 |
ความคิดเห็นที่ 28 |
เพราะเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำนาน จิตนาการ หรือเรื่องที่เข้าใจว่าตนเองสัมผัสมัน จริงๆมีส่วนมาจากจิตใต้สำนึก จิตใต้สำนึกมาจาก บทเรียน และประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดี ค่านิยม สังคม วัฒนธรรมที่ต่างกันออกไป ทำไมมีแต่ผีผู้หญิง...เรามองย้อนกลับไปสังคมสมัยเก่าเลยนะว่า...การสมมุติเรื่องผี เรื่องวิญญาณและความเชื่อนรกสวรรค์ขึ้นมาก็เพื่อ ตั้งกรอบในการอยู่ร่วมกัน สมัยก่อนผู้หญิงอยู่ใต้อำนาจและการดูแลของเพศชาย ทำให้บทบาทและอำนาจของผู้หญิงมีน้อยมาก การกดดันหรือพยายามสร้างนิสัย รู้ผิดชอบชั่วดีของสามีตัวเอง ไม่สามารถทำออกมาได้ตรงๆ ในสังคมก็เลยค่อยๆสร้างความเชื่อร่วมกัน สร้างความเชื่อที่ช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่าย ทำอะไรก็ได้ตามกรอบ เกรงกลัวกัน กลัวที่จะทำบาปหรือทำผิดต่อกัน ไม่ว่าตอนอยู่หรือตอนตายจากกันไป กว่าจะมาเป็นความเชื่อในวันนี้ เรื่องเล่าต่างๆก็ผ่านการแต่งเติม การกุเรื่อง การเล่าต่อ การดัดแปลงมาไม่รู้เท่าไหร่ แล้วล่ะ การมีภาพของผีผู้หญิงขึ้นมาก็เป็นส่วนหนึ่ง คล้ายๆบุญ บาป กรรม ที่คอยกำหนดให้คนกลัว กลัวที่จะทำผิด กลัวที่จะต้องเจอ กลัวความอาฆาตแค้น และก็เลยกลายเป็นเชื่อกันว่าผู้หญิงเนี่ยตายแล้วจะมีความอาฆาตสูง จริงๆคือเป็นวิธีการสร้างเกราะป้องกันตัวเองให้แก่ผู้หญิงเท่านั้นเอง เช่น คำพูดที่ว่า ต่อให้ตายไปแล้ว ฉันก็จะรักและไม่ไปไหนจากคุณ, คุณทำอะไรกับฉันไว้ คอยดูนะตายเป็นผีจะมาหลอกคุณ ซึ่ง ไม่คิดหรือว่า เพราะอะไรผู้หญิงถึงไม่บอกว่า จะเอาคืนตอนนี้ ตอนที่มีชีวิตอยู่ เพราะว่า ในสมัยนั้นผู้หญิงเชื่อว่าตัวเองเป็นรองในเรื่องกำลัง อำนาจ ก็เลยได้แค่ขู่ คนที่โดนขู่ก็กลัว เพราะฉะนั้นภาพของผีผู้หญิงถึงมีมากและชัดเจนกว่าผู้ชาย ลองแฟนเราปัจจุบัน มันดันบอกสิว่า ตายแล้วจะมานอนกอดทุกคืน หรือตามมาบีบคอ จะเอาไปอยู่ด้วย .. เราว่าถึงไม่เชื่อก็ระแวงและเก็บคำพูดนั้นมาคิดบ้างหล่ะ แต่ผู้ชายดันไม่คิดเล็กคิดน้อย ไม่สนใจชีวิตหลังความตายมากเท่าไร มันทำเลยตอนที่ยังอยู่ เช่น แสดงความไม่พอใจ ด่าทอ ต่อว่ากันตรงๆ ซึ่งปัจจุบันเราก็เชื่อว่า ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเท่ากันในเรื่องความคิด ความรู้ ความเข้าใจถึงเรื่องต่างๆ ความเชื่อเรื่องผีวิญญาณก็ไม่ค่อยมีบทบาทต่อชีวิตคนมากเหมือนอดีต ทำไมผีไม่อยู่ที่กรุงเทพ หรือ ทำไมในเมืองใหญ่ไม่มีผี .. ไม่ใช่เพราะผีกลัวแสงนีออน ผีชอบความเงียบ ผีชอบธรรมชาติ ไม่ใช่เลย แต่เพราะผีอยู่ในใจ อยู่ในความคิดของคนเราตะหาก เมื่อใดที่เราคิดว่าไม่มี หรืออยู่ในบรรยากาศที่สบาย น่าอยู่ และใจเราบอกว่าปลอดภัย ใจเราบอกว่าที่นี่ผีไม่ตามมา เมื่อนั้น เราก็จะฝันดี และไม่กลัวผี ไม่เห็นผี เพราถ้าผีเป็นวิญญาณจริง ไม่ว่าเราจะย้ายไปอยู่มุมไหนของโลก มันก็ตามเราไปได้เสมอ ไม่ว่าวันนั้นจะอารมณ์ดีหรือไม่ดี กลัวไม่กลัวมันก็มาให้เห็นได้ตามที่มันอยากจะมา แต่เราว่ามันอยู่ที่ใจและความเชื่อจริงๆ อย่างเช่น เราเป็นคนชอบเดินทาง และชอบนอนโรงแรม รีสอร์ท เพราะสะดวกสบาย สะอาดด้วย และฝันดีเสมอไม่ว่าไปนอนที่ไหน นั่นส่วนหนึ่งเพราะเราไม่คิดเรื่องผี ไม่กังวล ไม่เชื่อจนเกินไป นอกจากจะดูหนังผีมาใหม่ๆ(ไม่อยากจะอาบน้ำเลยด้วยซ้ำ) แต่เพื่อนบางคนกังวลมาก ไม่เคยย้ายที่นอน ไม่ชินกับการนอนที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตัวเอง พอเดินทางหน่อยก็จะกังวล ไปนอนโรงแรมก็ฝันเห็นผีตลอด ผีมันคงไม่เลือกปฏิบัติหรอกเราว่า จะบอกว่าเซ้นท์คนเราต่างกัน เราว่าก็ไม่ใช่ มันอยู่ที่ความคิดความเชื่อ และความเข้าใจในธรรมชาติมากกว่า เราเองก็ค่อนข้างเซ้นท์ไว ไม่ว่าจะเป็นเซ้นท์เรื่องสิ่งที่จะเกิดในอนาคต เซ้นท์เรื่องการดูคน อ่านใจคน แต่เราไม่ค่อยเชื่อในสิ่งลี้ลับเท่าไรแค่นั้นเอง ทำไมผีถึงไม่บอกว่าไอ้นู่น นังนี่มันไม่เชื่อ ต้องจัดการซะหน่อย เพราะถ้าเชื่ออาจจะใช้ประโยชน์จากมันได้เยอะ เพราะจิตมันเข้มแข็งแน่วแน่กว่าพวกที่กลัว ไม่ใช่มัวไปจัดการแต่กับคนที่เชื่อ จนชีวิตจะเป็นบ้าตายแล้ว ทำไมผีไทยนุ่งขาว เพราะสีขาวในความรู้สึกของคนไทยคือ สีสำหรับงานศพ หรือผ้าห่อศพ ถ้าเป็นผีนุ่งดำ ห่มดำ ออกมาปรากฏตัวเวลากลางคืนก็กลายเป็นว่า มองไม่เห็นผี กลมกลืนกับธรรมชาติเกินไป อีกอย่างแว๊บที่คนบอกว่าเห็นผี คือ เห็นเพียงแว๊บๆ ผ่านตา หรือ ไกลมากๆ มันต้องเป็นสีที่เด่นเวลากลางคืนและตัดกับสีดำชัดเจน แล้วมีรูปร่างคล้ายคน หรือคล้ายกับสิ่งที่เรากลัวในจินตนาการ (อารมณ์เดียวกับ เห็นก้อนเมฆแล้วร้องว้าววว รูปหัวใจ , ว้าวโดเรม่อน ถ้าเป็นยุคเก่าคงบอกว่า อุ๊ย นั่นเจ้าทุย, นั่นต้นไม้ เพราะนี่คือจินตนาการ เราจะจิตนาการใกล้เคียงกับสิ่งที่เราเคยพบเห็นเสมอ) ทำไมผีผู้หญิงต้องผมยาว เพราะสมัยก่อน ผู้หญิง 100% ผมยาวนะสิ ไม่มีผู้หญิงที่ไว้ผมสั้น ผมซอยเหมือนทุกวันนี้ ความเชื่อเดิมๆ มันก็ถูกถ่ายทอดมายังรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ที่เชื่อเรื่องผี ก็เพราะการปลูกฝัง และรับรู้มาจากคนอื่น จินตนาการที่ผ่านเรื่องเล่าของคนอื่น และพอรู้สึกว่ามันน่ากลัว ก็กลายเป็นความเชื่อและความกลัวติดตัว ในจินตนาการก็เลยเห็นแต่ผีที่มีรูปลักษณ์อย่างนั้น อีกอย่างผีผมยาวมันอาจจะน่ากลัว กว่าผีผมสั้น เพราะมีองค์ประกอบของความเป็นผู้หญิงครบถ้วน ผมยิ่งยาวเท่าไรก็แสดงว่าผู้หญิงคนนั้น มีการดูแล ใส่ใจ มันมานาน ยิ่งยาวก็หมายถึงว่าผ่านโลก ผ่านเรื่องราวมามาก เพราะฉะนั้น คนดู-คนฟัง ก็จะรู้สึกว่าเฮี้ยนมาก เราเคยสงสัยว่าทำไม เราไม่เคยฝันร้าย หรือเป็นปีถึงฝันร้ายครั้งหนึ่ง ส่วนใหญ่จะฝันแนวโลดโผนผจญภัย ท่องเที่ยว เดินทาง เพราะในชีวิตเราตั้งแต่เด็กจนโต ก็มีแต่เรื่องเที่ยว เรื่องเล่นซุกซน และการใช่จินตนาการ ส่วนแฟนเราที่อยู่ด้วยกันทุกวัน กลับฝันร้ายบ่อยมาก โดยเฉพาะ ฝันถึงฆาตกร ผี สงคราม เพราะนิสัยของแฟนเราคือ เติบโตมาจากครอบครัวในเมืองใหญ่ ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดธรรมชาติ เค้าจะค่อนข้างหัวไว แต่สมาธิสั้น และที่กำหนดความฝันเค้าได้มากที่สุดคือ หนังที่เค้าชอบดู เค้าชอบดูหนังมาก โดยเฉพาะหนังบู๊ หนังฆาตกรรม หนังสงคราม นั่นแหล่ะที่ทำให้เค้าฝันร้ายบ่อยมาก นี่แหล่ะเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเลือกคิดดี เลือกสื่อที่มันสร้างสรรค์ ทำไมพ่อแม่ต้องใส่ใจว่า ลูกควรอ่านหนังสืออะไร ควรทำกิจกรรมอะไรสมัยเป็นเด็ก เพราะทุกอย่างมันจะฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึกและอยู่กับเราไปจนตาย
จากคุณ |
:
jumu (rainbowsmile)
|
เขียนเมื่อ |
:
29 ม.ค. 53 14:09:04
|
|
|
|
 |