริกันมีเรื่องกันมาก่อนแล้วตอนแย่งชิงผลประโยชน์ในประเทศจีน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีทรัพยากรบุคคลแต่ขาดทรัพยากรด้านอื่นไม่ว่าโลหะ น้ำมัน และที่ดิน ญี่ปุ่นเลยขยายอำนาจไปในจีน ทางอเมริกันกลัวญี่ปุ่นใหญ่เกินไปเลยสนับสนุนจีนทั้งทางทหารและการเงิน ทำให้ญี่ปุ่นไม่พอใจ พอญี่ปุ่นเข้าสู่สงครามโลกคร้ังที่สอง ญี่ปุ่นต้องการน้ำมันจากตะวันออกกลางและต้องผ่านฟิลิปปินส์ที่เป็นเขตยึดครองของอเมริกาในขณะนั้นรวมท้ังมีฐานทัพอเมริกันอยู่ด้วย ญี่ปุ่นกลัวว่าหากอเมริกันดันไปเข้าร่วมกับพันธมิตร จะทำให้เส้นทางขนส่งทรัพยากรถูกตัดขาด จึงวางแผนเล่นงานอเมริกันก่อนที่อเมริกันจะต้ังตัว จากบันทึกเรื่องก่อนการโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์น้ัน ทางญี่ปุ่นส่งทูตไปเจรจาให้อเมริกามาอยู่ฝ่ายอักษะ อเมริกันก็ตายใจว่าญี่ปุ่นคงรอดูผลการตัดสินใจของอเมริกาก่อน แต่ปรากฏว่าญี่ปุ่นไม่รอ ขณะทูตเจรจาอยู่ทางกองทัพญี่ปุ่นก็เริ่มดำเนินแผนโจมตีเพิร์ลฮาเบอร์ แม้ในขณะที่เกิดเหตุขึ้นทูตญี่ปุ่นยังไม่รู้เรื่องเลยว่าทางทหารจัดการไปแล้ว
ตอบคุณ ....4จุดบ้างครับ จริงๆแล้วที่อเมริกากลัวไม่ได้กลัวอิรักถือครองอาวุธเคมีแล้วจะไปยิงใส่ฐานทัพอเมริกันในตะวันออกกลาง เพราะเขามีระบบป้องกันอาวุธเคมีอยู่แล้ว แต่ที่เขากลัวก็คืออาการเดียวกับกลัวอิหร่านและเกาหลีเหนือในเรื่องนิวเคลียร์ อเมริกันกลัวประเทศเหล่านี้จะถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือให้อาวุธเหล่านี้กับผู้ก่อการร้าย กลุ่มคนเหล่่าน้ันจะโจมตีอเมริกันด้วยอาวุธร้ายแรงเหล่านี้แต่เป็นแบบย่อส่วน ทำให้ตรวจจับยาก แต่อานุภาพร้ายแรงพอที่จะทำความเสียหายให้เมืองท้ังเมืองได้ นี่ต่างหากที่อเมริกันกลัว ส่วนเรื่องที่ทำเนียบขาวออกมายอมรับว่าไม่มีอาวุธร้ายแรงน้ัน ผมว่ามันกลับกันนะครับ พอเขาเอาหลักฐานออกมาให้ดูว่าเจอสารต้ังต้นทำอาวุธเคมี คนที่ต้องเงียบไปคือพวกที่โจมตีรัฐบาลอเมริกันนะครับ ไม่ว่ากลุ่มองค์กรมนุษยชนและพรรคเดโมแครต ผมเพิ่งดูผู้แทนคนหนึ่งของเดโมแครตขอโทษหน้าโทรทัศน์ไปเมื่อสองสามเดือนก่อนนี่เองครับ ส่วนเรื่องที่หากอเมริกันมีหลักฐานโจ่งแจ้งทำไมไม่ไปให้ UN และคุณเชื่อว่าประเทศต่างๆใน UN คงไม่ขัดขวาง ผมต้องถามกลับไปว่าจำเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆของอิสราเอลกับฮิสบอลเลาะห์ได้ไหมครับ UN ประกาศออกมาแล้วว่าให้ฮิสบอลเลาะห์ปลดอาวุธ ให้กองทัพเลบานอลเข้ามาประจำอยู่ที่ชายแดนติดกับอิสราเอล ให้ฮิสบอลเลาะห์ถอนกองกำลังของตนออกจากบริเวณน้ัน ผมถามว่าคำสั่งนี้ของ UN ฮิสบอลเลาะห์กับเลบานอนทำตามไหมครับ คำตอบคือไม่มีใครทำสักคน ทหารเลบานอนไม่กล้าไปแตะฮิสบอลเลาะห์ อิหร่านและซีเรียให้ท้ังเงินและจรวดแก่ฮิสบอลเลาะห์ไปยิงใส่อิสราเอล มาถึงตอนนี้มีใครใน UN ออกมาตำหนิฮิสบอลเลาะห์ อิหร่าน และซีเรียบ้าง ไม่มีครับ ไม่ว่าจีน รัสเซีย เยอรมัน แม้กระท้ังฝรั่งเศส เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะประเทศเหล่านี้มีผลประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับอิหร่าน ซีเรียด้วยกัันท้ังนั้น
หรือหากจะมองกลับไปให้ไกลหน่อยก็ตอนเกิดสงครามในเซอเบีย มีการฆ่าล้างเผ่่าพันธ์ุคนมุสลิมในเซอเบียโดยทหารสลาฟ UN นำโดยอเมริกาขอมติส่งกำลังเข้าไปยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ใครออกเสียงวีโต้ครับ คำตอบคือรัสเซีย เพราะเขาเชื้อสายเดียวกัน และรัสเซียอาศัยรัฐบาลเซอเบียกำจัดคนมุสลิมเหล่าน้ันที่มีส่วนสนับสนุนกบฏเชชเนียในแผ่นดินรัสเซีย สุดท้ายอเมริกันต้องส่งทหารผ่านนาโต้เข้าไปยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุแทน ตอนนี้แหละครับที่อเมริกันกับจีนมีปัญหากันเพราะจีนไม่ออกเสียงก็จริงแต่ออกมาต่อว่าอเมริกันอย่างออกหน้าออกตา เลยมีจรวดไปส่งถึงสถานฑูตจีนหนึ่งลูก ก็อย่างที่ผมเล่าไปแล้วครับ
ที่ผมยกตัวอย่างให้ฟังก็คือ ใน UN น้ันก็คือเวทีการต่อรองผลประโยชน์นั่นเอง ไม่มีใครเขาสนใจหรอกครับว่าใครจะเสียประโยชน์ตราบใดที่ไม่กระทบเขา ต่อให้มีหลักฐานขนาดการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุรัสเซียยังวีโต้ จีนยังเฉยได้เลยครับ นับประสาอะไรกับแค่อาวุธเคมีของอิรัก อาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านกับเกาหลีเหนือ เพราะเป้าหมายมันไม่ใช่ที่จีนหรือรัสเซีย แต่มันเป็นอเมริกัน ประเทศเหล่านี้เขาก็ไม่สนใจหรอกครับ อยากให้คุณ ....4จุดได้มองแง่นี้ด้วยนะครับ หากคุณเป็นอเมริกันที่ใครๆก็จ้องจะแทงข้างหลังอยู่แล้วคุณจะทำอย่างไร รอให้เขาเอามีดมาปักหลังเราก่อน หรือจะจัดการปลดอาวุธเขาก่อนที่เขาจะเอามาปักหลังเรา (กรณีนี้อเมริกันมีทางเลือก ของไทยเราไม่มีต้องรอเขามาปักหลังเราก่อน)
สุดท้ายตอบคุณ x ครับ เป็นเรื่องจริงครับว่าช่วงที่ผ่านมาน้ันการเคลื่อนไหวของอเมริกันไม่ว่าทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง และการทหารมีผลกระทบกับประเทศไทยไม่มากก็น้อย แต่มันเป็นความเป็นจริงว่าประเทศใหญ่เขาเล่นเกมอำนาจกันบนเวที ต่อยกันบางทีเลือดก็สาดกระจายไปโดนคนดูอย่างเราๆข้างเวทีเหมือนกัน และนี่คือเหตุผลที่ผมมาตอบคำถามด้วยมุมมองที่มองออกมาจากอเมริกาบ้าง เพื่อให้หลายคนที่ได้เข้ามาอ่านได้รับรู้ถึงอีกมุมมองหนึ่งบ้างครับ จะอยู่รอดกับเกมต่อรองของอเมริกันต้องตามความคิดเขาให้ทัน ต้องรู้ว่าเขาคิดอย่างไร มีความเชื่ออย่างไร เราถึงจะอยู่รอดในฐานะคนดูข้างเวทีครับ
แล้วพรุ่งนี้ผมจะกลับมาตอบอีกหากกระทู้ไม่ล่มซะก่อนนะครับ
จากคุณ :
BoydKansasCity
- [
17 ต.ค. 49 14:29:23
]
|
|
|