ศาสนาทุกศาสนามีเรื่องของปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ เข้ามาเกี่ยวข้องครับ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์เค้าไม่เชื่อในเรื่อง ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้
ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติ ของศาสนาต่างๆ
ปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติของศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้า ศาสดาในช่วงประกาศศาสนา ได้แสดง อำนาจเหนือธรรมชาติ เช่น โมเสกเดินข้ามแหวกทะเลแดงโดยน้ำแยกออกให้เดินข้ามไปได้ พระเยซูได้แสดงปาฏิหาริย์รักษาคนเป็นโรคเรื้อน การชุบชีวิตคนตาย พระเยซูสิ้นพระชนม์บนกางเขนและกลับคืนพระชนม์ชีพ อิสลามและคริสต์เชื่อเรื่องพระเจ้าสร้างโลก
ส่วนศาสนาพุทธ มีคนกล่าวเสมอ ว่า ศาสนาพุทธก็เป็นวิทยาศาสตร์ แต่ถ้าคุณลองศึกษาเข้าไปคุณจะพบว่ามีเรื่องปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติแยะมาก
ศาสนาพุทธยืนยันการมีตัวตนของสิ่งต่างๆ เยอะ แต่ที่พวกคุณได้ศึกษาสมัยเรียนประถม มัธยม เป็นเรื่องที่ออกแนวเหตุและผล มันมีนอกเหนือเรื่องเหตุและผลอีกเยอะ
เช่น ยกตัวอย่างเรื่องพญานาค ในพุทธศาสนา
ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า
ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา
ขอยก เรื่อง อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า"
มีที่มาดังนี้
ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน
ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่นๆ บวชอีกเป็นอันขาด
ดังนั้นก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า
ใครเคยศึกษาเรื่องนี้ในทางพุทธ จะพบว่ามีเยอะมาก แค่ศึกษาธิการไม่ได้บังคับให้เรียนทั้งหมด คุณเรียนวิชาพุทธศาสนาตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ ไม่ได้หมายความว่าคุณทั้งหลายบรรลุทุกเรื่องในพุทธแล้วครับ
ที่จะสรุปกันว่าพุทธเป็นเรื่องเหตุผลแนววิทย์อย่างเดียว เรื่องความเชื่อก็มีอยู่มากชาวพุทธที่ดีต้องศึกษาครับ แล้วจะรู้ว่าเรื่องแบบนี้มีเยอะมาก
สิ่งที่ผมกล่าวมาเพื่อ แสดงว่า ศาสนาทุกศาสนามีเรื่องปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติกันทั้งนั้น ไม่ใช่เฉพาะศาสนาที่เชื่อเรื่องพระเจ้าเท่านั้น ( ที่มีหลายศาสนามาก ) ศาสนาพุทธที่มีคนชอบพูดเสมอว่าเป็นวิทยาศาสตร์ ก็มีปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติเช่นกัน
สิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมามีอยู่ในทุกศาสนา วิทยาศาสตร์ ไม่ยอมรับเรื่องปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติเหล่านี้แน่นอนครับ
มีวิธีเดียวที่จะทำไม่ให้ขัดกันคือ เลิกเอามาโยงกันครับ
ปล่อยให้วิทย์เป็นเรื่องของวิชาการ
เรื่อง ศาสนา เอามายึดเหนี่ยวจิตใจ ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นดีกว่า
เพราะทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดีครับ
แก้ไขเมื่อ 16 มี.ค. 52 21:23:01
แก้ไขเมื่อ 16 มี.ค. 52 21:21:21
แก้ไขเมื่อ 16 มี.ค. 52 19:56:00