10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม'52
|
|
ข่าวจาก ไอที-วิทยาการ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=316&contentID=39868
ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร นวัตกรรมยังถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจยุคนี้ เพื่อผลักดันให้สังคมเกิดความตื่นตัวและสนใจในเรื่องนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดประกาศผล “10 สุดยอดธุรกิจนวัตกรรม ประจำปี 2552” จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 เพื่อเป็นตัวอย่างในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมของภาคเอกชน และเห็นแนวโน้มของธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพในประเทศไทย ปีนี้ .... สุดยอดธุรกิจนวัตกรรมที่พิจารณาจากโครงการที่ สนช. ให้การสนับสนุนทั้งสิ้น 432 โครงการ
อันดับที่ 1 ตกเป็นของ “ดินสอ” หุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ ของบริษัท ซีที เอเชีย โรโบ-ติกส์ จำกัด ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการผลิตเพื่อใช้งานรับออร์ดอร์-เสิร์ฟอาหารในร้านเอ็มเคสุกี้ จำนวน 10 ตัว นายทศพล อภิกุลวนิช หัวหน้าฝ่ายเทคนิค ของบริษัทซีที เอเชีย โรโบ-ติกส์ บอกถึงที่มาของหุ่นยนต์ฝีมือคนไทยตัวแรกที่ผลิตจำนวนในเชิงพาณิชย์ว่า เนื่องจากที่ผ่านมาเด็กไทยได้แชมป์ด้านการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลกมากมาย แต่มักจะหยุดที่รางวัล ไม่ได้คิดที่จะพัฒนาต่อถึงการนำไปใช้ในชีวิตจริง บริษัทเห็นศักยภาพดังกล่าว และเพื่อต้องการจุดประกายให้เห็นว่านวัตกรรมเด็กไทยสามารถนำไปสู่การทำเป็น การค้าได้ จึงกล้าที่จะลงทุนในการทำวิจัยและผลิตหุ่นยนต์จากฝีมือนวัตกรรุ่นใหม่ โดยใช้ชื่อว่าหุ่นยนต์ดินสอ หรือหุ่นยนต์บริการ ที่สามารถใช้งานด้านการประชาสัมพันธ์ สามารถสื่อสารและโต้ตอบกับมนุษย์ได้ พูดภาษาไทยได้ ขนาดและความสามารถของหุ่นยนต์ต้นแบบ หากเปรียบเทียบตอนนี้จะเท่ากับเด็กประมาณ 8 ขวบ ซึ่งต่อไปจะมีการพัฒนาฟีเจอร์หรือความสามารถเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ นายทศพลบอกอีกว่า การได้รับการจัดอันดับเป็นสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมปีนี้ถือเป็นกำลังใจกับน้อง ๆ ทีมงาน ที่ผลงานและความสามารถได้รับการชื่นชม และถือเป็นตัวอย่างที่จะทำให้เด็ก ๆ กล้าที่จะคิดสร้างสรรค์ขณะเดียวกันก็เป็นตัวอย่างที่จะทำให้บริษัทต่าง ๆ กล้าที่จะลงทุนกับนวัตกรรมของเด็กไทยมากขึ้น สำหรับสุดยอดธุรกิจนวัตกรรมอันดับที่ 2 ได้แก่ผลงานที่เรียกว่า “ซีออส” แนวป้องกันการกัดเซาะพื้นที่ป่าชายเลน ของบริษัท ไทยไฮบริด จำกัด ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอจดสิทธิบัตร นวัตกรรมนี้เกิดขึ้นเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมตามแนวชายฝั่ง ทำจากไม้ประกอบพลาสติกที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรม ลดแรงปะทะของคลื่นทะเล สามารถถอดประกอบได้ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบแผ่นยางให้มีลักษณะคล้ายปะการังเพื่อดักตะกอนทราย และดินไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลอีกด้วย ส่วนอันดับ 3 คืออาหารเสริมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กจากข้าวที่ใช้ชื่อว่า “เบบี้ยัมมี่” ของบริษัท บางซื่อโรงสีไฟเจียเม้ง จำกัด นวัตกรรมนี้ประยุกต์ข้าวผสมกล้วยน้ำว้าบด ภูมิปัญญาไทยแต่อดีตมาอยู่ในรูปของอาหารเสริมสำเร็จรูปที่เข้ากับวิถีการ ดำเนินชีวิตที่รีบเร่งของพ่อแม่ยุคใหม่มากขึ้น แถมผสมกับสารอาหารเพิ่มเติม ผ่านกระบวนการสเตอริไลส์เซชั่น แค่เปิดบรรจุภัณฑ์ก็รับประทานได้ทันที เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวไทยอีกด้วย อันดับ 4 คือ “เจทีไอ” ถังคอมโพสิตบรรจุแก๊สแอลพีจี ของบริษัท อุตสาหกรรม จอบไท จำกัด ที่การันตีความสดใหม่ของแนวคิดด้วยรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการออกแบบเชิงนวัตกรรมระดับมืออาชีพประจำปี 2552 ของ สนช. โดยเป็นถังแก๊สที่ออกแบบขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกแทนถังที่ทำจากเหล็ก เน้นที่ความปลอดภัยในการใช้งาน รองรับแรงอัดสูง น้ำหนักเบา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งและตัวถังโปร่งแสงทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็น ระดับแก๊สได้ว่าใกล้หมดเมื่อใด สำหรับอันดับ 5 คือ “ไวท์ ฟาวเวอร์” น้ำผึ้งอินทรีย์ทางการแพทย์ ของบริษัท สยามเมียลอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นนวัตกรรมการผลิตน้ำผึ้งอินทรีย์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล ซึ่งสามารถ วิเคราะห์คุณประโยชน์ทางการแพทย์ด้านการต้านอนุมูลอิสระได้
ส่วนอันดับ 6 เป็นนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตน้ำตาลเพื่อสุขภาพ ที่เรียกว่า “พาลาทีน” ของบริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด เป็นน้ำตาลที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ มีผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นเพียงเล็กน้อย ลดปัจจัยเสี่ยงของผู้เป็นโรคเบาหวาน และไม่ก่อให้เกิดฟันผุอีกด้วย อันดับ 7 คือ “นีท” ก๋วยเตี๋ยวกึ่งสำเร็จรูปไร้ น้ำมัน ของโรงงานเส้นก๋วยเตี๋ยว น. นิตย์ สวรรคโลก ซึ่งเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตก๋วยเตี๋ยวให้ปราศจากน้ำมัน และทำเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เก็บไว้ได้นานไม่เหม็นหืนโดยไม่ต้องใส่วัตถุกันเสียนอกจากนี้ยังมีการเสริม คุณค่าทางอาหารเพิ่มเติม และอันดับ 8 คือ “เชอริช” ขนม ฟังก์ชันสำหรับสุนัข ของบริษัท อินโนเพ็ต โปรดักส์ จำกัด ซึ่งการพัฒนาอาหารสุนัขยุคใหม่ในรูปของอาหารฟังก์ชันที่ทำงานเฉพาะทั้ง เรื่องของขน ผิวหนัง กระดูกข้อต่อ รวมถึงระบบขับถ่ายและระบบภายในของสุนัข ส่วนอันดับ 9 คือ “ซีมูฟ” ระบบบริหารการขนส่งแบบต่อเนื่อง ของบริษัท ดี เอ็กซ์ อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการขนส่งและโลจิ สติกส์ โดยพัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยบริหารจัดการเส้นทางเดินรถ ซึ่งใช้ระบบจีพีเอสร่วมกับการสื่อสารแบบสองทางในการติดตามตำแหน่งรถและการทำ งานของพนักงานขับรถ ระบบดังกล่าวจะเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูลการขนส่งด้วยรถบรรทุก เพื่อจัดสรรการขนส่งให้กับผู้ส่งสินค้าและผู้ให้บริการส่งสินค้า ให้บริการผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นการลดการวิ่งเที่ยวเปล่าและลดต้นทุนในการขนส่งสินค้า และสุดท้ายอันดับ 10 คือ “ไบโอพลาสเทค” เครื่องเป่าขึ้นรูปฟิล์มพลาสติกชีวภาพแบบสามชั้น ของบริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติคไทย จำกัด ที่ช่วยลดต้นทุนในการผลิตฟิล์มพลาสติกชีวภาพให้ถูกลง 20-30% สำหรับการสนับสนุน โครงการนวัตกรรมปีที่ผ่านมา นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการ สนช. กล่าวว่า สนช. ให้การสนับสนุนไปแล้วทั้งสิ้น 98 โครงการ วงเงินสนับสนุน 71.12 ล้านบาท ทั้งนี้ สนช.ให้ความสำคัญในนวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพจากความได้เปรียบเชิงทรัพยากรของประเทศ นวัตกรรมที่สร้างทางเลือกเพื่อรับมือภาวะโลกร้อนและสร้างความมั่นคงด้าน พลังงานของประเทศ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยการออกแบบเชิงนวัตกรรม คาดว่าการเชื่อมโยงเครือข่ายวิสาหกิจและเครือข่ายวิชาการอย่างบูรณาการ จะนำไปสู่การสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรมแห่งชาติ” ที่เข้มแข็ง และสามารถยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศได้อย่างก้าวกระโดดและมี ประสิทธิภาพต่อไป.
นาตยา คชินทร nattaya@dailynews.co.th
แก้ไขเมื่อ 30 ธ.ค. 52 12:01:27
จากคุณ |
:
ปฐมธง
|
เขียนเมื่อ |
:
30 ธ.ค. 52 11:29:03
|
|
|
|