จริงๆตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาโพสตอนวันฮาโลวีน แต่มีเหตุทำให้ไม่ได้เข้ามา เพราะ ป่วย เข้าคอมไม่ได้ อื่นๆอีกมากมาย ก็มาโพสวันนี้แล้วกันครับ หลงวันฮาโลวีนไปหลายวันหน่อย
(ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลต่างๆที่ให้มา และให้ผมได้เซฟเก็บไว้หลายปี)
zombies
ใครที่เป็นแฟนหนังสยองขวัญทั้งหลาย คงไม่มีใครที่จะปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ซอมบี้ ผีดิบที่วาดลวดลายความน่ากลัวและโหดร้ายผ่านแผ่นฟิล์มหลายต่อหลายเรื่อง จนได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ใช่ว่าซอมบี้จะเป็นเพียงตัวละครที่โลดแล่นอยู่แต่เพียงแค่บนหน้าจอเท่านั้น ทว่าเชื่อกันว่าซอมบี้หรือศพที่ฟื้นคืนชีพได้นั้น มีอยู่จริงในโลกใบนี้ โดยตำนานของซอมบี้เกิดขึ้นครั้งแรกในดินแดนแถบริมฝั่งทะเลคาริบเบียน ต่อมาได้เผยแพร่ขยายไปในส่วนต่างๆของยุโรปและได้เริ่มบันทึกไว้อย่างจริงจังในช่วงยุคกลางในแถบทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะใน เฮติ ซึ่งมีการนับถือลัทธิไสยศาสตร์วูดูอย่างแพร่หลายโดยการท่องมนต์ ลึกลับอ้อนวอนต่อ "เวสตู" เทพเจ้าแห่งปีศาจและความชั่วร้าย นอกจากนั้นลัทธิวูดู ยังมีมีพิธีการเกี่ยวกับการสาปแช่ง และสังหารศัตรู ด้วยวิธีการของมนต์ดำ
ซอมบี้เป็นศพที่เพิ่งตายใหม่ๆ และสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ด้วยอำนาจลี้ลับของโบโกร์ หรือหมอผีฝ่ายชั่วร้าย ที่ปลุกชีพขึ้นเพื่อให้กลายมาเป็นทาสผีดิบผู้ซื่อสัตย์และช่วยทำงานอยู่ในไร่อ้อยของ
บรรดาหมอผี
สภาพภายนอกของซอมบี้ไม่ได้แตกต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไป ทว่าไร้ซึ่งความทรงจำใดๆ เช่น ไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน หรือไม่สามารถจำได้เกี่ยวกับอดีตก่อนตายของตนเอง ซอมบี้จึงเป็นเสมือนร่างไร้วิญญาณที่ปฏิบัติงานตามคำสั่งของเจ้านายซึ่งก็คือหมอผีที
่ปลุกชีพขึ้นมาอย่างไม่มีการบ่นหรือขัดขืนใดๆ
วิธีการที่จะได้ศพมาทำพิธี
สำหรับวิธีการที่จะได้ศพมาเพื่อใช้ในการทำพิธีนั้น ก็สุดแล้วแต่ความสามารถของบรรดาพ่อมดหมอผี ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับลัทธิ วูดูจะสามารถสรรหามาได้เช่น
1. ขโมยขุดศพมาจากสุสาน
- วิธีนี้บรรดาพ่อมดหมอผีจะสั่งให้สมุนผู้ช่วยไปขุดเอามาจากหลุมศพตาม สุสานหรือป่าช้าที่มีการนำศพคนตายไปฝัง ในยุคที่มีการ ขโมยขุดศพไปทำผีดิบซอมบี้กันอย่างแพร่หลาย หลังจากทำพิธีการศพเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะได้กลับบ้านไปพักผ่อน พวกญาติๆต้องคอยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเฝ้าศพ ไม่ก็จ้างผู้เฝ้าศพให้จนกว่าศพจะเน่าพอที่จะไม่สามารถนำไปทำซอมบี้ได้เลยก็มี
2. ขโมยศพจากโรงพยาบาล
- วิธีนี้ค่อนข้างจะบ้าเลือดไปนิด แต่มีการได้รับการยืนยันจากผู้มีประสบการณ์ในประเทศเฮติ ชายคนนี้มีนามว่า คลาอุส นารุคิส เขาเคย เสียชีวิตมาแล้ว ด้วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต เมื่อเขารู้ตัวอีกทีเขารู้สึกว่าถูกนำตัวไปอยู่กระท่อมกลางนา ซึ่งเขาเห็นน้องชายตัวแสบของเขาเป็นผู้ร่วมมือกับหมอผีนำร่างของเขามานั่นเอง ขณะที่อยู่กับซอมบี้ตัวอื่นๆ ความจำของเขาค่อยๆกลับมา จนจำได้ว่าเขาคือใคร เมื่อน้องชายของเขาและหมอผีเสียชีวิต เขาจึงเดินทางกลับบ้านเกิดและ เล่าเรื่องในวัยเด็กของเขา ได้อย่างถูกต้อง
ว่ากันว่าในอดีตบรรดาหมอผีที่ชั่วร้ายมีซอมบี้เป็นทาสผู้รับใช้หลายตัว บางคนมีซอมบี้อยู่มากกว่าร้อยตัว ซอมบี้จะทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งในไร่อ้อย ไม่หวั่นแม้ฝนจะตกหรืออากาศร้อนแรงเพียงใด ซอมบี้จะกินอาหารที่หมอผีจัดหามาให้และเชื่อฟังคำสั่งของหมอผีแต่เพียงผู้เดียว
สำหรับชาวเฮติที่นับถือลัทธิวูดูนั้น ซอมบี้ไม่ใช่ผีดิบที่น่ากลัว พวกเขายังคงใช้ชีวิตร่วมอยู่กับซอมบี้อย่างเป็นปกติสุขทว่าสิ่งที่ชาวเฮติทั้งหลายหว
าดกลัวเกี่ยวกับซอมบี้มากสุด คือการที่ต้องกลายมาเป็นซอมบี้เสียเองต่างหาก
เพื่อป้องกันไม่ให้ศพที่ตายไปแล้วสามารถถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพได้นั้น บรรดาชาวเฮติต้องลงทุนนั่งเฝ้าหน้าหลุมศพหลายเดือนเพื่อให้มั่นใจว่าศพได้เน่าสลายไป
แล้ว และไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง หรือบางครอบครัวก็จะมีการใช้ก้อนหินขนาดใหญ่จำนวนมากวางทับบนที่ฝังศพเพื่อไม่ให้ศพฟ
ื้นขึ้นมาได้
ส่วนครอบครัวที่ยากจนไม่มีเงินเพียงพอที่จะหาซื้อหินขนาดใหญ่มาใช้ ก็อาจจะนำของปลุกเสกต่างๆ จากหมอผีฝ่ายดี มาใส่ไว้ในโลงและในบางครั้งก็จะมีการใส่มีดไว้ในโลงศพ เพื่อให้ศพที่ฟื้นคืนชีพใช้ปลิดชีพตัวเองรอบสอง และจะได้นอนตายตาหลับได้อย่างสงบ
ทั้งนี้ ชาวเฮติก็ไม่นิยมที่จะเลือกเผาศพ เพราะแม้ว่าหลายต่อหลายคนจะเชื่อว่าเป็นการทำลายร่างผู้ตายให้ไหม้สลายไปได้ ทว่าในตำนานเล่าว่ามีหลายครั้งที่ศพฟื้นคืนชีพในขณะที่กำลังทำการเผา และซอมบี้ตัวนั้นยิ่งจะมีอำนาจและความโหดร้ายมากกว่าซอมบี้ตัวอื่นๆ อีกด้วย
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันบรรดานักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับตำนานของซอมบี้ และได้มีการอธิบายความเชื่อดังกล่าวว่า ซอมบี้หรือที่ชาวเฮติเชื่อว่าเป็นผีดิบที่ฟื้นคืนชีพอีกครั้งนี้อาจจะเป็นเพียงคนที่
ถูกวางยาพิษบางอย่างจากหมอผี ซึ่งส่งผลให้ร่างกายหยุดทำงานชั่วขณะเหมือนกับคนที่ตายไปแล้ว ทำให้ญาติพี่น้องพากันนำไปประกอบพิธีศพ
หลังจากนั้น หมอผีที่แอบซุ่มอยู่ในระหว่างการประกอบพิธีฝังศพ ก็จะแอบเข้าไปนำเอาศพที่ถูกฝังไว้ขึ้นมา และก็จะเอายาพิษอีกตัวให้แก่ซอมบี้ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาหลังจากที่หมดฤทธิ์ยาตัวแรกที
่กินไปด้วยตัวยาที่ได้กินนั้นส่งผลให้กระทบต่อระบบประสาททำให้คนที่กินไป ความจำเสื่อม ไม่สามารถจำอะไรได้ และเมื่อได้รับยาดังกล่าวที่หมอผีให้กินมาเป็นเวลานานนั้น ก็จะทำให้คนคนนั้นกลายเป็นเสมือนร่างไร้วิญญาณเหมือนกับคนที่ติดยาเสพติดที่ไม่มีชีว
ิตจิตใจเป็นของตัวเอง
อิทฤทธิ์และวิธีการป้องกัน จัดการกับซอมบี้
ผีดิบซอมบี้ อย่างที่กล่าวไว้ข้างจ้น มันมีความแข็งแรงสูง แถมไม่กลัวแสงแดดเสียอีก เวลาโดนอะไรก็จะไม่รู้สึกนอกเสียจากว่า ทำลายมันให้เละ จึงเป็นตัวที่ปราบปรามยากอยู่สักหน่อย วิธีการหยุดมันควรจะใช้ของแรงๆเช่น ปืนไฟ จรวด ก็คงพอจะเอาอยู่ แต่เนื่องจากมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เอาแต่ไล่ล่าหาเหยื่อ ถ้าเจอเข้า โกยแน่บ เป็นดีที่สุด
ข้อมูลอื่นๆ
ข้อมูลอื่นๆของเรื่องราวเกี่ยวกับซอมบี้นั้น ในยุคใหม่ๆ ได้มีความคิดใหม่ๆเกิดขึ้นว่า ถ้ามนุษย์เราสร้างไวรัสที่สามารถ ทำให้ผู้ ติดเชื่อกลายเป็นซอมบี้ได้ โลกนี้คงวุ่นวาย ตัวอย่างเช่นเกมดังๆ ละหนังหลายๆเรื่อง เช่น Resident Evil นั่นเอง
โซรา นีล เฮิร์สตัน นักวิจัยเรื่องซอมบี้ในเฮติ ได้บันทึกในรายงานวิจัยเมื่อปี 1937 โดยเล่าว่าเขาได้ทำการศึกษาเรื่องซอมบี้ในกรณีของเฟลิเซีย เฟลิซ-เมนเตอร์ ซึ่งเชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 1907 ทว่า 30 ปีให้หลัง บรรดาชาวบ้านหลายต่อหลายคนเล่าว่าได้พบเห็นร่างของเฟลิซ-เมนเตอร์ อยู่ตามถนนเหมือนกับคนปกติ ซึ่งจากผลการศึกษาของเฮิร์สตัน พบว่า อาการของเฟลิซ-เมนเตอร์ เป็นผลมาจากที่ได้รับยาร้ายแรงเข้าไป ซึ่งทำให้เฟลิซ-เมนเตอร์ มีอาการเหมือนกับคนตายแล้วสามารถฟื้นขึ้นมาได้นั้น ทว่าเฮิร์สตันไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่ายาที่ทำให้เฟลิซ-เมนเตอร์ มีอาการดังกล่าวนั้นคือตัวยาชนิดใด
จากคุณ :
yagioh
- [
4 พ.ย. 51 23:20:14
]