กระทู้นี้เป็นคำถามเชิงปรัชญาอิงวิทยาศาสตร์ให้ชาวหว้ากอมาขบคิดกันครับ ก่อนที่จะตอบขอให้ทุกคนอ่านบทความที่ยกมาเพียงส่วนหนึ่งอย่างละเอียดจนจบก่อนนะครับ
เนื้อหาอ้างอิงจากบทความจากบล็อกของคุณศล ซึ่งได้ขออนุญาตคุณศลทางหลังไมค์แล้ว ขอขอบคุณคุณศลอีกครั้งมา ณ ที่นี้ครับ
แต่!อย่าเพิ่ง...ทุกคนที่เข้ามาในกระทู้นี้อย่าเพิ่งคลิกเข้าไปในบล็อกคุณศลนะครับ เพราะในนั้นมีเฉลยของข้อคำถามที่ผมจะถามในกระทู้นี้อยู่
-------------------------------------------------------------------------
สมมติว่าคุณเป็นหัวหน้าทีมศัลยแพทย์มือหนึ่ง และขณะเดียวกันก็มีความสนใจปรัชญา ทีมของคุณมีความเชี่ยวชาญด้านการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นพิเศษ ประวัติการทำงานที่ผ่านมาอยู่ในขั้นประสบความสำเร็จยอดเยี่ยม คุณมีผู้ป่วยเป็นวัยรุ่นสี่คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส หากไม่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ คนทั้งสี่จะต้องตายภายในเร็ววัน แอนเดรียต้องการตับ แบร์รี่ต้องการหัวใจ คลาริสสาต้องการตับอ่อน และโดนัลด์ต้องการปอด คงเป็นคราวเคราะห์ ไม่มีผู้บริจาคอวัยวะเลยสักราย คุณรู้สึกท้อแท้ ห่อเหี่ยว และสิ้นหวัง สาเหตุที่เลือกอาชีพหมอไม่ใช่เพราะเงิน แต่เป็นเพราะอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ปรารถนาให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น แล้วนี่เป็นไง คุณต้องยืนดูวัยรุ่นทั้งสี่ตายไปต่อหน้าต่อตา พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด หากปราศจากความเจ็บป่วย พวกเขายังอาจมีชีวิตยืนยาวและสดใสรออยู่ ขอเพียงแค่มีอวัยวะเท่านั้นเอง ทุกอย่างจะเรียบร้อย ปัญหาอื่น ๆ อาทิ เนื้อเยื่อไม่เข้ากัน การต่อต้านของร่างกาย ล้วนไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณ
ก่อนบอกข่าวร้ายแก่คนทั้งสี่ พนักงานต้อนรับหนุ่มคนใหม่ของโรงพยาบาลก็เดินเข้ามาพอดี เขาชื่อเอริก เอริกมีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง คุณรู้จากบันทึกข้อมูลทางการแพทย์ของเขา และแล้วคุณก็พบทางออก คุณขอให้เอริกเข้ามาร่วมผ่าตัดด้วยกัน แสดงให้เขาดูสิ่งต่าง ๆ อธิบายสิ่งเหล่านั้นเหล่านี้ โดยมีเหตุผลว่า
ฉันต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าฆ่าเอริก ฉันจะเอาตับของเขาให้แอนเดรีย ยกหัวใจให้แบร์รี่ ผ่าตับอ่อนให้คลาริสสา และปอดให้โดนัลด์ ฉันยอมรับว่าเป็นเรื่องเศร้าที่โลกต้องสูญเสียเอริก แต่สิ่งตอบแทนการสูญเสียครั้งนี้คือสี่ชีวิตที่โลกได้รับกลับคืนมา หนึ่งต่อสี่ดูเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าไม่ใช่หรือ
ในความเป็นจริงเรารู้ว่าการฆ่าเอริกนั้นผิดกฎหมาย แต่ประเด็นที่สนใจคือ อะไรคือสิ่งที่ถูกต้องทางศีลธรรมที่เราควรจะทำ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เอริกรอด แต่แอนเดรียกับเพื่อนอีกสามคนต้องตาย ถ้าเรายอมสละชีวิตเอริก เราจะได้กลับคืนมาถึงสี่ชีวิต หากกำหนดให้ปัญหาข้อนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์กับครอบครัว ความสัมพันธ์กับสังคมของทุกคนมีเหมือนกัน เท่าเทียมกัน ปัญหาทางจริยธรรมจึงคล้ายจะลดรูปลงเหลือเพียงคำถามเชิงปริมาณ คุณอยากช่วยชีวิตคนกี่คน แต่กระนั้นคนส่วนใหญ่กลับรู้สึกต่อต้านความคิดฆ่าคนบริสุทธิ์สักคน แม้จะมีเหตุผลเพื่อรักษาชีวิตคนจำนวนมากกว่าก็ตาม
ในทางจริยธรรม ควรหรือไม่ที่คุณจะฆ่าคนหนึ่งคน
เพื่อช่วยเหลือคนจำนวนมากกว่า ?
พวกเราส่วนใหญ่มีความคิดที่ขัดแย้งกันในเรื่องความสำคัญของชีวิต (ชีวิตที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้หมายถึงชีวิตมนุษย์) หลายคนเห็นด้วยโดยไม่ลังเลในการสังหารหมู่พลเรือนผู้บริสุทธิ์จากสงครามเพื่อรักษาความปลอดภัยของคนอีกกลุ่ม หรือถ้ามองใกล้ตัวเข้ามา มีคนหลายคนที่ต้องตายเร็วกว่าที่ควรเนื่องจากรัฐบาลเอาใจผู้เสียภาษีด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ แทนที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อใช้จ่ายในการพัฒนาดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เงินภาษีบางส่วนยังนำไปสนับสนุนศิลปะ กีฬา และความบันเทิงของรัฐ ถ้าเปลี่ยนเป็นนำเงินส่วนดังกล่าวมาใช้ดูแลคนแก่และคนยากจน จำนวนคนเสียชีวิตต่อปีก็จะลดลง ปัจจุบันสังคมของเราเป็นแบบนี้ คือยอมสูญเสียชีวิตหลายชีวิตเพียงเพื่อยกระดับชีวิตของคนอีกกลุ่มหนึ่ง
เมื่อพิจารณาข้อเสนอของศัลยแพทย์แนวหน้าเช่นคุณ การฆ่าเอริกนั้นไม่เพียงเพิ่มคุณภาพหรือยกระดับชีวิต แต่ยังช่วยรักษาชีวิตวัยรุ่นไว้ถึงสี่คน เราควรสนับสนุนเหตุผลของคุณหรือไม่ ? ถ้าคิดว่าควร หมายความว่าเราอาจเห็นด้วยกับแนวปรัชญาประโยชน์นิยม (Utilitarianism) เชื่อว่าการกระทำที่ถูกคือการกระทำที่นำความสุขอันยิ่งใหญ่มาสู่มหาชน สิ่งนี้ใช่สิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่หรือไม่ ? หลายคนคงตอบ ไม่...ไม่มีใครมีสิทธิ์นำอวัยวะของฉันไปใช้ ถ้าฉันไม่ยอม
* * *
คนจำนวนมากประกาศว่าเรามีสิทธิเหนือตัวเรา เราเป็นเจ้าของตัวเราเอง ใครก็ตามที่รุกล้ำ ฉกชิงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือฆ่าโดยที่เราไม่ยินยอมพร้อมใจ ย่อมถือเป็นสิ่งผิดศีลธรรม อาจมีข้อยกเว้นกรณีที่เรากระทำความผิด บางคนอ้างไปไกลกว่านั้น ถือว่าตัวเองมีสิทธิเหนือลูกจ้าง (หรือทาส) และผลผลิตที่ได้จากแรงงานของลูกจ้าง ถ้าใช้เหตุผลตามคำอ้างนี้ การเรียกเก็บภาษีส่วนใหญ่ก็ไม่ผิดจากการขโมย สิทธิดังกล่าวฝังรากลึกเป็นฐานที่แน่นหนาของศีลธรรม และศีลธรรมตัวนี้เองที่ทำให้คนแต่ละคนเป็นใหญ่เหนือตัวเองประดุจพระราชา
เมื่อปัจเจกชนทุกคนคือพระราชาของตน มันจึงผิดศีลธรรมที่จะพรากชีวิตคนบริสุทธิ์เพื่อจุดมุ่งหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่ามันคุ้มค่าในการแลกชีวิตของคนคนนั้นกับคนอีกสี่คน ความตายของเอริกจำเป็นสำหรับการอยู่รอดของสี่ชีวิตที่เหลือ เรารู้ว่าบางครั้งการฆ่าคนก็เป็นผลจากการกระทำที่ไม่ผิดศีลธรรม มักกล่าวอ้างว่าฆ่าโดยไม่มีเจตนา ถึงแม้บางทีมันก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ เช่นการฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์ไม่ใช่จุดประสงค์หรือความจงใจ แต่เป็นผลกระทบข้างเคียงที่น่าเศร้าสลดของสงคราม ความผิดถูกในกรณีฆ่าคนจากสงครามนี้จึงแตกต่างจากการฆ่าคนบริสุทธิ์โดยมีจุดประสงค์เพื่อก่อการร้าย
มองในมุมหนึ่ง สำหรับลัทธิประโยชน์นิยมที่เน้นความสุขของมหาชนเป็นหัวใจสำคัญนั้น ไม่มีความแตกต่างกันทางศีลธรรม ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างผลลัพธ์ที่เกิดจากความจงใจกับผลลัพธ์ที่เกิดจากผลกระทบข้างเคียงที่คาดเดาได้ล่วงหน้า ดังนั้นถ้าผลที่ตามมาจากการกระทำใด ๆ เป็นสิ่งเดียวกัน ความถูกผิดดีชั่วของการกระทำจึงเหมือนกัน ทั้งจากสงครามและจากการก่อการร้าย...
-------------------------------------------------------------------------
อ่านถึงตรงนี้คงจะคล้อยตามไปมากแล้วว่าถ้าจะอ้างศีลธรรมจรรยาจริงๆ คุณก็ไม่ควรนิ่งดูดายให้เด็กสี่คนนั้นต้องเสียชีวิตแทนที่จะฆ่าเอริกเพื่อเอาอวัยวะมาต่อชีวิตให้เด็กทั้งสี่ การนิ่งดูดายให้ใครสักคนเสียชีวิตไปต่อหน้าทั้งที่เรามีหนทางที่จะช่วยเหลือชีวิตเขาได้ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆาตกรรมมิใช่หรือ? ความสุขของคนหนึ่งคนที่ลดลงแต่ทำให้ความสุขของมวลรวมนั้นเพิ่มขึ้น เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ? ทั้งหมดนี้เป็นการให้เหตุผลเชิงตรรกะที่สมบูรณ์แบบแล้วมิใช่หรือ?
[คำถาม] การใช้หลักการประโยชน์นิยม (Utilitarianism) มาสนับสนุนเหตุผลของหมอศัลยกรรมไม่มีข้อขัดแย้งหรือช่องโหว่ใดๆจริงหรือไม่? อย่างไร?
Ps.1 ความไม่เข้ากันของอวัยวะ เราไม่พูดถึงแล้วนะครับ (อาจจะสมมติว่าในอนาคตมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถป้องกัน Garft rejection แล้วก็ได้) ดักคอไว้ก่อนที่จะมีคนมาตอบ
Ps.2 ที่จั่วหัวกระทู้ว่าไม่ได้ล่อเป้า เพราะหลังๆมีคนมองว่าผมตั้งกระทู้ล่อเป้าบ่อยครับ
Ps.3 ถ้าจะให้ลับสมองประลองปัญญากันจริงๆ อย่าขี้โกงคลิกเข้าไปดูบล็อกคุณศลนะครับ 
เฉลยแล้ว อยู่ที่คห.85 ครับ
แก้ไขเมื่อ 26 พ.ค. 52 18:50:30
แก้ไขเมื่อ 26 พ.ค. 52 10:35:56
จากคุณ :
Cryptomnesia
- [
26 พ.ค. 52 10:34:12
]