ความคิดเห็นที่ 7
ฤดูกาลปืนยอดเขาเอเวอเรสต์ปีนี้ กำหนดสิ้นสุดวันที่ 15 มิ.ย.48 การผจญภัยของเหล่านักปืนเขาจากทั่วโลกปีนี้มีหลายคณะเหมือนที่ผ่านมา แต่ความทะเยอทะยานอยากจะพิชิต ยอดเขาเอเวอเรสต์จะมีอยู่ไม่รู้จบ ด้วยคำตอบเดียวกันคือ “เพราะมันอยู่ที่นั่น” บนความสูงที่สูงที่สุดในโลก
- ปี 2548 มีผู้เอาชีวิตไปทิ้งที่นั่นแล้ว 3 ราย รายล่าสุด วิศวกรซอฟต์แวร์จากอังกฤษ นายโรเบิร์ต วิลเลี่ยม วัย 49 ปี ซึ่งขันอาสาเป็นนักไต่เขาพร้อมอุปกรณ์ไฮเทค หวังช่วยพัฒนาให้นักปืนเขาอาชีพ มีความปลอดภัยมากขึ้น เขาเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหล็ว ตายบนระดับความสูง เหนือระดับน้ำทะเล 8,450 อีกประมาณ 400 ม. ก็จะถึงจุดสูงสุดของโลกได้แล้ว นับเป็นนักไต่เขารายที่ 3 ที่เสียชีวิตในช่วงฤดูการปีนเอเวอเรสต์ในปีนี้
- ปี 2548 นายอาปา เชอร์ปา เผ่าเชอร์ปา อายุ 45 ปี ทำสถิติใหม่ ในการไต่ถึงยอดสูงสุดของเอเวอเรสต์ถี่ที่สุด คือ 15 ครั้ง
- ปี 2548 มีนักผจญภัยสามารถไต่ยอดเอเวอเรสต์ จากฝั่งเนปาลและธิเบตเป็นผลสำเร็จ ประมาณกว่า 1,400 คน โดยประมาณ 250 คน พิชิตยอดนี้มากกว่า 1 ครั้ง ประมาณกว่า 180 คน เสียชีวิตระหว่างทาง
- ปี 2548 หนุ่มสาวนักปืนเขาชาวเนปาล นายเพมบา ดอร์จี วัย 23 ปี และ โมนี มูเลปาดี เจ้าสาววัย 24 ปี ยิ้มอย่างมีความสุข หลังกลับมาพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จอีกครั้ง พร้อมกับถือโอกาสแต่งงานที่นั่น ในเวลาอันรวบรัด 10 นาที โดยไม่ได้บอกใครมาก่อน มีเพื่อนนักปืนเขาเป็นสักขีพยานราว 45 คน ก่อนกลับไปแต่งงานถูกต้องตามประเพณีภายหลัง (แต่ถ้าเป็นประเพณีไทย จะต้องเข้าหอกันบนยอดเลยหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกันน่ะ)
- ปี 2548 หลังจากพยายามเป็นครั้งที่ 2 นายพอล ฮอคกี้ ชาวออสเตรเลียวัย 39 ปี ผู้พิการมีแขนข้างเดียว ก็สามารถทำความฝันได้สำเร็จในการพิชิตยอดเอเวอเรสต์เมื่อ 7 มิ.ย. ฮอคกี้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อปีที่แล้ว(2547) เขาเคยพยายามจะไต่เอเวอเรสต์ แต่ขึ้นไปได้เพียง 300 ม. ก็ถอดใจเสียก่อน ฮอคกี้ถูกตัดแขนทิ้งเมื่อตอนแรกเกิดอายุได้เพียง 3 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นมะเร็งกระดูก เจตนาในการไต่เขาเอเวอเรสต์ครั้งนี้ ก็เพื่อระดมทุนสำหรับการวิจัยด้านมะเร็ง
- ปี 2547 นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนเปิดเผยว่า ยอดเขาเอเวอเรสต์ กำลังหดต่ำลงทุกปี เกือบถึงปีละ 10 ซม. อันเนื่องมาจากอิทธิพลของอุณหภูมิของโลก ที่เพิ่มขึ้นและธารน้ำแข็งในแถบภูเขาหิมาลัยได้หดตัวลงไป นับกระทั่งปี 2542 เป็นเวลา 33 ปีแล้ว ได้หดต่ำลงไป 1.3 ม. จากที่เคยสูง 8,849.75 ม. ลงมาอยู่แค่ 8,848.45 ม. แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีใครรู้แน่นอนว่า หิมะที่ปกคลุมยอดเขาเอเวอเรสต์ มีความหนาสักเท่าใด นักไต่เขาชาวอิตาลีเคยกล่าวว่า วัดได้หนาไม่ต่ำกว่า 2.5 ม. และบางทีอาจจะมากกว่านั้นหลายเมตร อุณหภูมิของโลกที่เพิ่มขึ้นได้ทำให้น้ำแข็งละลายกลายเป็นหิมะเหล็วเร็วขึ้น ความมั่นคงแข็งแรงของธารน้ำแข็งมีส่วนกับการที่ยอดเขาเอเวอเรสต์ลดต่ำลงโดยตรง
- ปี 2547 นายเปมบา ดอรี ชาวเนปาล เผ่าเชอร์ปา วัย 26 ปี สร้างสถิติใหม่ ในการไต่สู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ได้เร็วที่สุดในโลก โดยเขาเริ่มปืนจากสถานีฐานและขึ้นไปถึงจุดสูงสุด โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง 10 นาที (ขึ้นตอนหกโมงเย็น ถึงยอดตอนตีสองสิบนาที โดยทานน้ำส้มเพียงแก้วเดียว) ทำลายสถิติเมื่อปีก่อน 2546 ที่ลัคปา เกรู ชาวเชอร์ปา วัย 36 ปี ที่ทำไว้ 10 ชั่วโมง 46 นาที
- ปี 2547 มีสตรีชาวญี่ปุ่นอายุ 63 ปี เสียชีวิตเมื่อ 20 พ.ค.47 ขณะพยายามปืนขึ้นสู่ยอดเขาที่สูงที่สุดของโลก ชื่อ โชโกะ โอตะ เป็นชาวเมืองฮิโรชิมา เธอเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจหยุดเต้น ที่ความสูง 8,500 ม. หรืออีกแค่ 350 ม. ก็จะถึงจุดสูงสุด
- ปี 2546 มีสตรีชาวญี่ปุ่น ชื่อ ยูชิโร มิอุระ นักสกีมืออาชีพ วัย 70 ปี กับลูกชายชื่อ โกตะ ขึ้นไปปักธงญี่ปุ่นเหนือยอดเขาเอเวอเรส์ เมื่อ 22 พ.ค.46 มิอุระจึงเป็นบุคคลสูงอายุที่สุด ในขณะนั้น ที่ได้ขึ้นไปพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลก โดยใช้เวลา 22 วัน
- ปี 2546 เป็น 50 ปีของการพิชิตยอดเอเวอเรสต์ครั้งแรก ยอดเอเวอเรสต์ เป็นสถานที่ที่นักกีฬาปืนเขาทั่วโลกให้ความสนใจตลอดมา มนุษย์คู่แรกที่สามารถปืนยอดเขานี้ได้ คงไม่ต้องบอกว่าเขาเป็นใคร ทำเร็จในวันที่ 29 พ.ค.2496(1953) ภาพที่ทั้งสองคนกอดกันบน “หลังคาโลก” เป็นภาพที่ทรงพลัง ทำให้หลายประเทศในเกือบทุกทวีป ต้องการที่จะเป็นผู้มีชัย ในการพิชิตยอดเขาแห่งนี้บ้าง ด้วยคิดว่านั่นคือการแสดงศักยภาพประเทศของตน
ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.everestnews.com/
http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=2&topic_no=9339&topic_id=9339
จากคุณ :
จุ่นศักดิ์
- [
4 ธ.ค. 51 19:05:06
A:202.5.87.150 X: TicketID:142731
]
|
|
|