 |
ความคิดเห็นที่ 18 |
สงคราม "โลก"
มิถุนายน 1941 เยอรมนีและประเทศในกลุ่มอักษะอื่นและฟินแลนด์บุกสหภาพโซเวียตภายใต้แผนปฏิบัติการ "บาร์บารอซซ่า" (Barbarossa) โดยหลักแล้วต้องการรุกโดยไม่ให้ทันตั้งตัวเข้าใส่แถบบอลติค, กรุงมอสโคว และยูเครน โดยต้องการให้แผนการลุล่วงภายในปี 1941 ใกล้เส้น A-A line (เส้นเขตแดนของจักวรรดินาซี) ซึ่งขีดลากจากทะเลแคสเปี้ยนถึงทะเลขาว?
เป้าหมายของฮิตเลอร์คือต้องการปลดสภาพของโซเวียตจากการเป็นมหาอำนาจทางทหาร, ทำลายระบอบคอมมิวนิสท์, สร้าง "ที่อยู่" (จริงๆ หมายความมากกว่านั้น) ให้จักวรรดินาซีโดยการกำจัดประชากรท้องถิ่น และเพื่อการันตีทรัพยากรที่กองทัพนาซีจำเป็นต้องใช้ในการบดขยี้คู่ต่อสู้
อย่างไรก็ดี ก่อนจะเริ่มสงคราม (บุกโซเวียต) กองทัพแดงก็ได้เตรียมพร้อมสำหรับการตีโต้ไว้ก่อนแล้ว โดยยุทธการบาร์บารอซซ่าได้บีบให้แม่ทัพโซเวียตจำต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ
ในช่วงฤดูร้อน กองกำลังนาซีรุกคือกินดินแดนของโซเวียตได้อย่างมาก สร้างความสูญเสียให้ทั้งในแง่กำลังพลและทรัพยากรให้กองทัพแดงอย่างมาก
อย่างไรก็ดี กลางเดือนสิงหาคม ผู้บัญชาการกองทัพนาซีตัดสินใจระงับการบุกชั่วคราวด้วยเพราะมองว่าทำให้กองกำลังลดจำนวนลงมากเกินไป โดยได้หันไปบุกยูเครนและเลนินกราด ซึ่งมีหัวหอกเป็นกองทัพรถถังแพนเซอร์ที่ 2
การเข้ายึดกรุงเคียฟของยูเครนประสบผลสำเร็จ ส่งผลให้สามารถล้อมกรอบและสังหารหมู่กองทัพแดง 4 กอง ก่อนจะรุกคืบไปยังเมือง Crimea ซึ่งทำให้สามารถพัฒนาไปสู่การรุกยูเครนตะวันออกได้
การหันทิศทางของกองทัพ 3 กองของจักวรรดินาซีและกำลังทางอากาศส่วนใหญ่ในฝรั่งเศสและเมดิเตอร์เรเนียนไปยังโซเวียต ทำให้อังกฤษทบทวนแผนการใหญ่ของพวกเขา ที่สุดแล้ว ในเดือนกรกฏาคม อังกฤษจับมือกับโซเวียตจัดกองกำลังต่อต้านเยอรมนี โดยมีขึ้นหลังจากทั้ง 2 ชาติร่วมมือกันบุกอิหร่านเพื่อยึดพื้นที่แถบเปอร์เซียและน้ำมันจากอิหร่าน
เดือน สิงหาคม อังกฤษและสหรัฐฯ ประกาศความร่วมมือเหนือน่านน้ำแอตแลนติคภายใต้ชื่อ Atlantic Charter (the blueprint for the world after World War II, and is the foundation for many of the international treaties and organizations that currently shape the world.)
เดือนตุลาคม ขณะที่ปฏิบัติการของฝ่ายอักษะในยูเครนและบอลติคประสบความสำเร็จ โดยเหลือเพียงการบุกยึดเลนินกราดและเซวาสโตโปล แผนการบุกยึดกรุงมอสโควที่เคยให้พักไว้ก็ฟื้นขึ้นอีกครั้ง
ตลอดระยะเวลา 2 เดือนของการรบอันดุเดือด เยอรมันเกือบจะเข้าถึงแถบเมืองชั้นนอกของมอสโควได้ ที่ซึ่งทหารอันอ่อนล้าจำต้องระงับการบุกเอาไว้ แม้ว่าจะมีการยึดดินแดนข้าศึกได้อย่างน่าประทับใจ แต่แผนการหลักของฝ่ายอักษะก็ยังไม่บรรลุจุดประสงค์หลัก
นั่นคือ
1. เมืองหลัก 2 เมืองยังอยู่ในมือของโซเวียต 2. ความสามารถในการต่อต้านของโซเวียตยังไม่หมดไป 3. และ สหภาพโซเวียตยังกลับมาอยู่ในสถานะภาพที่มีกำลังอันน่ากลัวอีกครั้ง
ตรงจุดนี้นี่เองที่แผนการ "บริสครีก" (Blitzkrieg) (เป็นแผนการรบของฝ่ายนาซี) ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปได้สิ้นสุดลง
ต้นเดือนธันวาคม กำลังเสริมที่มาใหม่ทำให้โซเวียตกลับมามีความทัดเทียบกับกองทัพฝ่ายอักษะในแง่ของจำนวน นี่ยังรวมถึงข้อมูลลับที่ชี้ว่าจำนวนทหารขั้นต่ำในฝั่งตะวันออกของโซเวียตมีเพียงพอที่จะป้องกันการโจมตีจากกองทัพกวางตุ้งที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของญี่ปุ่น
เหล่านี้ส่งผลให้โซเวียตเริ่มการตีโต้ครั้งใหญ่ตลอดแนวรบ 1,000 กิโลเมตร ได้ในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งส่งผลให้ทหารเยอรมันต่อล่าถอยไป 100-250 กม.ไปทางตะวันตก
ญี่ปุ่นได้ยึดครองกองกำลังในแถบอินโดจีนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งสร้างแรงกดดันให้จีนโดยการตัดเส้นทางขนส่งสินค้าของจีน และยังหมายอยู่ในพื้นที่ที่ได้เปรียบในการทำการรบกับทางฝั่งยุโรป ญี่ปุ่นนั้นหวังจะได้ประโยชน์จากความสำเร็จของเยอรมนีในยุโรป โดยการเรียกร้องการสนับสนุนทางเสบียงและรวมถึงน้ำมันจากประเทศที่เป็นอาณานิคมของเนเธอแลนด์ (แถวๆ บ้านเรานี่เอง) แต่อย่างไรก็ดี ความต้องการเหล่านี้ก็ล้มเหลวในเดือนก.ค. ปี 1941
สหรัฐฯ, อังกฤษ และรัฐบาลทางฝั่งตะวันตกหลายประเทศตอบโต้การยึดแถบอินโดจีนของญี่ปุ่นโดยการแช่แข็งทรัพย์สินของญี่ปุ่นทั้งหมดที่มี ส่วนสหรัฐฯนั้นตอบโต้โดยการระงับการส่งออกน้ำมันให้แก่ญี่ปุ่นทั้งหมดโดยสิ้นเชิง (ซึ่งสำคัญมาก เพราะ 80% ของน้ำมันที่ญี่ปุ่นใช้มาจากสหรัฐฯ)
นั่นทำให้ญี่ปุ่นต้องเลือกระหว่าง ทิ้งความทะเยอทะยานในเอเชียและการรบกับจีน หรือบุกต่อและเข้ายึดทรัพยากรจากประเทศต่างๆ เพื่อให้กองทัพ
ซึ่งญี่ปุ่นไม่ถือว่าข้อแรกนั้นเป็นทางเลือก พวกเขามองว่าการระงับการส่งน้ำมันให้ญี่ปุ่นเท่ากับประกาศสงครามแม้จะไม่ได้พูดออกมา ดังนั้นแม่ทัพญี่ปุ่นจึงวางแผนยึดเหล่าประเทศอาณานิคมของมหาอำนาจยุโรปในเอเชียต่อไป โดยจะทำให้พวกเขาได้ประเทศเหล่านี้เป็นหน้าด่านลากยาวไปยันเซ็นทรัลแปซิฟิค
กองทัพญีปุ่นสามารถยึดเอาทรัพยากรจากประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ตามอำเภอใจขณะที่ทำให้กองทัพสัมพันธมิตรต้องเหนื่อยล้าจากการมีพื้นที่ดูแลมากเกินไป
และเพื่อป้องกันไม่ให้อเมริกาเข้ามาแทรกแซงระหว่างการตั้งแนวหน้าด่านในเอเชียนั้น ญี่ปุ่นยังวางแผนจะตัดไฟต้นลมด้วยการทำลายกองทัพเรือสหรัฐฯในแถบแปซิฟิคเสีย
วันที่ 7 ธันวาคม 1941 ญี่ปุ่นโจมตีที่ตั้งของอังกฤษ, เนเธอแลนด์ และสหรัฐฯเกือบจะพร้อมๆ กับการบุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเซนทรัลแปซิฟิค ซึ่ง... รวมถึงการบุกโจมตี เพิร์ล ฮาร์เบอร์ และการขึ้นบกที่ไทยและมาลายา
การบุกโจมตีเหล่านี้ของญี่ปุ่นทำให้สหรัฐฯ, อังกฤษ, ออสเตรเลีย พัธมิตรชาติตะวันตกอื่นๆ และจีน (ที่ทำสงครามชิโน-เจแปน 2 อยู่แล้ว) พร้อมใจกันประกาศสงครามกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ
เยอรมนีและชาติอักษะที่เหลือตอบโต้ด้วยการประกาศสงครามกับอเมริการเช่นกัน
เดือนมกราคม อเมริกา, อังกฤษ, โซเวียต, จีน และอีก 22 ชาติยิบย่อยร่วมกันเผยแพร่ "คำประกาศยูเอ็น" (Declaration by United Nations) (United Nations ในขณะนั้นหมายถึงประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร) ซึ่งเป็นตอกย้ำถึงสนธิสัญญาเหนือน่านน้ำแอตแลนติกก่อนหน้านี้ (Atlantic Charter)
แต่เอาเข้าจริง โซเวียตก็ไม่ได้จริงจังกับคำประกาศดังกล่าว โดยยังคงสภาพเป็นกลางกับญี่ปุ่นต่อไป แถมยังไม่ยอมทำตามหลักเสรีภาพในคำประกาศดังกล่าวอีกด้วย
ขณะเดียวกัน สิ้นเดือนเมษายน 1942 ญี่ปุ่นเกือบจะยึดพม่า, ฟิลิปปินส์, มาลายา, อาณานิคมดัชท์, สิงค์โปร์ และฐานที่มั่นใน Rabaul ได้สำเร็จ ซึ่งส่งผลให้ทหารสัมพันธมิตรสูญเสียเป็นจำนวนมาก รวมทั้งจับตัวเฉลยได้อีกมากเช่นกัน
ทัพเรือญี่ปุ่นยังได้รับชัยชนะจากศึกต่างๆ ในแถบทะเลจีนใต้, ชวา และคาบสมุทรอินเดียอีก รวมทั้งทิ้งระเบิดฐานทัพเรือสัมพันธมิตรที่เมืองดาวิน, ออสเตรเลีย
ความสำเร็จเพียงอย่างเดียวของสัมพันธมิตรที่มี่ต่อญี่ปุ่นมีเพียงอย่างเดียวคือชนะการรบที่เมือง Changsha (ของจีน) ในต้นเดือนมกราคม 1942
ชัยชนะอันง่ายดายของกองทัพญี่ปุ่นที่มีแต่คู่ต่อสู้ที่ไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้ญี่ปุ่นมั่นใจและฮึกเหิมมากเช่นเดียวกับพื้นที่ที่แผ่ขยายออกไปมาก
เยอรมันเองก็ยังคงรักษาความได้เปรียบเช่นกัน โดยฉวยโอกาสจากการตัดสินใจที่ไม่แน่นอนของกองเรืออเมริกัน โดยการจมเรือสินค้าอเมริกันได้มากมาย
แม้ว่าฝ่ายอักษะในยุโรปจะสูญเสียไปไม่มาก แต่อักษะก็หยุดการโจมตีโซเวียตทั้งในส่วนกลางและใต้ โดยเพียงแค่รักษาพื้นที่ที่ยึดมาดได้จากการรบเมื่อปีที่แล้ว
ขณะที่ในอัฟริกาเหนือ เยอรมันโจมตีกองทัพอังกฤษในเดือนมกราคม ผลักดันให้อังกฤษต้องถอยร่นไปที่เส้นกาซาล่า (Gazala line) ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่เยอรมันจะหยุดพักการรบเพื่อเตรียมพร้อมก่อนการบุกครั้งใหม่
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รูป: Khreshchatyk, the main street of Kiev, after German bombardment.
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
3 ก.ย. 52 16:56:51
|
|
|
|
 |