ความคิดเห็นที่ 1 |
ผมเองก็เจอกับตัวครับ
ผมเป็นผู้ชายด้วยนะ สูง 180 ไม่เชื่อใช่ไหมว่าแอร์ในรถยนต์นี่แหละก็เล่นงานผมเหมือนกัน
แล้วเจ้าของรถก้ใช่เป็นใครที่ไหน
เป็นเพื่อนสนิทผมนี่เอง !
วันนั้นเรานัดกันทานข้าวเย็นกัน 5-6 คน ทุกคนต่างคนต่างมาเจอกันที่ร้านอาหารครับ
ด้วยความที่นานๆทีเราจะรวมกลุ่มกันก็เลยคุยกันเพลินจนถึง 3 ทุ่ม กินไปคุยไปอย่างสนุกสนาน
เสร็จแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับ เพื่อนผมคนนึงในนั้นเขาชวนผมกลับด้วยกันกับรถยนต์ของเขา (ถ้าจำไม่ผิดเป็น city โฉมเก่า) ผมก็บอกว่าอย่าเลยเรากลับบ้านคนละทางเสียเวลาขับรถอ้อมเปล่าๆ
แต่เขาก็ยังยืนยันอาสาจะไปส่งผมให้ได้ อ้างว่าเขาจะแวะบ้านญาติซึ่งไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไหร่
เอ๊ะไม่ยักกะเคยบอกว่ามีญาติแถวบ้านผม
ผมก็ตกลง.......ก็ดีไม่เสียค่ารถเมล์แถมมีคนไปส่งถึงบ้าน เป็นใครก็คงไปใช่ไหมครับ
ท่าที่ของเพื่อนผมคนนี้เขาดูนิ่งๆเงียบๆ ผมสังเกตุตั้งแต่ตอนที่เราเดินไปลานจอดรถข้างร้านอาหารได้แล้ว บางครั้งก็แอบดูลุกลี้ลุกลนแปลกๆ พอจะขึ้นรถปรากฏว่าลืมกุญแจไว้ที่โต๊ะต้องเดินกลับไปเอาอีก ผมละงงกับมันจริงๆ
ระหว่างที่นั่งรถผมสังเกตุว่าเพื่อนผมมันไม่เปิดแอร์เลย ?
ผมก็ถามว่าทำไมไม่เปิดแอร์ มันก็ไม่ตอบอะไร หมุ่นกระจกลงแทนแล้วก็นั่งเงียบ
รถเริ่มติด แถวรามฯ ควันจากนอกรถก็เริ่มลอยเข้ามาในรถ โถ่มันไม่ต่างจากนั่งรถเมล์กลับบ้านเลยนิหว่า ดีกว่าแค่ได้นั่งไม่ต้องโหน แต่ทำไงได้เรามากับเขาแล้ว
ผมพยายามชวนมันคุยนะ แต่ดุท่าทางเพื่อนผมมันดูไม่ค่อยอยากคุยกับผมสักเท่าไหร่ ถามคำตอบคำ ชวนคุยอะไรก็ไม่ตอบ เอาแต่นั่งมองรถติดข้างหน้าไม่สนใจผม นานๆทีจะถอนหายในพร้อมมองออกไปนอกหน้าต่าง
พอรถเริ่มออกตัว เพื่อนผมมันดูจะเปลี่ยนท่าทีเล็กน้อย มันขยับตัวนั่งตรง รีบปิดหน้าต่าง แล้วเหยียบคันเร่งพยายามแซงรถข้างหน้า พอพ้นไฟแดงก็เข้าทางลัดด้านซ้ายซึ่งมีรถน้อย ขับเลี้ยงจนผมตกใจกองหนังสือบนเบาะหลังรถหล่นลงพื้นรถเพราะแรงเหวี่ยงตอนหักรถเข้าซอย
ทางลัดนี้ผมไม่ค่อยชิน เพราะผมไม่ขับรถ จึงรู้จักแต่ทางหลัก
ทางลัดนี่มืดและเปลี่ยว แม้จะมีรถมอร์เตอร์ไซด์สวนผ่านแต่สภาพโดยรอบเป็นตึกและห้องแถวร้าง ถ้าเป็นสาวๆมากับแท๊กซี่คงหวั่นใจโดนชิงทรัพย์แน่
เพื่อนผมยื่นมือไปเปิดสวิตแอร์ ผมก้งง อ่าวนึกว่าแอร์เสีย ที่แท้แอร์ก็ไม่เสียนินา - -* ทำไมถึงปล่อยผมร้อนอยู่ตั้งนาน
ทันใดนั้นผมได้กลิ่นบางอย่างที่ไม่ค่อยคุ้นจมูกนักลอยออกมาพร้อมแอร์ ผมขนลุกและตาลุกวาวหันไปมองเพื่อนซึ่งกำลังขับรถอยู่ทันที
ผม "เอ้ย ! เมิงทำอะไรกับแอร์วะ !" ผมพูดเสียดังด้วยความตื่นตระหนก !
เพื่อนผม "เพื่อน ....กูขอโทษ"
ผม - "อะไร !" ผมสับสนไปหมดนี่มันเกิดอะไรขึ้น !
ผมทำอะไรไม่ถูก ตกลงในข่าวเป็นจริงใช่ไหมที่มีการยัดยาสลบในแอร์ !! นี่ผมนึกว่ารอบคอบแล้วนะ ไม่ได้นั่งแท๊กซี่นั่งแต่รถเมล์
แต่รอบนี้ผมดันเจอกับเพื่อนสนิทผม ! พระเจ้า มันทำกับผมได้ !!!
เพื่อน - "กูขอโทษจริงๆ ............ คือ.............แอร์กูไม่ค่อยดี พอดีในช่องแอร์มันมีราขึ้นก็เลยเหม็นอับ ช่างล้างแอร์บอกกูหลายทีแล้วแต่กูไม่ค่อยมีเวลา"
.......ซะงั้น
เพื่อน - "แต่เปิดทิ้งไว้สักพักเดี๋ยวก็หายเหม็นแล้ว ไล่กลิ่นที่ค้างแบบนี้เดี๋ยวก็ปกติ"
ผม - "โคตรเหม็นเลย!"
เพื่อน - "เออดิวะ เดี๋ยววันมะรืนจะพาน้องขวัญออกเดทครั้งแรก พรุ่งนี้เช้ากูจะรีบเอาแอร์ไปล้างที่อู่"
ผม - "น้องขวัญ ? แฟนเก่ากูนะหรือ ?"
เพื่อน - "เออ นั่นแหละ ที่กูจะมาส่งเพราะอยากคุยด้วยเรื่องนองเขานี่แหละไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้ากุจะคบกับน้องเขา ....คือว่ากูนะ... แอบชอบ..........................................."
สรุปแอร์เหม็นราครับ
ปล. มันเหม็นมากครับ
.
จากคุณ |
:
kennyG
|
เขียนเมื่อ |
:
17 ธ.ค. 52 13:40:58
|
|
|
|