 |
ความคิดเห็นที่ 17 |
ก็เพราะมันไม่ค่อยคุ้ม ไม่ใช่เฉพาะในแง่เงิน แต่มันทำนองว่าไม่คุ้มค่าที่จะทำ (งงมั้ย)
เช่นว่า รถเครื่องยนต์ธรรมดา ติดเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้า การที่จะได้กระแสไฟฟ้ามากพอที่จะเอามาขับเคลื่อนรถได้ ก็ต้องติดเครื่องรับกระแสไฟฟ้าที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งก็หมายถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น, สิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และเพิ่มแรงเสียดทานในการหมุนของล้อ ซึ่งก็หมายถึงสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอีก ยังไม่นับเรื่องอื่นๆ เช่น รถคันนั้นก็ต้องการที่ว่างในตัวถังมากขึ้นเพื่อติดตั้งเครื่องปั่นไฟ+แบตฯ, ดีไซน์รถต้องเปลี่ยนไป ฯลฯ
เมื่อเอามาหักลบกับปริมาณไฟฟ้าที่ได้มาแล้ว มันก็คงยังมีกำไร แต่เทียบกันแล้วมันน้อย
ครั้นถ้าจะบอกว่าก็ติดเครื่องปั่นไฟเล็กๆ ก็พอ มันแทบไม่มีประโยชน์อยู่ดี เช่นว่า อาจต้องให้รถวิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ระยะทาง 100 กม. ถึงจะได้กระแสไฟฟ้ามากพอจะขับเคลื่อนรถได้ 20 นาที ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม.
คือ มันไม่ efficiency น่ะครับ
ถ้าว่าไปแล้ว รถไฟฟ้า 100% จึงน่าจะยังไปได้สวยกว่ารถลูกครึ่งหรือ hybrid เสียอีก แต่รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าก็มีข้อเสียสำคัญ คือ แม้ทุกวันนี้ก็ยังต้องเสียเวลาชาร์จแบตฯนานมาก เมื่อเทียบกับเติมน้ำมันที่ใช้แค่ไม่กี่นาทีก็เต็มถัง รถไฟฟ้าใช้เวลาชาร์จเป็นชม.ๆ
แถมต่อให้ชาร์จเต็ม ก็ยังวิ่งได้ที่ระยะทาง&ความเร็วที่จำกัดจำเขี่ยอีกต่างหาก
แต่มันก็ถือว่าดีถ้ามองเป็นรถในคอนเซปต์ city car เพราะรถในเมืองก็ไม่ได้ใช้ความเร็วมากมาย และวิ่งในระยะทางใกล้ๆ แถมเวลาจอดรถก็ไม่เปลืองน้ำมันไปฟรีๆ
จากคุณ |
:
art_sarawut
|
เขียนเมื่อ |
:
15 ม.ค. 53 19:32:44
|
|
|
|
 |