Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    ขอ เฉาะ เกี่ยวกับแผนการตลาด Amwayห้ ดูครับ มาร่วมวิเคราะห์กัน

    ขอต่อกระทู้แอมเวย์สักหน่อยครับ

    จุดประสงค์ที่ตั้งกระทุ้นี้ เพื่อชี้แจงที่มาที่ไปของธุรกิจเครือข่ายครับ

    ผมจะขอเล่า เรื่องราวของธุรกิจเครือ 2 หัวข้อใหญ่ๆครับ

    1 แนวคิดธุรกิจเครือข่ายหลายชั้นและสินค้า ของ แอมเวย์
    2 ผ่าแผนธุรกิจแอมเวย์+ วิธีการทำธุรกิจที่ถูกต้อง


    เจตนาของผม ไม่ได้ต้องการปกป้อง นธอ เพราะตัวผมเองก็ไม่ได้ทำ แอมเวย์ครับ
    ดังนั้น ถ้า ผม เอ่ยถึงแอมเวย์ในทางที่ดี ก็อย่าตกใจ ผมไม่ใช่สาวก แอมเวย์ครับ แค่เอาเรื่องจริงมาเล่า
    ถ้าผม เอ่ยถึงนธอ ที่แย่ ก็ อย่าตกใจ ผมไม่ได้ทำบริษัทอื่น แล้วมาตั้งกระทู้เพื่อโจมตี แอมเวย์ครับ


    แต่ ผมต้องการให้ทุกคนเข้าใจที่มาที่ไป ว่า
    เพราะอะไร ธุรกิจนี้ ถึงมาทำการตลาดแบบนี้ ?
    นักธุรกิจแอมเวย์ ได้ผลประโยชน์ยังไง?
    ทำไม เค้าถึงไม่เอาสินค้าไปวางขาย?
    ทำไม สินค้า ถึงราคาแพง ?
    ทำไม มหาเศรษฐี ไม่มาทำธุรกิจนี้
    ทำไม ทำไม ทำไม ? หลายๆข้อสงสัย ผมจะ แฉรายละเอียดให้ฟังครับ
    และสุดท้่าย ผมจะ ผ่าแผน แอมเวย์ ให้ดูกันไปเลยครับ จะได้รู้ว่า นธอ ได้เงินจากอะไร?
    ทำไมถึงบอกว่า ไม่ทำงาน ก็ได้เงิน?


    ***ถ้าคิดว่า กระทุ้ของผม กระทู้นี้ ไม่มีประโยชน์กับ คนในห้องนี้ ถ้าคิดจะแจ้ง
    ลบ ก็ขอให้ลบกระทู้ แอมเวย์ ที่เป็นกระทู้แนะนำด้วยครับ

    เรามาร่วมวิเคราะห์กันนะครับ ใครมีความเห็น แตกต่าง ก็ สอบถามได้เรื่อยๆครับ ผมจะอธิบายให้



    ขอ เริ่มด้วย หัวข้อแรกครับ

    1. แนวคิดของธุรกิจเครือข่ายหลายชั้น

    ก่อนอื่น ผมขอ เกริ่น แบบ สไตล์ นธอ เล่าให้คุณฟังก่อนเลยนะครับ

    การตลาด ทั่วไปนั้น มีผู้ผลิต (ซึ่งมีต้นทุน+กำไร แล้ว ประมาณ 40% )------>ส่งขายต่อ ถึง ผู้ค้าส่ง(ค้าส่งนี้ จะบวกกำไรไปประมาณ30%)
    -----> จากนั้นก็ถึงค้าปลีก (ค้าปลีกก็+กำไรไปอีก 30%) -----> ผู้บริโภค ซื้อของในราคา 100%

    ที่ยกมานี้ เป็นตัวอย่างทั่วนั่น ตัวเลขคงไม่เป็นแบบนี้เป๊ะๆแน่นอน
    แต่การตลาดแบบขายตรงนั้น ให้เราซึ่งเป็นผู้บริโภค ซื้อตรง จากบริษัท นั่นเอง หรือจะเรียกว่า บริษัทขายตรงถึงผู้บริโภคก็ไม่ผิดครับ

    แต่ จะคืนกำไรให้ผู้บริโภคได้ ก็ต่อเมื่อมีการบอกต่อ เงินที่เอามาจ่ายได้ ก็ใช้เงินที่ตัวเองไม่ต้องออกโฆษณา
    หรือ ทำกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ รวมถึงไม่ได้ ผ่าน ผู้ค้าทั้งส่งและปลีกเลย

    แล้วมีดียังไงล่ะ ก่อนอื่นนะครับ
    ผมขอยก กรณี ของ กาแฟ ยี่ห้อหนึ่ง เป็นตัวอย่าง
    เมื่อประมาณ 2เดือนก่อน ผมเห็นกาแฟยี่ห้อหนึ่ง วางขายตามห้าง ตอนนั้น กาแฟยี่ห้อนี้ ไม่ค่อยมีคนเดินมาซื้อเลย เพราะ เป็นยี่ห้อใหม่ ไม่มีคนรุ้จัก
    ผมเห็นเค้าวางในห้าง เกือบเดือน แต่ เมื่อเดือนที่แล้ว กาแฟ ยี่ห้อนี้เริ่มมีโฆษณา คนเริ่มรุ้จัก ผมเห็นคนเริ่มซื้อกาแฟยี่ห้อนี้มากขึ้น
    แต่ไม่ทันไรครับ ก็มีคนมาโพส แสดงความเห็นเกี่ยวกับกาแฟ ยี่ห้อนี้

    คามเห็นส่วนใหญ่บอกว่า กาแฟ ยี่ห้อนี้ รสชาติไม่อร่อย เสียดายเงิน ฯลฯ
    หาได้ครับ กระทู้นี้อยู่ในห้อง เฉลิมไทย

    จะเห็นได้ว่า การที่จะผลักดันสินค้าสู่ผู้บริโภคนั้น เราจะต้องทุ่มงบมหาศาลในการทำโฆษณา ในการนำสินค้าไปวางตามร้านค้า หมดเงินไปมาก
    แต่ ถึงจะมีโฆษณา หรือไม่มี โฆษณา ถึงจะวางขายตามร้านค้า หรือไม่วาง เมื่อผู้บริโภคได้ซื้อสินค้านั้นไปใช้แล้ว ก็จะเกิดการบอกต่อกันอยู่ดี

    อย่างกรณีกาแฟที่ผมยกตัวอย่างนั้น ถ้าเราเป็นเจ้าของเราจะทำยังไงต่อครับ ในเมื่อผู้บริโภคไม่เกิดความประทับใจ หมดเงินไปแล้วเท่าไหร่ แล้วเมื่อไหร่จะติดตลาดและอยู่ได้ในระยะเวลานาน
    เมื่อไหร่ยอดขายสินค้าตัวเอง จะเป็นอันดับ 1 ได้

    มันเสี่ยงมากเลยใช่มั้ยครับ ที่ธุรกิจ จะไม่โต ผมอยากจะสื่อให้เห็นว่า ไม่ว่าเราจะทุ่มงบไปเท่าไหร่ กว่าจะทำให้คนรุ้จัก กว่าจะทำให้คนยอมรับ สุดท้ายแล้ว คนก็บอกต่อเองอยุ่ดี ถ้าสินค้าดี ก็อยู่ในตลาดได้ ถ้าไม่ดีก็ยุบตัวไป

    ดังนั้น สู้ตัด ความเสี่ยงเหล่านี้ไปจะดีกว่า ไม่ต้องโฆษณา ไม่ต้องวางตามร้านค้า ไม่ต้องจ้างคน
    ให้ผู้บริโภคทำตลาดเอง จะง่ายกว่า

    แนวคิดธุรกิจแบบนี้ แอมเวย์ ถือเป็น แม่แบบครับ
    เราจะเห็น ธุรกิจ ของไทย เริ่มมาทำตลาดแบบนี้บ้างแล้ว

    เช่น
    ยูนิลิเวอร์ ผู้ผลิตสินค้า อุปโภค ระดับโลก ก็มาทำธุรกิจเครือข่าย ในนามของ ยูนิลิเวอร์เน็ตเวิร์ค หรือ เราอาจจะคุ้นในชื่อของ "อาวียอง"
    ตระกูลอัศวโภคิน ที่เรารู้จักดี ก็มาทำในนามของ บริษัท เอ-สมาร์ท เฮิร์บส์ คอร์ปอเรชั่น
    ล๊อกเลย์ ก็ เปิด ทำธุรกิจแนวนี้ เช่นกัน แต่ก็ปิดไปแล้ว ในนาม แอล ไดเร็ค
    เครือกระทิงแดง ก็ทำธุรกิจนี้ ในนามของ Nature max
    เจริญโอสถ ก็ ทำในนามของ เจริญโอสถ อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค จำกัด
    เครือสหพัฒน์เอง ก็มาจับธุรกิจด้านนี้เหมือนกัน แต่ผมจำชื่อไม่ได้ครับ

    ธุรกิจขายตรง ในเมืองไทยเรานั้นมีเยอะมากครับ เอาแค่ที่ได้ ใบอนุญาต สคบ ก็มีกว่า 530 บริษัทแล้วครับ
    ตรวจสอบได้ที่เว็บนี้ http://www.ocpb.go.th/list_CLine.asp?PagePosition=1

    ส่วนบริษัทขายตรงที่ อยุ่ในสมาคมขายตรงไทย ก็ดูได้จากเว็บนี้ครับ
    การที่จะเข้าสมาคมขายตรงได้ บริษัทนั้นๆ จะต้องมีคุณสมบัติต่างๆ อย่างไงบ้าง ไปดูได้ที่เว็บนี้ครับ
    http://www.tdsa.org/tdsa_company.html

    จากคุณ : แซนวิช - [ 20 ม.ค. 52 22:14:13 A:125.26.92.35 X: TicketID:198805 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com