 |
ความคิดเห็นที่ 18 |
กาแฟ ขี้พังพอน จากเวียดนาม
ตีตลาด กาแฟนจาก ขี้ชะมด
ปัจจุบันได้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นใน เขตที่ราบสูงภาคกลาง ซึ่งเป็นสวนกาแฟใหญ่ที่สุดของประเทศ นั่นคือการเพาะเลี้ยงตัวเพียงพอน ซึ่งได้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจไปโดยปริยาย ผลผลิตจากสัตว์ที่ชอบกินเมล็ดกาแฟสุกชนิดนี้ กำลังทำเงินทำทองให้แก่เกษตรการผู้ปลูกกาแฟอย่างคาดไม่ถึง เมล็ด กาแฟที่เพียงพอนขับถ่ายออกมากลายเป็นกาแฟเกรดสูงที่ได้รับความนิยมและเป็น ที่ต้องการอย่างสูงในตลาดโลก เกษตรกรหลายต่อหลายรายแอบรวยอย่างเงียบๆ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าสถานการณ์ราคาข้างนอกจะผันผวนอย่างไรก็ตาม คอ กาแฟชั้นนำย่อมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ "โกปี ลูวัค" (Kopi Luwak) ซึ่งเป็นเม็ดกาแฟเกรดสูงที่มีกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซีย แต่เรื่องหนึ่งที่น่าแปลกพอๆ กันก็คือ ในบรรดา 50 ประเทศที่ปลูกกาแฟนั้น มีเพียงพอน (weasel) อยู่ในไม่กี่ประเทศ อินโดนีเซียจึงเป็นเจ้าแรกที่เข็นผลิตภัณฑ์ราคาแพงออกสู่ตลาด อย่าง ไรก็ตามทุกๆ ปีที่ผ่านมาจะมีกาแฟลูวัคออกจำหน่ายเพียงประมาณ 200 กิโลกรัมเท่านั้น และในราคา 1,200-4,500 ดอลลาร์ต่อ กก. จึงไม่น่าแปลกใจที่คอกาแฟนับล้านๆ คนทั่วโลก ยังไม่เคยลิ้มลองกาแฟราคาแพงดังกล่าว ในเวียดนามเพิ่ง จะตื่นตัวในเรื่องนี้เมื่อไม่นาน ปี 2550 มีผู้ลงประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ต้องการซื้อ "กาแฟขี้เพียงพอน" แท้ อย่างเร่งด่วนและปริมาณไม่จำกัด ไม่ว่าจะตากแห้งแล้วหรือยังเปียกๆ อยู่ โดยเสนอราคา 1-10 ล้านด่งต่อ กก. (16,400 ด่งต่อดอลลาร์- อัตราแลกเปลี่ยนขณะนั้น) ผู้ลงประกาศซื้อคือ กาแฟจุงเงวียน (Trung Nguyen Corp) ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ขณะนั้นเมล็ดกาแฟโรบัสตาในตลาดมีราคาเพียง 30,000 ด่ง ต่อ กก. การเสนอซื้อในราคานับล้านจึงทำให้ทั่วทั้งสังคมต้องแปลกใจ หลังจากมีการลงประกาศไปสองปี จุงเงวียน ได้กว้านซื้อกาแฟคุณภาพสูงไปแล้วนับร้อย กก.
ในระหว่างเทศกาลกาแฟที่บวนมาท๊วต (Buon Ma Thuot) จ.ดั๊กลัก (Dak Lak) ปีที่แล้ว กาแฟขี้เพียงพอนของจุงเงวียน ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมอย่างมาก บริษัทฯ ยังได้มอบจำนวนหนึ่งเป็นของขวัญแก่แขกระดับสูง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐบาลที่เดินทางไปร่วมงานเทศกาล ตาม รายงานของหนังสือพิมพ์เตี่ยนฟง (Tien Phong) ในเทศกาลกาแฟบวนมาท๊วต นายเหวียนก๊วกแค็ง (Nguyen Quoc Khanh) เกษตรกรจาก อ.กรงปัก (Krong Pak) จ.ดั๊กลัก ได้นำเมล็ดกาแฟขี้เพียงพอนตากแห้งออกแสดง โดยติดราคาข้างกล่องเอาไว้ 750 ดอลลาร์ นั่นก็คือ 3,000 ดอลลาร์ต่อ กก. ปัจจุบันนายแค็งเลี้ยงตัวเพียงพอนเอาไว้ 46 ตัว เพียง พอนเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่ชอบกินเนื้อกาแฟสุกสุดจิตสุดใจ เกษตรกรหัวใสกว้านซื้อเมล็ดกาแฟจากเพื่อนบ้านใกล้เคียงโดยเสนอราคาสูงกว่า ตลาด 3-4 เท่า เพื่อนำไปเป็นอาหารของสัตว์ชนิดนี้ ผสมกับเนื้อวัว เนื้อไก่ และกล้วย กาแฟลูวัคซึ่งมีที่มาที่ไปคล้ายกัน ได้รับความนิยมอย่างสูงและขายราคาแพงมากในตลาดจีนและยุโรป ผู้ที่ได้ลองดูแล้วต่างยอมรับในความหอมกลมกล่อมกับรสชาติที่เด็ดขาด แถมยังเชื่อในคุณค่าความเป็นสมุนไพรของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อีกด้วย ยัง ไม่มีคำวิจารณ์สำหรับกาแฟขี้เพียงพอนที่ผลิตจากเขตที่ราบสูงในเวียดนาม แต่ ราคาจำหน่ายในตลาดโลกก็แพงไม่น้อยไปกว่าผลิตภัณฑ์ของอินโดนีเซีย สื่อของทางการกล่าว.
จากคุณ |
:
อ้ายหนุ่มพลังม้า
|
เขียนเมื่อ |
:
24 พ.ย. 52 18:20:10
|
|
|
|
 |