Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    มารู้จักทฤษฎีพหุปัญญาพร้อมแบบทดสอบครับผม

    เมื่อวานได้อ่าน ทฤษฎีพหุปัญญา คิดว่าน่าสนใจดีเลยเอามาฝากชาวหว้ากอครับ

    ทฤษฎีพหุปัญญา (Multiple Intelligence) เกิดจากงานวิจัยของ Prof.Howard Gardner (Havard University) เป็นทฤษฎีหนึ่งที่เน้นความสามารถที่หลากหลาย Howard Gardner เป็น เป็นคนหนึ่งที่พยายามรณรงค์ให้ครูมองกว้างขึ้นยอมรับความแตกต่างหลากหลายของเด็กมากขึ้น โดยเสนอแนวคิดของเขาว่า สติปัญญาของมนุษย์มีหลายแบบ เขาได้นิยามคำว่าปัญญา หมายถึง
    “ ความสามารถในการแก้ปัญหา หรือในการสร้างสรรค์ผลผลิต ซึ่งมีคุณค่าในวัฒนธรรมหรือชุมชนใดๆก็ตาม”     “ปัญญา ขึ้นอยู่กับ สิ่งแวดล้อม การใช้สติปัญญา และความต้องการ ที่ชิวิตมอบให้ตัวเรา และ ไม่ใช่คะแนนวัด IQ  ระดับเกรดในวิทยาลัย  หรือ ชื่อเสียงเกียรติยศใดๆ”


    ปัญญาแปดด้าน

        การ์ดเนอร์จำแนกความสามารถหรือปัญญา ( Intelligence) ของมนุษย์ออกเป็น 8 ด้านคือ :

    1.ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) คือความสามารถสูงในการใช้ภาษา ไม่ว่าจะเป็นการพูด เช่นนักเล่านิทาน นักพูด นักการเมือง หรือการเขียน เช่น กวี นักเขียนบทละคร บรรณาธิการ นักหนังสือพิมพ์ ปัญญาทางด้านนี้ยังรวมถึงความสามารถในการจัดกระทำเกี่ยวกับโครงสร้างของภาษาเสียง ความหมาย และเรื่องเกี่ยวกับภาษา เช่น สามารถใช้ภาษาในการหว่านล้อม อธิบาย และอื่น ๆ

    2.ปัญญาด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence) เป็นความสามารถสูงในการใช้ตัวเลข เช่น นักบัญชี นักคณิตศาสตร์ นักสถิติ และผู้ให้เหตุผลดี เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักตรรกศาสตร์ นักจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ปัญญาทางด้านนี้ยังรวมถึงความไวในการเห็นความสัมพันธ์แบบแผนตรรกวิทยา การคิดเชิงนามธรรมและการคิดที่เป็นเหตุผล (cause-effect) และการคิดคาดการณ์ (if-then) วิธีการที่ใช้ได้แก่ การจำแนกประเภท การจัดหมวดหมู่ การสันนิษฐาน สรุป คิดคำนวณ และตั้งสมมติฐาน

    3.ปัญญาทางด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence ) คือความสามารถสูงในการมองเห็นพื้นที่ ได้แก่ นายพราน ลูกเสือ ผู้นำทาง และสามารถปรับปรุงและคิดวิธีการใช้เนื้อที่ได้มี เช่น สถาปนิก มัณฑนากร ศิลปิน นักประดิษฐ์ ปัญญาด้านนี้รวมไปถึงความไวต่อสี เส้น รูปร่าง เนื้อที่ และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังหมายถึง ความสามารถที่จะมองเห็นและแสดงออกเป็นรูปร่างถึงสิ่งที่เห็นและความคิดเกี่ยวกับพื้นที่

    4.ปัญญาทางด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily kinesthetic Intelligence) คือความสามารถสูงในการใช้ร่างกายของตนแสดงความคิด ความรู้สึก ได้แก่ นักแสดง นักแสดงท่าใบ้ นักกีฬา นาฏกร นักฟ้อนรำ และความสามารถในการใช้มือประดิษฐ์ เช่น ความคล่องแคล่ว ความแข็งแรง ความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น ความประณีต และความไวทางประสาทสัมผัส

    5.ปัญญาทางด้านมนุษยสัมพันธ์ (Interpersonal Intelligence) คือความสามารถสูงในการเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก ความคิดและเจตนาของผู้อื่น ทั้งนี้รวมไปถึงความไวในการสังเกต น้ำเสียง ใบหน้า ท่าทาง ทั้งยังมีความสามารถสูงในการรู้ถึงลักษณะต่าง ๆ ของสัมพันธภาพของมนุษย์ และสามารถตอบสนองได้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เช่น สามารถทำให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลปฏิบัติตาม

    6.ปัญญาทางด้านตนหรือการเข้าใจตนเอง (Interpersonal Intelligence) คือความสามารถสูงในการรู้จักตนเองและสามารถประพฤติตนได้จากความรู้จักตนนี้ ความสามารถในการรู้จักตนจะได้แก่ รู้จักตนเองตามความเป็นจริง เช่น มีจุดอ่อน จุดแข็งเรื่องใด มีความรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด ความปรารถนาของตน มีความสามารถที่จะฝึกตนเอง และเข้าใจตนเอง

    7.ปัญญาทางด้านธรรมชาติวิทยา (Naturalist Intelligence) คือความสามารถในการรู้จักธรรมชาติของพืชและสัตว์ สามารถจัดจำแนกประเภท ชาร์ลส์ ดาร์วิน เป็นผู้หนึ่งที่มีปัญญาทางด้านนี้สูง

    8.ด้านดนตรี ( Musical Intelligence ) คือความสามารถในด้านดนตรี มีประสาทสัมผัสเรื่องเสียงดี  สามารถแยกแยะเสียงได้ดี   ซาบซึ้งในเสียงเพลง  มีจินตนาการตามเสียงเพลง   อาชีพที่เหมาะกับคนที่มีปัญญาด้านนี้ เช่น  นักร้อง  นักแสดง นักดนตรี นักแต่งเพลง วิศวกรเสียง  วาทยกร  

        ทฤษฎีทางปัญญาดังกล่าวพัฒนามาจากความรู้เรื่องการทำงานของสมองว่า สมองส่วนต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ต่างกัน ที่ทำให้คนบางคนอาจมีความสามารถบางประการโดดเด่นเป็นอัจฉริยะ ในขณะที่ความสามารถด้านอื่น ๆ ต่ำกว่าคนปกติมากมาย

        นอกจากนั้นเขายังศึกษาคนที่โดดเด่นด้านต่าง ๆ ว่า คนที่เก่งคณิตศาสตร์กับศิลปะหรือด้านอื่น ๆ แต่ละคนก็มีพัฒนาการที่หลากหลายและประสบความสำเร็จในระดับอายุที่ต่างกัน ความจริงเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ท้าทายวิชาจิตวิทยาพัฒนาการที่เราร่ำเรียนกันมาจริง ๆ

        ทฤษฎีของ Howard Gardner ได้รับการต้อนรับจากทั่วโลกเพราะงานวิจัยทางด้านสมองและการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์อยู่มากมายทั่วโลกช่วยสนับสนุนแนวคิดของเขาให้ชัดเจนมากขึ้นนอกเหนือจากนั้นความสามารถบางประการที่ไม่เคยปรากฎอยู่บนแผนผังของหลักสูตรใด ๆ ก็เริ่มถูกนำมาวิเคราะห์และหาหนทางที่จะมาพัฒนาเด็ก ๆ ทั้งเด็กปรกติ เด็กที่มีภาวะบกพร่องและเด็กที่มีความสามารถพิเศษ เช่นปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ ปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง และปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง และปัญญาด้านธรรมชาติวิทยา

    คัดลอกจาก http://203.172.204.162/intranet/1023_mc41/test/intelligenc.htm

    http://sc.think.com/www/usc/1/a/ue/252005/mi.doc

    ยังไม่จบ...

    จากคุณ : Cryptomnesia - [ 17 มี.ค. 51 12:22:28 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom