ความคิดเห็นที่ 10
คนประเภท Perfectionism ถือเป็นคน Type 1 ใน Enneagram ------------------------------------------------------------------------------ ไทป์หนึ่ง ลักษณะทั่วไป แรงจูงใจ ความถูกต้อง เสมอต้นเสมอปลาย และสมดุล การพัฒนาที่ดีขึ้น การปรับปรุงคนอื่น ความสอดคล้องกับอุดมคติของตน การพิสูจน์ตัวเอง การอยู่เหนือคำวิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ การไม่ถูกคนรอบข้างประณาม ผู้เคร่งศาสนาที่ปรารถนาที่จะไปเกิดใหม่ในภพที่ดี และทำอะไรตามหลักอย่างเคร่งครัดเป็นตัวอย่างของผู้มีบุคลิกของไทป์ "ไทป์หนึ่ง" พวกเขาไม่เคยพอใจที่ตัวเองเป็นอยู่ และต้องการที่จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ พวกเขาหวังที่จะเหนือคนทั่วไป เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ ในความคิดของพวกเขา คนเรายังพยายามไม่เต็มที่ที่จะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ความคิดที่ว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรไป ก็ไม่ได้ทำให้โลกหยุดหมุน เป็นความคิดที่ฟังไม่เข้าหูสำหรับ "ไทป์หนึ่ง" ตัวอย่างบุคคล Pope John Paul II, Mahatma Gandhi, Margaret Thatcher, Al Gore, Elie Wiesel, Barbara Jordan, Bill Moyers, Katharine Hapburn, Harrison Ford, Ralph Nader, Sandra Day O'Conner, William F. Buckley, Noam Chomsky, George Bernard Shaw, Joan of Arc, "Mr. Spock" กับสัญชาตญาณ "ไทป์หนึ่ง" เผยสัญชาตญาณ และแรงขับดันในใจน้อยเกินไป พวกเขาขยันทำกิจกรรมเหมือน "ไทป์แปด" แต่ในขณะที่ "ไทป์แปด" คุมบังเหียน สัญชาตญาณ และแรงขับของตัวเอง "ไทป์เก้า" หลีกหนีมัน "ไทป์หนึ่ง" กำลังกดมันไว้ภายใน เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ superego ของพวกเขาต้องการ พวกเขามีไฟอยู่เต็มเปี่ยม แสดงความคิด และศรัทธาออกมาอย่างแรงกล้า แต่พวกเขามันรู้สึกว่าต้องตรวจสอบไฟเหล่านั้นก่อน มิฉะนั้นมันคงมากมายจนล้น ความโกรธ เป็นแรงขับที่มีพลังอย่างหนึ่งของ "ไทป์หนึ่ง" เมื่อใดที่พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่น่าผิดหวัง ความโกรธจะเป็นเชื้อเพลิงในการขับดันให้พวกเขาทำอะไรสักอย่าง ความโกรธ แท้จริงคือแรงขับภายในที่ใช้ตอบสนองสถานการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจของมนุษย์ มันเป็นพลังที่ผลักดันให้เรากล้าพูดว่า "ไม่" "ไทป์หนึ่ง" หลายคนรู้จักความจริงข้อนี้ และนำความโกรธมาใช้ในทางสร้างสรร มันน่าแปลกที่ "ไทป์หนึ่ง" มักไม่รู้ตัวว่ากำลังโกรธ เมื่อเขาโกรธ เขามักไม่ยอมรับ "ฉันไม่ได้โกรธ เพียงแต่อย่างทำให้อะไรมันดีขึ้นเท่านั้น" แต่ทุกครั้ง ความโกรธ ก็เป็นพลังที่ทำให้ "ไทป์หนึ่ง" ทำสิ่งต่าง ๆ พวกเขามันคิดว่าตนเองเป็นคนมีเหตุผล แต่พวกเขามักมีเหตุผลตามสามัญสำนึกมากกว่าปัญญา พวกเขาชอบความคิดริเริ่มใหม่ ๆ แต่ต้องเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ในขณะที่ "ไทป์ห้า" ชอบความคิดริเริ่มใหม่ ๆโดยไม่สนใจว่ามันทำได้หรือไม่ "ไทป์หนึ่ง" มั่นใจ แต่ไม่ใช่มั่นใจในตัวเอง พวกเขามั่นใจในหลักการณ์ที่เขาเชื่อ พวกเขามองตัวเองเป็นแค่จุดเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับหลักการ หรืออุดมคติที่เขาเชื่อ พวกเขาก้มหัวให้กับความถูกต้อง และความยุติธรรม และพยายามทำให้มันสมบูรณ์แบบที่สุด พวกเขาฝันอะไรเป็นอุคมคติ และพยายามทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ ("ไทป์เก้า" ก็ฝัน แต่อาจไม่ทำอะไร) น่าตลกที่ "ไทป์หนึ่ง" ไม่เคยบรรลุเป้าหมายอย่างสมบูรณ์ พวกเขาได้รู้สึกว่าไร้ที่ติ ต่างกับคนทั่วไป เมื่อไรก็ตามที่ได้ใช้ความพยายามที่จะทำ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาของ "ไทป์หนึ่ง" ในระดับต่ำ พวกเขาหลงผิดว่าได้บรรลุอุดมคติแล้ว พวกเขาคิดเอาว่าเมื่อไรก็ตามที่ไปตามที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง พวกเขาก็จะถูกต้องเอง การเลือกทางนั้นทำให้ "ไทป์หนึ่ง" รู้สึกสูงส่งกว่าคนอื่น ปัญหาของการกดเก็บ และความก้าวร้าว "ไทป์หนึ่ง" กดเก็บด้านที่ไม่มีเหตุผลของตัวเอง ได้แก่ แรงขับภายใน สัญชาตญาณ และความต้องการส่วนตัว พวกเขากดเก็บมันไว้เพื่อมองหาความสมบูรณ์ไร้ที่ติ พวกเขากดความต้องการส่วนตัวไว้มากขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั้งเกิดความขัดแย้งระหว่าง อุคมคติที่ต้องการ กับการนำอุดมคติมาปฏิบัติ พวกเขาสัมพันธ์กับโลกภายนอกในสองรูปแบบ ด้านหนึ่งมองว่าตนเองยังต่ำกว่าอุดมคติ อีกด้านมองว่าตนเองสูงกว่าคนอื่น และเป็นเหตุให้ต้องการจะทำคนอื่นให้ดีขึ้น พวกเขาวัดตัวเองกับอุดมคติ และต้องการที่จะดีขึ้น ๆ ไปเรื่อย ๆ อะไรที่ขวางจะก่อให้เกิดความโกรธ และการตำหนิติเตียนจากพวกเขาทันที "ไทป์หนึ่ง" มีความสุดขั้วสองรูปแบบอยู่ในตัว ด้านนอกคือความสุดขั้วระหว่าง การแข่งตัวเองกับอุดมคติ ด้านในการเป็นความสุดขั้วระหว่างด้านที่ตนบังคับตัวเองให้สมบูรณ์แบบ กับความต้องการตามธรรมชาติที่ตนกดเก็บเอาไว้ พวกเขามักไม่ค่อยรู้ตัวว่าที่จริงแล้วตนเองเจ้าอารมณ์กับความคิด และอุดมคติประจำตัวมาก พวกเขาอยากเห็นตัวเองเป็นคนมีเหตุผล และคอยตรวจสอบถึงอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆอยู่ตลอด โดยเฉพาะความก้าวร้าว และแรงขับทางเพศ แต่พวกเขาก็ยังไม่เคยได้ดังใจ ดังนี้แล้ว "ไทป์หนึ่ง" จึงมักรู้สึกขัดแย้งในตัวเอง ระหว่างอุดมคติกับความไม่สมบูรณ์แบบของตน ระหว่างบุญกับบาป ระหว่างการกระทำกับมโนธรรม ระหว่างความต้องการเห็นระเบียบกับความไม่เป็นระเบียบทุกหนทุกแห่ง และระหว่างซาตานกับพระเจ้า พวกเขาเป็นนักปฏิรูป นักเรียกร้องทางสังคม ในระดับเสื่อม พวกเขาจะพยายามบังคับคนให้ทำตามเขา พวกเขาทนใครไม่ไคร่ได้ และคิดว่ามีแต่ตนเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรคือ "สัจจธรรม" ทุกอย่างที่ไม่สอดคล้องต้องได้รับการประณาม และแก้ไข ในระดับดี พวกเขาเป็นคนมีหลักการ ให้ความยุติธรรมกับตนเองและคนอื่น ๆ ตลอดจนตัดสินใจโดยไม่ใช้อารมณ์ ปัญหาของความโกรธ และความสมบูรณ์แบบ "ไทป์หนึ่ง" ระบายความโกรธตัวเองที่ไม่สมบูรณ์แบบด้วยการโกรธคนอื่น แทนที่จะจัดการกับความยุ่งเหยิงในใจ พวกเขากลับจับผิดคนอื่นตลอดเวลา แม้ว่าอารมณ์โกรธของ "ไทป์หนึ่ง" จะเป็นความก้าวร้าว แต่ที่จริง "ไทป์หนึ่ง" ไม่ได้จัดเป็นพวกก้าวร้าว พวกเขาเป็นพวกยอมตาม พวกเขายอมตามอุดมคติหรือ superego ของตัวเอง ความโกรธคือการแสดงว่าตน และคนรอบข้างยังไม่บรรลุอุดมคติ และเป็นสัญญาณแสดงว่า พวกเขากำลังแบกภาระในเรื่องความสมบูรณ์แบบมากเกินไป ความสมบูรณ์แบบไม่เหมาะกับมนุษย์ "ไทป์หนึ่ง" ควรเรียนรู้ที่จะเป็นคนสามัญที่มีหัวจิตหัวใจบ้าง ส่วนที่ไม่มีเหตุผลในตัวของพวกเขาไม่อาจถูกบังคับควบคุมได้เท่ากับส่วนที่มีเหตุผล สิ่งที่ "ไทป์หนึ่ง" รู้สึกคือ รู้สึกโกรธตัวเองที่เป็นแค่ปุถุชน พวกเขากลัวการถูกประณามว่าไม่ได้เป็นเทวดา เมื่ออยู่ในระดับดี นิสัยมุ่งเป้าหมายทำให้พวกเขายังอยู่กับความเป็นจริงที่ว่า ตนก็เป็นแค่คนธรรมดา พวกเขาเป็นไทป์ที่มีเหตุผลที่สุด อดทนต่อตัวเองและคนอื่น ยอมรับและเข้าใจว่าอุดมคติส่วนตัวใช้ไม่ได้กับทุกคน แต่เมื่ออยู่ในระดับเสื่อม พวกเขาอำมหิต ไม่มีจิตใจ ลงโทษคนอื่นด้วยข้อหาเพียงเล็กน้อย และอภัยให้ตัวเองในเรื่องร้ายแรง
จากคุณ :
Rambo
- [
3 มิ.ย. 52 09:23:49
A:118.172.63.131 X: TicketID:217833
]
|
|
|