พอดีได้อ่านนิตยสารเรื่องมนุษย์ติดไฟได้เอง เลยพิมพ์บางส่วนมาให้ชาวหว้ากออ่านกันด้วยค่ะ
เช้าวันที่แสนจะหนาวเหน็บกลางฤดูเหมันต์ในวันที่ 5 ธันวาคม 2509 เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน กอสเนอลล์จึงตรงมายังบ้านของหมอ เจ.เออวิ่ง เบนท์เลย์ ผู้ซึ่งเป็นแพทย์ประจำของที่นี่
แต่เช้านี้ทุกสิ่งเงียบเชียบ อย่างผิดปกติ เขาก้าวลงไปที่ห้องใต้ถุน เมื่อมองหาหมอเบนท์เลย์แต่ไม่พบ มีควันจางๆ สีน้ำเงินอ่อนๆ ลอยอยู่ตรงพื้นห้องใต้ถุนเรือน กอสเนอลล์พบขี้ถ้าอยู่กองใหญ่ เมื่อเอาเท้าเกลี่ยดูอย่างแปลกใจ ไม่ปรากฎว่ามีเศษไฟอยู่อย่างใน เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นตรงเพดานห้องเหนือกองขี้เถ้าขึ้นไป ปรากฎเป็นช่องโหว่กว้างประมาณ 3 ฟุต ขอบของช่องโหว่ปรากฎเป็นรอยไหม้อยู่โดยรอบ
กอสเนลล์รีบขึ้นไปดูชั้นบน ซึ่งพื้นห้องที่เป็นรอยโหว่นั้นเป็นห้องน้ำ และตรงบริเวณนั้นเอง เขาพบขาคนเหลือถึงหัวเข่า
มันเป็นความตายที่เกิดขึ้นกับหมอเบนท์เลย์ ร่างกายของเขาถูกเผาไหม้จนเป็นกองขี้เถ้า ขาข้างที่พบนั้น เป็นขาเทียม ความพิศวงอยู่ที่ว่า หมอถูกเข้ากับความร้อนอะไรถึงได้ไหม้เกือบเป็นจุณอย่างนั้น แล้วทำไมขาเทียมจึงไม่ถูกไหม้ไปด้วย แม้แต่ยางบริเวณต่อของหัวเข่าก็ยังคงสภาพเหมือนเดิม เหมือนกับไม่ถูกความร้อนอะไรเลย
สำหรับความร้อนที่จะเผาร่างของหมอเบนท์เลย์ให้อยู่ในสภาพอย่างนั้นได้ มากมายแค่ไหน
ศพที่เขาเอาไปเผานั้น ความร้อนในเตาเผาราวๆ 2000 องศาฟาเรนไฮต์ เผาอยู่นานเป็นชั่วโมง และเมื่อเอาออกมาจากเตาแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าซากศพที่ถูกเผาจะเป็นกองขึ้เถ้า มันยังเป็นเศษกระดูกอยู่ ถ้าจะให้เป็นฝุ่นผงอย่างของหมอเบนท์เลย์ เห็นทีจะต้องเอาขึ้นครก แล้วเอาสากตำนั่นแหละ คุณรู้ไหม ไฟผิงที่เขาใช้ในบ้านนั้น อุณหภูมิ ไม่ควรเกิน 1,500 องศาฟาเรนไฮด์ด้วยซ้ำ
ท่านผุ้อ่านครับ อุบัติเหตุที่คนถูกย่างสดเกิดขึ้นมาแล้วมากมาย แต่ก้มีเป็นจำนวนไม่น้อย ที่มีความลึกลับแอบแฝงอยู่ เช่นรายของหมอเบนท์เลย์ เป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว ที่นักวิทยาศาสตร์ต้องปวดหัว อยู่กับ ปรากฎการณ์ทางสรีระอย่างหนึ่งที่เรียกว่า การเผาไหม้ในร่างกายมนุษย์อย่างเฉียบพลัน เรียกย่อๆว่า Spontaneouw Human Combustion ; SHC ปรากฎการณ์ SHC นี้ ไม่แน่ชัดว่าเป็นปรากฎการณ์ทางเคมีหรือเหนือเคมีขึ้นไป โดยจู่ๆ จะเกิดความร้อนขึ้นอย่างฉับพลัน และความร้อนนี้จะสูงอย่างมากมาย ความร้อนนี้จะเผาผลาญร่างกายจนมอดไหม้ลง บางรายอาจจะไหม้จนเหลือแต่กองขี้เถ้า ความร้อนนี้เกิดขึ้นเองภายในร่างกาย ข้อสำคัญวัสดุรอบกายจะไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนนี้
ดร.คร็อกแมน นักมานุษยวิทยาที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง มีข้อสังเกตุดังนี้ คือ
1. จาการวิเคราะห์เศษกระดูกของผู้ตาย กระดูกถูกหลอมละลายจนเกือบทั้งหมดของกระดูกกลายเป็นไอ ความร้อนขนาดนี้อย่างน้อยๆ ก็ควรจะสูงถึงจุดหลอมเหลวทองแดง คือมากกว่า 3 พันองศาฟาเรนไฮด์ จากการตรวจสอบสภาพสิ่งแวดล้อมในห้องนั้น ไม่มีสารเคมีใดๆ ที่จะให้ความร้อนได้สูงขนาดนั้น แล้วความร้อนจำนวนนี้มาจากไหนกันแน่
2. การเผาไหม้อย่างรุนแรงนี้ ไม่มีกลิ่นหรือควันใดๆเกิดขึ้น จะเป็นไปได้อย่างไร ที่เรือนร่างจ้ำม่ำหนักกว่า 175 ปอนด์ ถูกย่างจนไม่เหลืออะไร และไม่มีกลิ่นออกมาเลย สอบถามคนทั่วทั้งตึก ไม่มีใครได้กลิ่นหรือเห็นควันอะไรเลย
3.สิ่งที่น่าประหลาดที่สุด ได้พบผู้ตายบางคน กะโหลกผู้ตายจะหดตัวลงจนเหลือเท่ากับลูกเบสบอล จากการวิเคราะห์ ความร้อนที่สูงขนาดทำให้น้ำในเนื่อเยื่อไขมันของผู้ตายแห้งเหือดไป ย่อมทำลายเนื้อเยื่อในโพรงกะโหลกด้วย และสิ่งที่ตามมาก็คือ การระเบิดของกะโหลกศีรษะ นี่เป็นความจริง จากการที่ ดร.คร็อกแมน ทดลองกับศพจริงๆ
SHC เป็นเรื่องลึกลับและน่าสะพรึงกลัว เพราะเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ก็หมายถึงมัจจุราชมาเยือน แม้นักวิทยาศาสตร์ที่สนใจเรื่องนี้ ก็ยังหาเหตุผลที่ดีมาอธิบายไม่ได้ ผู้ทรงคุณวุฒิ จึงได้แต่รวบรวมเรื่องราวของ SHC แล้วประมวลออกมาว่า โรค SHC นั้นจะเกิดกับเหยื่อที่มีลักษณะดังนี้
มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มีอายุแล้ว รูปร่างอ้วนใหญ่ อุดมด้วยไขมัน และนิยมนั่งๆนอนๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นคนติดเหล้า ติดบุหรี่ ข้อสำคัญมักจะเป็นผู้ที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว ฤดูที่เกิดมักจะเป็นฤดูหนาว สภาพที่เกิดส่วนใหญ่ ผู้เคราะห์ร้ายมักจะนอนพักผ่อนอยู่ใกล้ๆไฟ เช่น เตาผิง หรือเทียนไข
จากคุณ :
nuch_tiew
- [
19 ต.ค. 51 08:16:50
]