ความคิดเห็นที่ 2
ทฤษฎีของ ฟรอยด์
ซิกมันต์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิทยาสมัยใหม่ ทฤษฎีของฟรอยด์ มีอยู่ว่าในร่างกายของเรามีอยู่สามบริเวณ ที่เป็นที่เกิดการติดชงักของ libido (แรงขับทางเพศ) เมื่อเราเป็นเด็ก ได้แก่ รอบ ๆปาก (oral) รอบ ๆทวารหนัก (anal) และรอบ ๆอวัยวะสืบพันธ์ (phallic) คำอธิบายเกี่ยวกับการติดชงักในระยะต่าง ๆ นั้น ค่อนข้างคลุมเคลือ มีการแบ่งประเภทย่อย ๆสำหรับในแต่ระยะโดยนักจิตวิทยาหลายคน แต่ก็ไม่ค่อยเป็นไปในทางเดียวกัน บางคนแบ่งกลุ่ม oral ออกเป็น "oral-dependent" ที่ติดชงักอยู่กับการดูด กับ "oral-sadistic"ที่ติดชงักกับการกัดริมฝีปากตัวเอง ในขณะที่แบ่งกลุ่ม anal ออกเป็น "anal-expulsive" กับ"anal-retentive" ไม่มี "anal-dependent" หรือ "anal-sadistic" บางกลุ่มแบ่งกลุ่ม oral ออกเป็นสามกลุ่ม ดูสับสน
ถ้าหากเราจะแบ่งกลุ่มโดยอาศัยวิธีการปล่อยออกของแรงขับทางเพศ เราน่าจะแบ่งได้เป็นสามกลุ่มคือ receptive-รับเอา retentive-รักษาไว้ และ expulsive-ปล่อยออก เมื่อรวมกับบริเวณทั้งสามที่เกิดการติดชงักของแรงขับทางเพศ ก็จะได้กลุ่มเก้ากลุ่มที่ตรงกับ ไทป์ทั้งเก้าของ Enneagram คือ anal-explusive(ไทป์สอง), phallic-receptive(ไทป์สาม), oral-retentive(ไทป์สี่), oral-explusive(ไทป์ห้า), anal-explusive(ไทป์หก), phallic-retentive(ไทป์เจ็ด), phallic-explusive(ไทป์แปด), oral-receptive(ไทป์เก้า), anal-retentive(ไทป์หนึ่ง)
ปัญหาหนึ่งที่พบในการศึกษาทฤษฎีของฟรอยด์ก็คือ การแปลความหมายของคำศัพท์ที่ฟรอยด์ใช้อย่างตรง ๆ ที่จริงแล้วให้มองเป็นแค่คำที่ใช้เรียกแทนจะดีกว่า เพราะการแปลความตรง ๆคงทำให้เราสับสนว่าผู้หญิงจะอยู่ในกลุ่ม phallic ได้อย่างไร หรือคำว่า phallic-receptive จะมีความหมายว่าอย่างไร บุคลิกภาพแบบหนึ่งที่เสนอโดย Ernest Jones เพื่อนสนิทของฟรอยด์ที่เรียกว่า narcissistic หรือหลงตัวเอง ตรงกับ ไทป์สาม หรือ phallic-receptive เพราะชอบโน้มน้าวให้คนอื่นหลงใหลร่างกายของตัวเอง และมักเป็นคนที่ชอบโชว์เรือนร่าง ในจิตไร้สำนึกของพวกเขาปรารถนาที่จะให้คนอื่นเทิดทูน อวัยวะเพศของตน หรือหลงไหลในตัวของพวกเขานั้นเอง บุคลิกภาพของพวก anal ที่ทฤษฎีของฟรอยด์อธิบาย ได้แก่ ขี้เหนียว ดื้อรั้น และเจ้าระเบียบ ตรงกับนิสัยของ ไทป์หนึ่ง หรือจะให้ตรงที่สุดก็คือ ไทป์หนึ่งปนไทป์เก้า อย่างไรก็ตามนิสัยขี้เหนียวเพราะรู้สึกระแวงในความไม่ปลอดภัย หรือนิสัยดื้อรั้นที่เกิดจากการต่อต้านคนอื่นอยู่ในใจก็พบใน ไทป์หก ซึ่งเป็นไทป์ anal อีกไทป์หนึ่ง ไทป์เก้า หรือพวก oral-receptive เป็นบุคลิกภาพที่ชอบคิดอย่างแง่ดีว่า สิ่งรอบตัวจะตอบสนองความต้องการของตนโดยที่ตนเองไม่ต้องทำอะไร เหมือนกับนมที่ออกมาจากอกของมารดาตน ที่ทำให้ตนอิ่มได้โดยไม่ต้องดิ้นรนอะไร จึงกล่าวได้ว่าเป็นพวก receptive ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการอธิบาย Enneagram ในแบบของฟรอยด์ ทฤษฎีของฟรอยด์ในแง่ของ id ego superego ก็สามารถอธิบาย Enneagram ได้เช่นกัน ไทป์สี่, ไทป์ห้า และ ไทป์เก้า เป็นพวกที่มีปัญหาเกี่ยวกับ id พวกเขาใจลอยเพื่อหลีกเลี่ยง การแสดงตัวออกมาของ id โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเรียกร้องสิทธิในสังคม ไทป์สี่ หลีกเลี่ยงโดยการหันไปอยู่กับจินตนาการ ไทป์ห้า หลีกเลี่ยงโดยการจดจ่ออยู่กับการใช้ความคิด และ ไทป์เก้า หลีกเลี่ยงโดยการเอาแต่ตั้งอุดมคติในคนอื่น ทั้งสามไทป์มีขอบเขตของ ego อยู่ซึ่งถูกบุกรุกได้ง่ายมากโดย id ในจิตใต้สำนึก ไทป์หนึ่ง, ไทป์สอง และ ไทป์หก มีปัญหา superego ซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมของพวกเขา ไทป์หนึ่ง เชื่อฟังกฏเกณฑ์ในอุดมคติของตัวเอง ไทป์สอง ยอมตาม superegoของตัวเองที่ต้องการจะเป็นที่รัก และ ไทป์หก ยอมตามผู้มีอำนาจหลายคนที่พวกเขาสร้างขึ้นมาภายในจิตของตัวเองโดย superego ไทป์สาม, ไทป์เจ็ด และ ไทป์แปดเป็นพวกที่ตอบสนองต่อการคุกคามโดยการแผ่ขยายอิทธิพลของ ego ของตนสู่สิ่งรอบตัว ไทป์สาม ก้าวร้าว และแข่งขันกับคนอื่นตลอดเวลา ไทป์เจ็ด ก้าวร้าวชอบควบคุมสิ่งแวดล้อม ให้เป็นในทางที่เป็นประโยชน์ และให้สุขกับพวกเขา ไทป์แปด ก้าวร้าวเรียกร้องสิทธิจากสิ่งรอบตัว พยายามสะท้อนตัวเองกับสังคม เพราะเป็นกระจกสะท้อน ego ของตน
id ego superego เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับการจัดประเภทของฮอร์เนย์ด้วย กล่าวคือ id ก็คือพวกเหม่อลอย egoคือพวกก้าวร้าว และ superegoคือพวกยอมตาม
จากคุณ :
Schizopheria
- [
1 ก.ค. 52 16:53:33
A:118.172.24.43 X: TicketID:219728
]
|
|
|