 |
ความคิดเห็นที่ 19 |
ประเทศไต้หวันมีพื้นที่ประมาณ 36,000 ตารางกิโลเมตร ขนาดพื้นที่เล็กกว่าไทยประมาณ 14 เท่า ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ รวม 172 เกาะ ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศใกล้เคียง
ประชากรไต้หวันมีประชากรทั้งสิ้น 23,063,027 คน น้อยกว่าประเทศมาเลเซียเยอะ
มองแล้ว การลุงทุนขนาดนี้ ไม่น่าจะคุ้มค่าการลงทุนครับ ถ้ามองประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน เขามีประชากรภายในประเทศ จำนวนมากมาย เขามีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแยะ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เดินทางมาท่องเที่ยวกันอย่างมากมายมหาศาล อีกทั้งเขายังมี เทคโนโลยี่ รถไฟความเร็วสูง คิดข้น วิจัยและผลิตใช้กันเอง ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในความคุ้มค่าการลงทุน ก็น่าจะมีต้นทุนที่ถูกกว่ามาก การที่ซื้อเทคโนโลยี่จากต่างประเทศอย่างประเทศไต้หวัน ด้วยความที่ประเทศไต้หวัน เป็นเกาะ มีขนาดประเทศไม่ได้ใหญ่มากนัก โครงการนี้จึงเสี่ยงอย่างมาก มันจึงเป็นปัญหา บวกกับ มีระบบรถไฟท้องถิ่นเดิมใช้กันอยู่แล้ว จึงไม่คุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนไปครับ
ส่วนประเทศไทยนั่น ควรจะศึกษา วางแผนในระยะ 10-20ปีข้างหน้า วิจัยเรื่องเทคโนโลยี่ความเร็วสูง เพื่อผลิตไว้ใช้เอง เหมือนกับประเทศเกาหลี และจีน เขาจ้างที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเทคโนโลยี่รถไฟความเร็วสูง จากต่างประเทศ มาเป็นพี่เลี้ยงให้ ซึ่งเขาก็จะใช้เวลาอยู่พอสมควร ในการเรียนรู้ และวิจัยเทคโนโลยี่ใหม่นี้ ในที่สุดเขาก็สามารถผลิต รถไฟความเร็วสูงไว้ใช้เอง แถมราคาต้นทุนค่าก่อสร้าง ก็ถูกกว่าการซื้อเทคโนโลยี่เขามาใช้ มันคุ้มค่ากว่าในระยะยาวมากกว่าครับ ผมเชื่อว่าประเทศไทยทำได้ครับ ประเทศเรามีจำนวนประชากรในประเทศเราเยอะ มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมมาท่องเที่ยวในประเทศไทย มากอันดับต้นๆ ในภูมิภาคอาเซียนเลย มีพื้นเขตที่ติดต่อชายแดนกับประเทศใกล้เคียง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะ นักท่องเที่ยวเขาก็นิยมเข้ามาและไปต่อประเทศใกล้เคียง ได้เปรียบกว่าประเทศที่เป็นเกาะอย่างไต้หวัน น่าจะคุ้มค่าการลงทุนกว่า ประเทศเขา แต่ถ้าซื้อเทคโนโลยี่จากต่างประเทศอย่างเดียว ก็มีสิทธิเจ๊งครับ ถ้าหากรัฐบาลไทย สนับสนุนแผนงาน ในระยะ 10-20ปีข้างหน้า ลงทุนเพื่อการคิดข้น วิจัย เทคโนโลยี่ เพื่อผลิตรถไฟความเร็วสูงไว้ใช้เอง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ของประเทศได้อย่างมาก ในที่สุด ประเทศไทยก็จะมีเทคโนโลยี่ที่คิดค้นโดยคนไทยเอง
แก้ไขเมื่อ 03 พ.ย. 52 13:13:38
จากคุณ |
:
ton T-Square
|
เขียนเมื่อ |
:
3 พ.ย. 52 12:52:29
|
|
|
|
 |