 |
ความคิดเห็นที่ 63 |
เรื่อง เรียน Cal I แล้ว ไม่ผ่าน ก็ควรดูตารางเรียนปี ก่อนๆ ครับ ว่า เขาเปิดเทอมไหนบ้าง ซึ่งปกติ เขาจะเปิดทุกเทอม ถ้าเทอม สองลงได้ เราก็ลงเทอม สอง ถ้าลงไม่ได้ เราก็ลง summer ลงตัวเดียว
ก่อนลง จะต้องเตรียมตัวให้ดี ถ้าเห็นว่าไม่ไหว ก็ drop ซะ หรือลองเข้าไปนั่งเรียน เทอมหนึ่งดูก่อน ว่าพอไปได้ไหม ถ้าพอไปได้ ก็เอามาลงเทอมสอง
ทีนี้ ไม่รู้ว่า ระเบียบ การเรียนแบบ Visit ยังมีอยู่หรือปล่าว ถ้ามีอยู่ นิสิต สามารถลงเรียนแบบ Visit ได้ โดยเราไม่ต้องเข้าสอบ เข้าไปนั่งฟ้งอย่างเดียวได้ ถ้าอยากสอบ ก็ไปขออาจารย์สอบ แต่ท่านจะไม่คิดเกรดให้ เพราะเราลงแบบ Visit
เรื่อง การลง Physic I กะ II พร้อมกัน ในเทอม สองนั้น ไม่รู้ว่า เอาความคิดนี้มาจากไหน แปลกจริงๆ
ผมบอกว่า ถ้าเป็นไปได้ ลองลง Physic ในเทอม สอง (ถ้าเขาเปิด) ทั้งนี้ เพราะ นิสิต ที่ลงเทอมสอง จะมีตัวทีมชาติน้อย หรือแทบไม่มี มีแต่พวก อบต ทำให้คู่แข่งเจ๋งๆ มีน้อย เรียนสบายหน่อย
ผมเชื่อว่า เราไม่สารถลง Physic I กะ Physic II พร้อมกัน ในเทอมเดียวกันได้ ให้กลับไปอ่าน ดูในระเบียบการลงทะเบียนเรียน และให้อ่าน ข้อจำกัด ของการลง Physic II ดูว่า เขาเขียนว่าอย่างไร เขาเขียนไว้ว่า Pre-requisite Physic I ไม่ใช่เหรอ
ดังนั้น คนที่เข้าใจว่า ผมแนะนำให้ลง Physic I กะ II พร้อมๆ กันในเทอมสองนั้น ให้กลับไปอ่านใหม่ ว่าผมได้พูดอย่างนั้น จริงหรือไม่
ส่วนเรื่อง การลง summer นั้นเป็นทางเลือก ทางเลือกหนึ่ง อาจเหมาะ กับบางคน และอาจไม่เหมาะกับ บางคน
จขกท ต้อง หาข้อมูล เอาเอง
.......................
คำแนะนำ ของผมในที่นี้คือ
1. ลง แค่ 12 หรือ 15 Unit 2. เลี่ยง วิชายาก เช่น Cal I, Physic I 3. เลือกวิชาง่ายลงก่อน เช่น เศรษฐศาสตร์ หรือ วิชา elective ที่เราเห็นว่า น่าจะฟัน A ได้ง่ายๆ (ให้หาเอง ถ้าผม ยก 'ตัวอย่าง' ให้ ก็จะมีคนมาแย้งอีกว่า ไม่จริงดอก ) โอ้ยยย คุณครับ นั่นมันตัวอย่าง นะครับ เข้าใจป่าว ก็ ไม่ขอยกตัวอย่างแล้วกัน จะได้จบ เอาเป็นว่า วิชา พับกระดาษเป็นรูปนก I ก็แล้วกัน ถ้าเราเห็นว่า วิชาพับกระดาษนี้ ลงไปแล้ว ได้ A แน่ๆ ก็ลงครับ แล้วตังใจ พับกระดาษให้มันสวยๆ ถูกใจคนสอน แล้วก็จะได้ A เอง
พอได้ A มาสองสาม ตัว แล้ววิชาอื่นได้ B กะ C มา อย่างนี้ เกรดจะสวย เทอม สองเราก็มาประเมิณ ตัวเราอีกทีว่า พอจะเรียนไปกะเขาได้ไหม เรียนสาขาไหน ยากง่ายเพียงใด เนื่องจากเราได้ประสบการณ์ การเรียนในระดับ มหาวิทยาลัยมาแล้ว และได้เห็นแล้วว่า จะต้องใช้ความพยายามเท่าใด จึงจะได้เกรดตามที่ต้องการ มันก็ง่ายขึ้นมาก
...................................................
ทีนี้ ถามว่า เคมี I เป็นไง เนื้อหาเป็นไง ตอบ ........... 1/4 เหมือน ม.ปลาย แต่ลงลึกไปอีก และต้องคำนวณ มากขึ้น lab นี่ต้องอ่านมาก่อน 3 - 4 เที่ยว จนกรทั่ง หลับตาแล้วมองเห็น หลอดทดลองทุกหลอด พอเข้าไปทำ ก็จะได้จำได้ บางสาขา เขาสอบให้ set เครื่องมือด้วย ถ้าไม่คล่อง จะสอบไม่ผ่าน หรือผ่านก็ผ่านน้อย วันไหน ทำจริง ให้เอามือถือไปถ่าย การ set เครื่องมือ ที่อาจารย์ และที่เราทำไว้ด้วย รุ่นผม ไม่มีมือถือ กล้อง ก็หายาก ดังนัน วันนี้ มีมือถือ ก้อเอาไปถ่ายไว้ซะ แล้วเอามาทบทวน เอามาดู บ่อยๆ ใกล้ๆ วันสอบ ก็เอามานั่งวาด การ set อุปกรณ์ หลอดทดลอง พอวันสอบ อย่างไร เราก็ทำได้ ถ้าไม่ทำมาก่อน ไม่มีทางทำได้
ไม่รู้ว่า เขายังมีการสอบ แบบนี้หรือปล่าว รุ่นผมเรียกว่า สอบ lab กริ๊งงงง โหยยย คุณครับ ผมทำได้แค่ ครึ่งเดียว จากแปดอย่างที่เขาให้ทำ โชคดีที่สอบผ่าน
เนื้อหาที่สอนใน ป.ตรี จะมากกว่า ม.ปลาย (หากเทียบในเวลาที่เท่ากัน) มากกว่าประมาณ 3 เท่า ดังนั้น นิสิต ต้องขยันกว่า ม. ปลาย 3 เท่า เกรดจึงจะออกมาดี ยกเว้น นิสิตที่สมองดี พื้นฐานดี พวกนี้ เรียนๆ เล่นๆ อย่างไรก็จบ
พวกที่กลางๆ จะต้อง ขยันเข้าไว้คับ จึงจะได้คะแนนออกมาดี
ผมได้บอกแล้ว ว่าจบช้าไม่เป็นไร ขอให้จบ ถ้าจบช้า และได้ เกรด 3.0 ขึ้นไป มันหางานในบางหน่วยงานได้ง่าย
จากคุณ |
:
น้าพร
|
เขียนเมื่อ |
:
วันปีใหม่ 53 13:00:23
|
|
|
|
 |