วันนี้จะมาเล่าเกี่ยวกับ ความลับ ของตัวเลขครับ ( ข้อมูล จากตำราลับของผมเอง)
ความลับในตัวเลข
ความสนใจเรื่องตัวเลขมีอยู่ทั่วโลก เช่น หมายเลข 4 ก็เป็นจัตุรัส(tetraktys)สำหรับพิธากอรัส(เรายังคงมี4ฤดูกาล,ธาตุทั้ง4,มีทิศทางภูมิศาสตร์4ทิศ) หมายเลข5ก็มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับชาวจีนและชาวฮินดู ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นเพราะเมื่อบวกเลข2ตัวจากตั้งแต่ 1 ถึง 10 จะได้ผลลัพธ์เป็น 5 บ่อยครั้ง เช่นถ้านำตัวเลขที่เป็นคู่สิบกันมาบวกกัน จะได้ผลเป็นสิบ (5x2) เสมอได้แก่ 1+9, 2+8, 3+7, 4+6 แล้วมีเลข 5เหลืออยู่ตรงกลาง
ดังนั้นถ้าหากคุณนำตัวเลขต่างๆมารวมกันในแถวก็จะได้ 45 ( 9x5) หรือเมื่อเอาเลขคี่มาบวกกันหมดก็จะได้ 25 (5x5) ถ้านำตัวเลขคู่มาบวกกันก็จะเท่ากับ 20 ( 4x5 )
ชาวจีนมักกล่าวถึงสิ่งมีคุณประโยชน์ 5 อย่าง บทลงโทษ 5 ขั้น 5 หนทาง และแน่นอนก็จัดว่าสิ่งมีคุณทั้ง 5 (ดินหรือดินเหนียว, ไม้,โลหะ,ไฟ และน้ำ) เท่ากับดาวเคราะห์ 5 ดวงที่พวกเขารู้จักในเวลานั้น (คือ ดาวเสาร์, ดาวพฤหัส, ดาวศุกร์, ดาวอังคาร และดาวพุธ ตามลำดับ)
เลข 9 ก็เป็นอีกหมายเลขหนึ่งที่มักจะมีความนัยสำคัญยิ่งใหญ่ ส่วนหนึ่งเพราะเหตุทางศาสตร์ตัวเลขที่นำมาเล่นกับมันได้ เมื่อคูณตัวเลขใดๆ ด้วยเลข 9 ตัวเลขจากจำนวนผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเลข 9 เสมอ (5x9=45, 4+5=9) แม้เมื่อสลับตำแหน่งตัวเลขนั้นเป็น 54 มันก็ยังเป็นผลคูณของเลข 9 ลองยกตัวเลขมาจำนวนหนึ่งว่าเป็นเลข 73 และเอามาหารด้วย 9 ตัวเศษจะเท่ากับเศษที่คุณได้จากการนำเลข 7 กับเลข 3 มารวมกัน และหารด้วย 9 นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมนักคณิตศาสตร์จึงตรวจสอบการคำนวณของพวกเขาด้วยการ ลบออกด้วย 9
ในทางพุทธศาสนามีคำกล่าวว่า พระปิดทวารทั้ง 9 มีความหมายว่าปิดทวารทั้ง 9 เพื่อมิให้สิ่งชั่วร้ายหรือสิ่งอกุศลมารบกวนทั้งกายใจ โดยเข้ามาสู่เรือนร่างทางทวารทั้ง 9 ได้ ทวารทั้ง 9 อันหมายถึงช่องทางของร่างกาย 9 แห่ง ที่ธรรมชาติเจาะไว้ 9 ช่อง คือ ตาสอง หูสอง จมูกสอง ปากหนึ่ง ปัสสาวะหนึ่ง ช่องอุจจาระหนึ่ง รวมเป็นทวารทั้ง 9
ชาวอียิปต์นับถือ เอนนีดส์ (กลุ่ม 3 เท่า) ดันเต้ บรรยายถึงวงแหวนทั้ง 9 ของแดนนรก เพราะในยุคกลางนั้น 9 ก็คือ เลขอันดับหนึ่ง ก่อนอื่นเป็นตัวเลขทางเทวทูต และจนทุกวันนี้เลข 9 ก็ยังมีบทบาทอยู่ในอารยธรรมหลายแห่งเมืองเกียวโต ในประเทศญี่ปุ่น ก็ถูกแบ่งออกเป็น 9 ส่วน ในปักกิ่ง องค์จักรพรรดิจะได้รับการระลึกถึงว่าทรงครองแท่นบูชาแห่งสวรรค์ มีขุนนางจีน 9 ระดับกระทำการโค้งคารวะ 9 ครั้ง, และยืนอยู่ตรงจุดที่มีวงแหวนบนทางเดินหินทั้ง 9 วง พื้นหินนั้นจะเรียงรัศมีกระจายออก โดยมีจุดศูนย์กลางร่วมกัน 9 จุด เหนือระเบียง 9 ชั้น
ในประเทศพม่า จอมเผด็จการ เนวิน ดำเนินชีวิตตนเองมากับเลข 9 เขาคว่ำพวกกบฏนิยมประชาธิปไตยได้ในวันที่ 18 (8+1=9) ในเดือนที่ 9 ให้พรรคของเขาได้หมายเลขลำดับที่ 9, 18 และ 27 (2+7=9) ตอนมีการลงคะแนนลับเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และการสั่งการรุนแรงข้อหนึ่งที่ทำให้เกิดความโกลาหลทางเศรษฐกิจทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2530 ก็คือ เมื่อเขาสั้งให้เพิกถอนธนบัตรทั้งหมดที่มีอยู่ ให้ใช้ธนบัตรใหม่ 2 ขนาด คือ 45 และ 90 จั๊ตแทน เนวิน ปักใจเชื่อว่าเลข 9 เป็นเลขที่มีอำนาจ ซึ่งเขาต้องเอาชนะมันก่อนทีมีนจะคว่ำเขาลง
ลำดับทางโหราศาสตร์ ของทางตะวันตกเกี่ยวกับตัวเลขแต่ละตัวมีความหมายทางสัญลักษณ์จำเพาะ ดังต่อไปนี้
"๑" ตามธรรมเนียมแล้วเป็นสัญลักษณ์แห่งพระเจ้า แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของ
(พระอาทิตย์ sol) ด้วย เป็นตัวเลขพื้นฐานของตัวเลขอื่น ๆ เช่นเดียวกับเป็นพื้นฐานชีวิต
"๒" ปกครองโดย (พระจันทร์ - lunar) เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นคู่ คู่ตรงข้าม เช่น
ความเป็นหญิงและความเป็นชาย เช่น หยิน หยาง แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ของการให้กำเนิดด้วย
"๓" ดาวพฤหัส ( -jupiter ) เกี่ยวข้องกับหลักการแห่งชีวิตและสำหรับชาวคริสเตียนเกี่ยวกับ
พระผู้เป็นเจ้าทั้งสาม ( ซึ่งในความเชื่อยุคก่อนคือ โอสิริส ไอริส และ ฮอรัส )เป็นตัว
แทนของอดีต ปัจจุบัน อนาคต หรือองค์ประกอบทั้งสาม 3 ของกาลเวลา และเป็นความเข้าใจ การเก็บเกี่ยวและความอุดมสมบูรณ์ การเป็นบิดา เลขสามยังมีความเกี่ยวพันกับดาวพฤหัสเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นดาวที่สำคัญต่อเลขศาสตร์
"๔" (ดวงอาทิตย์) เป็นตัวเลขแห่งรูปจัตุรัส ลูกบาศก์ กากบาท และเป็นตัวแสดงความมี
ปัญญา สิ่งตรงข้าม ความเป็นปฏิปักษ์ การระเบิด เลขสี่ยังเป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ รสายนเวท
(การเล่นแร่แปราธาตุ) อย่างมาก
"๕" (ดาวพุธ) ด้านหนึ่งเป็นตัวเลขแห่งอเนกประสงค์ และการประยุกต์ดัดแปลง
การวิพากษ์วิจารณ์และการวิเคราะห์ การสื่อสาร
"๖" (ดาวศุกร์) เกี่ยวข้องกับมิตรภาพ ความกลมกลืนเพศรส นักเลขศาสตร์ในยุคโบราณมองเห็นจุดด้อยอย่างแรงของตัวเลขนี้ แม้เมื่อใช้ซ้ำ ๆกันก็เป็นตัวเลขที่ชั่วร้าย (จึงเป็นที่มาของตัวเลข สัตว์ร้าย 666 ตามชื่อที่ถูกตั้งโดย อลิสเตอร์ ครอว์เล่ย์ ซึ่งได้มาจาก หนังสือแห่งวิวรณ์ (Book of Revealation) ที่กล่าวว่าเลข 666 เป็น ตัวเลขแห่งสัตว์ร้าย หรือตัวเลขของมนุษย์)
"๗" (พระจันทร์) เป็นตัวเลขแห่งการปฏิวัติ อิสรภาพ แต่ก็หมายถึงการแตกแยกด้วย เลข 7
หลายตัวมีผลต่อชีวิตของพวกเรา เช่น สีปริซึม 7 สี 7 วันในหนึ่งสัปดาห์ ผนึกตราทั้ง 7 และ 7 ช่วงอายุมนุษย์.... เลข 7 ยังเป็นตัวเลขลึกลับ เป็นหมายเลขแห่งมายิก ซึ่งถูกใช้มากในพิธีกรรมต่าง ๆ ในด้านครอบครัว แล้วเป็นเลขที่สัมพันธ์อย่างมากกับการถือกำเนิดของสมาชิกใหม่
"๘" (ดาวเสาร์) กุมความชรา ความตาย กาลเวลา และสถานะชาวกรีกเรียกว่าเป็นตัวเลขแห่งความยุติธรรม การตัดสินและปรากฏในเชิงสัญลักษณ์อยู่ในพระคัมภีร์ภีพันธสัญญาเก่าหลายเล่ม เช่น โนอาห์ เป็นทายาทรุ่นที่ 8 จาก อดัม โหราจารย์ 8 คนที่สืบเชื้อสายจากราฮับ พวกฟาริสี มี 8
นิกาย เป็นต้น นักรหัสยนัย (occult : ลัทธิเร้นลับ) บางคนถือว่าเลขแปดสามตัว (888) เป็นหมายเลขของพระคริสต์
"๙" (ดาวอังคาร) เป็นตัวเลขแห่การประท้วง พลังความกล้าหาญ และเป็นตัวเลขแห่งการดื้อรั้นโง่เขลา
"๑๐" เป็นตัวยืนสำหรับอนันตภาพ ( infinity : ความมากมายเกินจะนับได้ ) สิ่งที่ไม่อาจรู้ได้ความสูงส่ง แต่ก็หมายถึงความเข้มงวด ความไม่สมบูรณ์ ทั้งแบบที่ยิ่งใหญ่และเล็กอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ความหมายโดยย่อของจำนวนต่อจากเลข ๑๐ ที่ลี้ลับนี้คือ
๑๑ หมายถึง ความสงสาร ความรักแห่งเอกภพ
๑๒ หมายถึง ความเข้าใจโดยสากล
๑๓ หมายถึง การเริ่มต้นใหม่
๑๔ หมายถึง พลังธรรมชาติหรือการเติบโต
๑๕ หมายถึง ชะตากรรม
๑๖ หมายถึง ความปรารถนา และความโกรธ
๑๗ หมายถึง ความเป็นอมตะ ความเข้าใจ
๑๘ หมายความถึง สิ่งที่เป็นสสาร หรือความเป็นนักฉวยโอกาส
๑๙ หมายความถึง สุขารมณ์ ความพึงพอใจ ความสุข
๒๐ หมายความถึง ลักษณะของจิตวิญญาณ และความศรัทธา
๒๑ หมายความถึง ความสำเร็จและความทรงอำนาจ และ
๒๒ หมายความรวมถึง ความเย่อหยิ่ง และการเพิ่มพูนอำนาจใหัตัวเอง
จากคุณ :
yagioh
- [
6 ต.ค. 51 22:36:33
]