Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
รถยนต์แห่งชาติไทย  

รถยนต์แห่งชาติ(ไทย)


ในบ้านเรานั้นถ้าพูดถึงยี่ห้อรถยนต์ไม่ว่าจะเป็น Benz / BMW / Volkswagen คุณจะนึกถึงประเทศเยอรมัน แล้วถ้าพูดถึง Volvo / Saab คุณคิดถึงประเทศ สวีเดน ถ้าพูดถึง Pergeot / Renault / Citroen ก็จะนึกออกว่าเป็นฝรั่งเศส ในทำนองเดียวถ้าพูดถึงประเทศอิตาลีก็จะนึกถึง  Alfa Romeo / Fiat  ถ้าเป็นญี่ปุ่นก็ต้อง Toyota / Honda / Mitsubishi หรือถ้าถามว่ารถ Rolls-Royce / Aston  Martin ผลิตจากประเทศอะไร เชื่อไหม 9 ใน 10 คน สามารถตอบได้ว่าอังกฤษ หรือยิ่งกว่านั้นถ้าถามว่า Hyundai / daewoo ละใครเป็นเจ้าของอันนี้ร้อยทั้งร้อยตอบได้ว่าก็ต้องเกาหลีนะซิถามได้ ที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นซึ่งนั่นหมายถึงรถยนต์ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆไปแล้วซึ่งก็น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนในชาติเหล่านั้นไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนแทบทั่วทุกมุมโลกต่างก็มีสัญญลักษณ์ของชาติเขาให้เห็น


แล้วรถยนต์ที่เป็นสัญลักษณ์ของไทยหละ?


มีใครคิดใครฝันอย่างผมบ้างไหม? ที่ผมฝันไว้ว่าอยากมีรถที่เป็นแบรนด์เนมที่เป็นสัญลักษณ์ของไทย ขายในราคาคนไทยและที่ไม่ว่าจะไปเจอที่ไหนในโลกก็รู้ว่าเป็นของคนไทย มีวิ่งเกลื่อนกลาดทั่วไป คนไทยมีความเป็นชาตินิยมที่หันมาใช้รถยนต์ที่เป็นของคนไทย มันคงเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวดเลยทีเดียวเช่นเดียวกับชนชาติอื่นๆเขาเงินทองก็ไม่รั่วไหลไปต่างประเทศ แล้วเมื่อไหร่หละ?


จะมีคนไทยซักกี่คนที่รู้เรื่องนี้?


เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วราวปี 1975-1977 ได้มีคนไทยกลุ่มหนึ่งพยายามออกแบบ สร้างและผลิตรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกันว่าชื่อยี่ห้ออะไรหรือรูปร่างหน้าตาเป็นยังไงพยามค้นหาประวัติอยู่เหมือนกันแต่ก็ได้เฉพาะที่เป็นตัวอักษรและข้อมูลแต่ละแหล่งก็ไม่ค่อยตรงกันซักเท่าไหร่ ที่สำคัญอีกอย่างก็เพราะช่วงนั้นยังผมก็เด็กอยู่และยังไม่มีความสนใจเรื่องรถยนต์เลยเนื่องจากยังเป็นสิ่งที่เกินเอื้อมและไกลตัว แต่ความตั้งใจของคนไทยกลุ่มดังกล่าวก็ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์หรือสามารถนำออกมาจำหน่ายอย่างจริงจังได้เนื่องจากประสบกับปัญหาเงินทุนและคู่แข่งจากต่างประเทศมีมากซ้ำคนไทยยังเห่อของนอกด้วย จึงเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามผมขอแสดงความชื่นชมต่อความคิดของท่านเหล่านั้นด้วยความจริงใจครับ


ต่อมาราวปี 1992-1994 ได้มีนักธุรกิจจากกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์มารวมตัวกันเพื่อผลิตรถกระบะขนาดหนึ่งตันภายชื่อ บริษัท สยาม วิ.เอ็ม.ซี.ยานยนต์ จำกัด ภายใต้โลโก้ V.M.C ใช้สันลักษณ์เป็นวงกลมและมีตัว M อยู่ตรงกลาง


เปิดโชว์ตัว V.M.C


ในปี 1995 รถกระบะของไทยนาม V.M.C ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีรายละเอียดดังนี้



เครื่องยนต์ ดีเซลรุ่น VM425SLTRS /แบบ 4 สูบ Turbocharger/ ขนาด 2498cc แรงม้าสูงสุด117 แรงม้าที่ 4200 รอบ/ แรงบิดสูงสุด 24 กก-ม.ที่ 2200 รอบ/ ความกว้างกระบอกสูบ 92 ม.ม.ระยะชัก 94 ม.ม/ อัตราส่วนกำลังอัด 22:1/ ความเร็วสูงสุด 173 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มิติ ยาว 4870 ม.ม. / กว้าง 1690 ม.ม. / สูง 1608 ม.ม. / ความยาวฐานล้อ 2950 ม.ม. / ความกว้างล้อหน้า 1395 ม.ม.และหลัง 1385 ม.ม. / ระยะต่ำสุด 200 ม.ม. / น้ำหนักรถ 1400 กก / น้ำหนักบรรทุกรวม 2700 กก.
ระบบส่งกำลัง คลัทช์แบบแห้งแผ่นเดียวทำงานด้วยไฮโดรลิค / ระบบเกียร์ GT5AM-:GRAZIANO / อัตราทดเกียร์ 1=3.54; 2=1.96; 3=1.36; 4=1.00; 5=0.79; R=3.21
ระบบกันสะเทือน หน้าแบบดับเบิลวิชโบน ทอร์ชั่นบาร์ ช็อคอัพ / หลังแบบเพลาแข็ง แหนบ ช็อคอัพ
ระบบเบรค หน้าเป็นดิสค์เบรค / หลังดรัมเบรคปรับระยะผ้าเบรคอัตโนมัติ
ยาง ขนาด 195 R 14 C-8 PR

เนื่องจากความรีบร้อนในการเปิดตัวจึงทำให้มีจุดพกพร่องค่อนข้างมากในเรื่องของตัวถังที่ประกอบไม่ค่อยเรียบร้อยและหน้าตาดูแปลกตาจึงไม่เป็นที่นิยมของคนไทย ทั้งที่ถ้าจะว่ากันไปแล้วไอ้รูปทรงเหลี่ยมที่ดูเทอะทะและรูปร่างหญ่โตในตอนนั้นมันพึ่งจะมาได้รับความนิยมเมื่อไม่นานนี้เอง อีกอย่างก็คือเครื่องยนต์ของ วีเอ็มซี ที่จ้างบริษัทชั้นนำในอิตาลีออกแบบและประกอบซึ่งดัดแปรงมาจากเครื่องยนต์ที่วางในรถเก๋งซีดานยี่ห้อหรูของอิตาลีเลยทีเดียว ถ้าเทียบกับรถกระบะยี่ห้ออื่นๆในยุคนั้น วีเอ็มซี เหนือกว่าทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นด้านความแรง อัตราการบริโภคน้ำมัน ที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องควันดำที่ไม่ว่าจะเร่งเครื่องขนาดไหนก็ไม่มีควันให้เห็นเพราะใช้ปั๊มแรงดันสูงควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นระบบที่ใช้หลักการเดียวกันกับที่เรารู้จักในนามคอมมอนเรียวในปัจจุบันซ้ำตัวเรือนของเครื่องยนต์ยังเป็นเนื้อเดียวกับเสื้อสูบจึงสามารถรับแรงบิดได้มากกว่าและทนทานกว่าทุกยี่ห้อในยุคนั้น อีกอย่างก็คือเครื่องเดินเรียบและเงียบกว่ายี่ห้ออื่นๆ อีกทั้งมีช่วงล่างที่บึกบึนแกร่งเหนือกว่าใครทั้งหมดแต่แฝงไว้ด้วยการยึดเกาะที่หนึบหนับแถมนุ่มนวล ห้องโดยสารก็ถูกออกแบบให้มีขนาดกว้างนั่งสบายในแบบเก๋งไม่ว่าจะเป็นรุ่นมาตรฐาน รุ่นมีแค็ปหรือแม้แต่รุ่น4 ประตูที่ยี่ห้ออื่นๆต้องทำตามหลังจากนั้นอีก 2 ปีเลยทีเดียว และที่ประทับใจอีกอย่างก็คือวัสดุทุกชิ้นที่ใช้ประกอบล้วนเป็นวัสดุชั้นดีทั้งสิ้นที่แม้แต่ทุกวันนี้ยังไม่มีรถกระบะยี่ห้อไหนที่ขายในเมืองไทยจะใช้วัสดุเกรดดีขนาดนั้น



น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง!


น่าเสียดายและน่าเสียใจที่รถกระบะที่คิดค้นและลุงทุนโดยคนไทย ออกแบบเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ ถ้าเทียบกับยี่ห้อของต่างชาติในยุคนั้นแล้ว วี.เอ็ม.ซี มีคุณภาพก็เหนือกว่า ทนทานกว่า แบกน้ำหนักได้มากว่า ซึ่งถ้านำมาเทียบกับปัจจุบันแล้วยังเหนือกว่าหลายๆยี่ห้อด้วยซ้ำไป แถมเคาะราคาไว้ก็ถูกกว่ายี่ห้ออื่นเกือบแสนเลยทีเดียว แต่เนื่องจากความรีบร้อนหรืออาจจะเรียกได้ว่าการวางแผนที่ผิดพราดที่เร่งเปิดตัวในสภาพที่ไม่เรียบร้อยดีและความพร้อมของศูนย์บริการก็ยังไม่มี แถมการประชาสัมพันธ์ก็อ่อน จึงทำให้เกิดภาพลบในสายตาคนไทยตั้งแต่เริ่มต้น ในที่สุดโลโก้นี้ก็เลือนหายไปภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว บางครั้งก็เห็นมีวิ่งบ้างตามถนนแต่ก็ไม่มีใครรู้เลยว่ามันเป็นรถของคนไทย ยังคิดว่าเป็นรถนำเข้าเลย ซึ่งถ้าใครเห็นทุกวันนี้ล้วนถามไถ่ว่าเป็นกระบะยี่ห้อหรูจากชาติไหน? เพราะมันถูกมองว่าแปลกตายากต่อการยอมรับในยุค 1995 แต่ในลักษณะเดียวกันมันกับถูกยอมรับในภาพลักษณ์นี้หลังปี 2000 แสดงว่า วี.เอ็ม.ซี ล้ำหน้ากว่าชาวบ้านเขาทุกยี่ห้อเกือบ 10 ปี นี่ซิ! ฝีมือคนไทย.



**ความเคลื่อนไหวครั้งใหม่**


เมื่อต้นปีนี้เองได้มีความพยามครั้งใหม่ของกลุ่มผู้ผลิตรายนี้ที่จะดำเนินการเปิดไลท์การผลิตอีกครั้งหนึ่ง และยังต้อการมุ่งเน้นผลักดันให้เป็นรถยนต์แห่งชาติให้ได้ตามเจตนาเดิม โดยได้ขอความร่วมมือไปยังภาครัฐเพื่อให้ช่วยเหลือในด้านเงินทุนหรือช่วยหาแหล่งเงินทุนและค้ำประกันให้ เพื่อนำมาดำเนินการในเรื่องการผลิตและตัวแทนจำหน่ายรวมทั้งศูนย์บริการ รวมถึงการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะเคาะราคาไว้ที่ไม่เกินคันละ 4 แสนบาท แต่กลับไม่มีการตอบรับใดๆจากภาครัฐจนทุกวันนี้ โดยส่วนตัวผมคิดว่าการเคลื่อนไหวครั้งใหม่นี้ถ้าทำได้สำเร็จน่าจะทำได้ดีกว่าครั้งแรกเพราะมีประสบการณ์ความล้มเหลวมาแล้ว สิ่งที่ขอติงคือเรื่องการประชาสัมพันธ์เพราะถ้าการประชาสัมพันธ์ดีๆหน่อยประกาศให้คนไทยได้รับรู้ ผมว่าแม้ภาครัฐจะไม่ให้ความช่วยเหลือไม่ว่าด้วยเหตุผลลับลมคมในแค่ไหนก็ตามเรื่องเงินทุนนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาเพียงแค่ขายหุ้นเพิ่ม ผมว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่รักชาติและเห็นด้วยกับความคิดของท่านและพร้อมที่จะร่วมลงทุนกับท่าน จริงอยู่ที่ท่านกลัวว่ามันจะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติแต่ถ้าท่านใช้วิธีกระจายหุ้นแบบจำกัดจำนวนและขายเฉพาะคนไทยเท่านั้นก็น่าจะป้องกันได้ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็มีผมคนหนึ่งหละที่ชูสองจักแร้สนับสนุนและพร้อมจะควักเงินเก็บที่มี(อันน้อยนิด)ไปซื้อหุ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ตัวอย่างที่มีให้เห็นมาแล้วที่แมงกะไซค์ไทเกอร์ของคนไทยที่สามารถทำให้ตลาดราคารถถูกลงชั่วข้ามคืน ยิ่งบรรดารถกระบะที่ขายในบ้านเรามันแพงเกินความเป็นจริงมากไปที่น่าเจ็บใจก็คือไอ้พวกที่ผลิตในบ้านเราแล้วส่งไปขายต่างประเทศด้วย ทุกอย่างแทบจะเหมือนกันหมดแต่ราคาที่ขายในต่างประเทศกลับถูกกว่าในบ้านเราเกือบแสนทีเดียวมันเป็นไปได้ยังไงแล้วภาครัฐก็ไม่ได้ให้ความสนใจในการควบคุมราคาเลย(ไม่ทราบว่ามีอะไรปิดหูปิดตา) ยิ่งเขียนเลือดรักชาติก็ยิ่งเดือดครับกับความเอาเปรียบของบริษัทรถข้ามชาติ


ความจริงแล้วผมก็อยากติดต่อกับกลุ่มคนไทยท่านเหล่านั้นเพื่อให้กำลังใจครับ แต่อย่างที่บอกท่านอ่อนประชาสัมพันธ์เลยไม่รู้จะติดต่อไปที่ไหน ยังไงก็ตามผมขอใช้โอกาสนี้เชิดชูความกล้าหาญและแนวคิดของท่านเหล่านั้นด้วยความจริงใจ และขออวยพรให้ประสบผลสัมเร็จดังที่หวังและตั้งใจขอเป็นกำลังใจให้ครับ อยากเห็นครับรถกระบะของคนไทยในราคาไทยๆแต่คุณภาพเหนือกว่าของนอก เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าทำได้อีกไม่นานน่าจะติดตามด้วยเก๋งซีดานเพื่อคนไทยราคาไทยๆ ในอนาคตครับ ผมกลัวอยู่อย่างเดียวคือกลัวว่าท่านเหล่านั้นจะถูกตัดตอนจากบริษัทรถข้ามชาติไปก่อนที่รถยนต์แห่งชาติจะถือกำเนิดนะซิครับ


ปล.เป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวครับ(ที่เขียนด้วยความรักชาติสุดลิ่มหัวใจ)
--------------------------------------------------------------------------
ขอโทษนะครับที่ตั้งเนื้อหาใกล้เคียงกันกับกระทู้นี้
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8704166/X8704166.html

ที่่มา : www.one2Car.com

แก้ไขเมื่อ 28 ธ.ค. 52 03:36:16

จากคุณ : ชอบเล่นหมีพู
เขียนเมื่อ : 28 ธ.ค. 52 03:31:37




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com