ความคิดเห็นที่ 15
คนไทป์ห้า แรงจูงใจ ต้องการเป็นคนมีความสามารถ ชำนาญในวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นพิเศษ ชอบค้นหาความจริง ไม่ถูกใครรบกวน และละความต้องการของตัวเอง "ไทป์ห้า" เป็นไทป์ของอัจฉริยะ และคนเสียสติ เป็นไทป์ของคนที่เข้าใจสิ่งต่าง ๆได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งอัจฉริยะ และคนเสียสติ อัจฉริยภาพนั้นอาจดูหลุดโลกไปบ้าง เป็นเพราะมันคือการเข้าใจความเป็นจริงในระดับที่สูงกว่าคนทั่วไป แต่ไม่ใช่คนบ้าที่ลึกซึ้ง แต่หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างไม่มีวันหวนกลับ การศึกษาไทป์นี้ ก็คือการหาความแตกต่างในความเหมือนของอัจฉริยภาพ กับวิกลจริตนั่นเอง บุคคลตัวอย่าง Albert Einstien, Stephen Hawking(นักฟิสิกส์), Friedrich Nietzsche(ปราชญ์ชาวเยอรมัน), Stanley Kubrick, Geogria O'Keeffe(จิตรกร), Emily Dickinson(กวีอเมริกัน), Simone Weil(กวีชาวฝรั่งเศส), Bill Gates, Jean-Paul Sartre(ปราชญ์ชาวฝรั่งเศส), Jacob Bronowski, James Joyce(นักเขียนชาวไอริช), Gary Larson, David Lynch, Stephen King(นักเขียนนิยายสยองขวัญ), Tim Burton(ผู้กำกับ "Batman"), Clive Barker, Laurie Anderson, Meredith Monk, John Cage(นักประพันธ์ดนตรี), Glenn Gould(นักเปียโน), Charles Ives(นักประพันธ์ดนตรี), Bobby Fischer(แชมป์หมากรุก), Vincent van Gogh(จิตตกร) กับความคิด ปัญหาของ "ไทป์ห้า" มาจากการให้ความสำคัญกับการคิดมากกว่าการทำ พวกเขาคิดตลอดเวลา โดยที่ไม่สนใจสิ่งรอบตัวเท่าที่ควร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเขาไม่ทำอะไรเลย เพียงแต่พวกเขาถนัดที่จะใช้ความคิดมากกว่า การลงมือปฏิบัติ ไทป์ในกลุ่มความคิด ("ไทป์ห้า"-"ไทป์หก"-"ไทป์เจ็ด") ล้วนแล้วแต่สนใจโลกภายนอกตัวเอง ที่จริง "ไทป์ห้า" ก็ไม่ยกเว้น แม้ว่าพวกเขาจะหมกมุ่นอยู่กับการใช้ความคิด แต่สิ่งที่พวกเขากำลังคิดอยู่นั้น พวกเขารับมาจากการได้พบเจอสิ่งรอบตัว สิ่งซึ่งพวกเขาสงสัย และเก็บมาคิด ปัญหาของ "ไทป์ห้า" จึงอยู่ที่พวกเขามักต้องการที่จะ ทำให้สิ่งรอบตัวที่ตนสงสัยนั้นสอดคล้องกับ ความคิดของตนเสียก่อนที่จะเริ่มลงมือปฏิบัติ ----------------------------------------------------------------------------- ระดับหก "คนขวางโลก" ความซับซ้อนในจิตใจของ "ไทป์ห้า" สร้างความสับสน และวิตกกังวลให้กับพวกเขา ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเลยที่ชัดเจนและแน่นอน พวกเขาสิ้นหวังกับการใช้ความคิดทั้งหลายของตน และกลัวว่าสักวันคนอื่นต้องคาดคั้นให้ตนเลิกเอาแต่คิด ในขณะที่ตนยังไม่พร้อมจะเลิก ความกลัวนี้จะทำให้พวกเขาป้องกันตัวอย่างก้าวร้าว ต่อสิ่งที่ตนคิดว่าคุกคามการสร้างความสามารถพิเศษของตน คำพูดจา การแต่งกาย และสิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจ ล้วนแสดงออกราวกับจะพูดว่า "อย่ามายุ่งกับฉัน" ใครที่ไม่รู้ตาม้าตาเรือ อาจถูก "ไทป์ห้า" ในระดับนี้ไล่ตะเพิดไปได้ง่าย ๆ ดูผิวเผินแล้ว "ไทป์ห้า" ในระดับนี้ดูเป็นคนทนงตนว่ามีปัญญา แท้จริงแล้วกลับไม่มั่นใจในความคิดของตนเอง บางทีโครงการต่าง ๆที่พวกเขาคิดจะทำดูเป็นสิ่งที่ไร้ค่าในสายตาของเขาเอง พวกเขาจะปกป้องความเห็นของตนเองอย่างรุนแรงสลับกับ การเกิดความรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งไร้ค่า พวกเขาเริ่มมองอะไรสุดโต่ง และแปลกมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับความคิดเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ทั้งที่ไม่มั่นใจในจุดยืนของตัว พวกเขาพยายามแสดงออกว่ามั่นใจ และพยายามนำมันมาใช้ แต่ความกลัวและความรู้สึกไร้สามารถในจิตไร้สำนึก จะทำให้พวกเขายังรู้สึกไม่มั่นใจอยู่ พวกเขาเริ่มรู้สึกว่าทุกสิ่งในโลกนี้ช่างยากเย็น และโกรธที่คนอื่นกลับมองสิ่งเดียวกันว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ พวกเขาเริ่มพูดทำลายความมั่นใจคนอื่น ด้วยการแสดงความเห็นในแง่ร้ายของตน เช่น "นายคิดจะไปเที่ยวชายหาดเหรอ ฉันเพื่ออ่านผลงานวิจัยล่าสุดเมื่อเช้านี้เอง เขาบอกว่าโอกาสที่จะไปเที่ยวทะเลแล้วเป็นมะเร็งมีสูงถึงเกือบร้อยเปอร์เซนต์แล้ว" สิ่งที่ "ไทป์ห้า" อาจบอกอาจเป็นข้อเท็จจริง แต่จุดมุ่งหมายของพวกเขาไม่ใช่การเสนอข้อเท็จจริง มันเป็นการทำลายความมั่นใจของคนอื่นมากกว่า นิสัยที่ชอบแสวงหาความรู้ทำให้ "ไทป์ห้า" มีข้อมูลมากมายเป็นเครื่องมือ "ไทป์ห้า" ทำตัวหัวรุนแรง ต่อต้านแบบแผนประเพณีที่คนทั่วไปยอมรับ พวกเขาชอบอะไรใหม่ ๆเพื่อที่จะได้ใช้ความคิดอย่างไร้ขอบเขต ความคิดที่ขวางโลกของ "ไทป์ห้า" ทำให้คนอื่นทนไม่ได้ที่จะต้องโต้เถียง หรือแม้แต่กลายเป็นศัตรูกัน พวกเขาเป็นศัตรูกับกฏเกณฑ์ ความคาดหวังต่าง ๆของสังคม พวกเขาจะใช้ชีวิตแบบแปลกเพื่อแสดงออกถึงจุดยืนเหล่านี้ และหลีกเลี่ยงชีวิตจำเจแบบคนส่วนใหญ่ อย่างการทำงานประจำ หรือการมีครอบครัว อาจแต่งตัวแปลกเพื่อยั่วยุสังคม หรือแสดงการไว้ทุกข์ การประท้วงในบางกรณีเป็นสิ่งที่สร้างสรร แต่การประท้วงของ "ไทป์ห้า" ในระดับนี้เป็นเพียงเพื่อจะบอกว่า ชีวิตเป็นเรื่องไร้สาระ ผู้คนช่างโง่เขลา ชีวิตฉันไร้ค่า แนวคิดแบบนี้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวัฒนธรรม " Alternatives " ขึ้นในปลายศตวรรษนี้ อย่าง แนวดนตรี Grunge, Cyberpunk, Heavy metal ฯลฯ ในระดับนี้ แม้ว่าจะเป็นคนชอบใข้ความคิด มองหาแต่ความเป็นไปได้ แต่พวกเขาก็มักชอบมองความเป็นจริงด้วย เพียงแต่มองมันอย่างเป็นจริงมากเกินพอดี พวกเขาอาจมองภาพวาดว่าเป็นแค่สี มองมนุษย์ว่าเป็นแค่เครื่องจักรทางชีวภาพ มองดอกไม้สวย ๆที่กำลังบานว่าเป็นแค่กระบวนการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง พวกเขาใช้ความคิดอันลึกซึ้งและมีหลักมีเกณฑ์ของตนผสมผสานกับ การแปลความอย่างสุดโต่งโดยไม่รู้ตัว ความคิดแปลกประหลาดเหล่านี้ ทำให้ "ไทป์ห้า" ในระดับนี้ดูเหมือนคนเสียสติ แม้ว่าจะยังไม่ใช่ คนเราอาจมีความคิดที่แปลกได้ แต่คนไทป์อื่นจะไม่ใช้เวลากับมันมาก เพื่อพยายามพิสูจน์มันอย่าง "ไทป์ห้า" ในระดับนี้ ความคิดสุดโต่งเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสร้างตัวตน ดังนั้นพวกเขาจะปกป้องมันอย่างดีที่สุด และขู่ที่จะฟ้องร้องใครที่คิดจะขโมยความคิดของพวกเขาไป พวกเขาฉลาดเกินไปที่จะพูดอะไรออกมาได้ เพราะปัญหาของเขาคือการไม่รู้ว่าความคิดไหนดีกว่าความคิดไหน ทุกความคิดดูไร้สาระเท่า ๆกันหมด จนไม่มีประเด็นใดน่าสนใจ พวกเขาอาจชอบการโต้เถียง เพื่อตอกย้ำว่าตัวฉลาด แต่ในเวลาเดียวกัน มันเป็นเสมอการตอกย้ำว่าสิ่งที่ตนกำลังคิดนั้นไร้สาระ ไร้ประโยชน์ พวกเขาอาจดูเป็นคนทุ่มเท แต่ถ้าดูดี ๆ แล้วสิ่งที่เขาทำจริง ๆไม่ค่อยได้ประโยชน์ พวกเขาอาจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือเกี่ยวกับมด การทำฐานข้อมูลที่ละเอียดยิบในคอมพิวเตอร์ อ่านเทคนิคการเล่นหมากรุก สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้ "ไทป์ห้า" ก้าวไปสู่จุดที่ดีขึ้น แต่กลับเบียดบังเวลาต้องใช้ไปกับการทำสิ่งที่จำเป็นกว่าในชีวิต พวกเขาอาจครอบครองโลก มีพลังเหนือธรรมชาติ หรือรอดชีวิตจากสงครามนิวเคลียร์ได้ในจินตนาการ แต่เรื่องอย่างการไปสัมภาษณ์งาน หรือการหัดขับรถกลับทำไม่ได้ ปัญหาสำหรับ "ไทป์ห้า" ในระดับนี้คือ ความรู้สึกไร้สามารถที่หลอกหลอนตนเองอยู่ ทำให้การอยู่ท่ามกลางสังคมเป็นเรื่องยาก หากพวกเขาไม่เข้าใจจุดนี้ ความวิตกกังวลและความกลัวจะยิ่งดันเขาออกจากสังคมมากขึ้นทุกที และจะยิ่งยากที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ พวกเขาจะโดดเดี่ยวและจมลงสู่ความมืดที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่าเดิม
จากคุณ :
หลังคาแดง
- [
9 เม.ย. 52 14:50:26
A:113.53.24.6 X: TicketID:202689
]
|
|
|