 |
ความคิดเห็นที่ 1 |
นอกจากนี้ ก็ยังมีนิทานเล่าว่า นานมาแล้ว โลกมีพระจันทร์สองดวง เป็นชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง ต่อมาพระจันทร์หญิง ไปหลงใหลแสงเจิดจ้าของพระอาทิตย์ จึงเลื่อนตัวตามพระอาทิตย์ไปเรื่อยๆ จนแยกจากจันทร์ชายในที่สุด เมื่อค่ำคืนมาถึงจึงเหลือเพียงพระจันทร์ชายเพียงดวงเดียว พระจันทร์ชาย ได้ออกตามหาพระจันทร์หญิงคืนแล้วคืนเล่า แต่ก็ไม่พบ จึงได้ระเบิดตัวเองออก เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปทั่วจักรวาล เพื่อช่วยกันตามหา ครั้นต่อมาพระจันทร์หญิงได้ประจักษ์ว่า พระอาทิตย์มิได้ส่องแสงเจิดจ้ามาเพียงเธอเท่านั้น แต่ยังส่องไปยังดาวดวงอื่นอีกมากมาย จึงได้กลับมาหาพระจันทร์ชายอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่อาจได้พบพระจันทร์ชายได้อีกแล้ว ทำให้เธอเศร้าโศกเสียใจ พระจันทร์ชาย จึงพยายามเปล่งแสงที่มีอยู่น้อยนิด ให้พระจันทร์หญิงได้เห็น เป็นแสงพร่างพรายเต็มท้องฟ้า เคียงข้างดวงจันทร์ จนเกิดเป็นดวงดาว และดวงจันทร์อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ เพียงแต่วันไหนคุณเห็นดวงจันทร์สวยสด คุณก็จะไม่เห็นแสงจากดาวดวงเล็กดวงน้อย หรือวันใดที่เราเห็นดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า เราก็จะไม่เห็นพระจันทร์ เพราะเขาและเธอ ไม่อาจพบกันตลอดกาล
แม้ในตำราจะบอกว่า พระจันทร์เป็นเทพบุตร แต่ในทางทฤษฎีแพทย์แผนจีน ที่แบ่งสรรพสิ่งในธรรมชาติออกเป็น 2 ฝ่ายคือหยิน และหยาง พระจันทร์จะถูกจัดให้เป็น ยิน อันหมายถึงผู้หญิง กลางคืน น้ำ และความนิ่งรวมอยู่ด้วย ส่วน หยาง จะได้แก่ พระอาทิตย์ ผู้ชาย ไฟ และความเคลื่อนไหว เป็นต้น ซึ่งในทางโหราศาสตร์ ดาวจันทร์ ยังหมายถึงรูปร่างหน้าตา จริตมารยา ความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการ ความอ่อนไหวง่าย ปรับตัวง่าย ถิ่นที่อยู่อาศัย และญาติพี่น้อง รวมถึงเป็นดาวธาตุน้ำ มีสัญลักษณ์เป็นเลข 2 มีพระพุทธรูปปางประจำวันจันทร์คือ "ปางห้ามญาติ" หรือ "ปางห้ามสมุทร" โดยมีลักษณะต่างกันคือ ปางห้ามญาติ จะยกมือขวาขึ้นห้ามเพียงมือเดียว ถ้าเป็นปางห้ามสมุทร จะยกมือทั้งสองขึ้นห้าม
ซึ่งการที่ถือพระพุทธรูปปางนี้ ประจำวันจันทร์ มีการสันนิษฐานว่า เกิดจากเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ เสด็จไปห้ามพระญาติสองเมือง คือ กรุงกบิลพัสดุ์ และเทวทหะ มิให้ทะเลาะแย่งน้ำในแม่น้ำโรหิณี ที่ใช้ทำเกษตรร่วมกัน ดังนั้น จึงเกี่ยวพันกันทั้งน้ำและญาติ อันเป็นความหมาย และอิทธิพลของดาวจันทร์ จึงใช้พระพุทธรูปปางนี้ เป็นสัญลักษณ์ เพื่อเตือนสติ เช่นเดียวกับปางห้ามสมุทรที่เกี่ยวกับน้ำ อันเป็นเหตุการณ์เมื่อพระพุทธองค์ เสด็จไปปราบชฏิลสามพี่น้อง ซึ่งเป็นนักบวชที่บูชาไฟ และตั้งต้นเป็นใหญ่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ได้ทรงแสดงปาฏิหารย์ห้ามลม ห้ามฝน ห้ามพายุน้ำท่วม มิให้มาทำอันตรายพระองค์ได้ จนชฏิลทั้งหลายเกิดเลื่อมใสขอบวชตาม
คนโบราณสร้างพระพุทธรูปปางนี้ ประจำวันจันทร์เพื่อแก้เคล็ด มิให้เป็นคนหวั่นไหวง่าย และรู้จักหักห้ามใจตนเอง รวมทั้งขจัดปัดเป่าให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี ตามลักษณะอาการที่ยกพระหัตถ์ห้ามนั่นเอง นอกจากนี้ ในทางพุทธศาสนา เราจะสังเกตเห็นว่าเหตุการณ์สำคัญๆ ต่างๆ ก็ล้วนเกิดในคืนวันเพ็ญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน วันมาฆบูชา อาสาฬหบูชา เป็นต้น
ในหนังสยองขวัญต่างๆ เช่น มนุษย์หมาป่า ก็มักกำหนดให้ พระเอกกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่า ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง หรือพระจันทร์สีเลือด นอกจากนี้ บางแห่งยังมีความเชื่อว่าอิทธิพลของดวงจันทร์ ทำให้อะไรเล็กอะไรใหญ่ก็ได้ เช่น ถ้าต้องการปลูกต้นน้ำเต้าให้ผลเล็ก ให้ปลูกตอนเดือนเริ่มหงายใหม่ๆ ถ้าต้องการจะปลูกให้ผลโต ต้องปลูกหลังเดือนเพ็ญไปแล้ว 3 วัน ซึ่งก็คือข้างแรมนั่นเอง
สำหรับบทเพลงที่เกี่ยวกับ ดวงจันทร์ พระจันทร์ที่เราคุ้นหูตั้งแต่เด็กก็คือ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้าฯ แล้วก็ยังมีเพลงที่แสดงให้เห็นว่า ผู้แต่งเพลงทั้งหลาย ผูกพันหรือต้องมนต์ของพระจันทร์อยู่ไม่น้อย เช่น เพลงโสมส่องแสง จันทร์แจ่มฟ้า และลาวดวงเดือน เป็นต้น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่า แสงสกาวสุกใสในคืนวันเพ็ญ ทำให้เกิดความรู้สึกโรแมนติก และมีผลต่อจินตนาการของนักกวี นักแต่งเพลง และนักเขียนซึ่งไม่เฉพาะบ้านเราเท่านั้น แต่เข้าใจว่ามีอยู่ในทุกประเทศด้วย นอกจากนี้ "ดวงจันทร์" ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก เช่น จันทรา ดวงเดือน แข หรือ โสม เป็นต้น (คำว่า"เพ็ญ" หมายถึง "เต็ม" เช่น คืนเดือนเพ็ญ คือ คืนพระจันทร์เต็มดวง)
เรื่องราวเกี่ยวกับ "พระจันทร์" อีกเรื่องที่น่าสนใจก็คือ "ประเพณีไหว้พระจันทร์" ซึ่งตามเอกสารเผยแพร่ ของกองวิชาการและแผนงาน เทศบาลเมืองพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ได้กล่าวว่า เป็นประเพณีที่สำคัญประเพณีหนึ่งของชาวจีน ที่มีมาแต่โบราณนับร้อยๆ ปี วันไหว้พระจันทร์จะตรงกับวันที่ 15 เดือน 8 ของจีน ซึ่งถือกันว่าเป็น วันกลางเดือนของเดือนกลางฤดูใบไม้ร่วง เพราะจีนจะแบ่งวันเวลาออกเป็น 4 ฤดูคือ ชุง ฤดูใบไม้ผลิ ตรงกับเดือน 1 2 3 แห่ คือ ฤดูร้อน ตรงกับเดือน 4 5 6 ชิว คือ ฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับเดือน 7 8 9 และตัง คือฤดูหนาว ตรงกับเดือน 10 11 และ 12 ของจีน ซึ่งวันสารทกลางเดือนกลางฤดูใบไม้ร่วงดังกล่าว ยังเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ที่เล่ากันว่าจักรพรรดิ์จีนสมัยโบราณ จะทำพิธีเซ่นไหว้พระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ และไหว้พระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วง
การไหว้พระจันทร์ เป็นการไหว้เพื่อรำลึกถึงองค์ไท้อิมเนี้ย เทพผู้ให้ความสุขสงบแก่สรรรพสิ่งในโลก และถือว่าเป็นเทพ ที่มีพระสิริโฉมงดงามที่สุดองค์หนึ่ง ซึ่งจะเสด็จมาโปรดสัตว์โลกในคืนพระจันทร์เต็มดวงของเดือน 8 ของสักการะจึงมักเป็นของเสี่ยงทาย เพื่อขอให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว นอกจากนี้ วันไหว้พระจันทร์ ยังเกี่ยวกับประวัติศาสาตร์จีน ตอนที่ "จูง่วนเจียง" ผู้นำชาวจีนสมัยนั้นไ ด้นัดแนะชาวจีนขึ้นต่อต้านกษัตริย์ชาติมองโกล ที่ยึดครองจีนอยู่ โดยให้แต่ละครอบครัวจัดทำอาวุธ และเอกสารนัดหมายแอบซ่อนไว้ในหรือใต้ขนมโก๋ หรือขนมเปี๊ยะที่มีขนาดใหญ่ โดยแกล้งทำเป็นธรรมเนียม แลกเปลี่ยนขนมระหว่างญาติ เพื่อตบตาชาวมองโกล เพราะสมัยก่อนมีกฏหมายห้ามชาวจีนตีเหล็กทำอาวุธ และให้มีมีดใช้ 5 ครอบครัวต่อหนึ่งเล่ม ซึ่งในหนังสือก็ได้นัดให้ทุกครอบครัวจัดงานไหว้พระจันทร์ ด้วยการประดับประดาตกแต่งโต๊ะไหว้ให้สวยงาม โดยพร้อมเพรียงกัน และถือเป็นวันดีเดย์ในการยึดอำนาจคืน เมื่อสำเร็จ จูง่วนเจียงได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ นามว่า "พระเจ้าไท้โจวเกาอ่วงตี้"
ในสมัยก่อน ประเพณีวันไหว้พระจันทร์ จะเป็นวันที่สาวๆ หนุ่มชาวจีนจะได้มีโอกาสออกมาพบปะกันด้วย ทำให้หลายคู่ได้แต่งงานกันเพราะประเพณีนี้ ปัจจุบันประเพณีการไหว้พระจันทร์ ได้ลดน้อยถอยลงไปมาก นับตั้งแต่สหรัฐฯได้ส่งนีล อาร์มสตรองไปเหยียบดวงจันทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 และประเพณีดังกล่าว ก็ได้กลายมาเป็นการไหว้เจ้าแม่กวนอิมด้วยอาหารเจ พร้อมมีการจัดโต๊ะ ประดับประดาตกแต่งอย่างสวยงามแทน
ที่กล่าวข้างต้น คงจะทำให้หลายๆ คนได้รู้จัก "พระจันทร์" ที่แสนจะใกล้ชิดเรายิ่งขึ้น และไม่ว่าเราจะมอง "ดวงจันทร์" ที่ไกลจากโลก 384,400 กิโลเมตร อย่างนักดาราศาสตร์ หรือจะเฝ้าชม "จันทรา" ด้วยมนต์สะกดแบบไหน "พระจันทร์" ก็ยังเป็นพระจันทร์ที่ส่องแสง แก่ทุกคนในโลกอย่างเท่าเทียมกัน
ที่มา พลังจิต.คอม
แก้ไขเมื่อ 03 ก.ย. 52 11:14:11
จากคุณ |
:
kodindy
|
เขียนเมื่อ |
:
2 ก.ย. 52 22:12:14
|
|
|
|
 |