 |
ความคิดเห็นที่ 19 |
ขอบคุณมากๆค่ะ ได้ความรู้ดีทีเดียว
เมื่อสามปีก่อนที่ห้องชานเรือน ที่เป็นห้องแม่ๆลูกๆ เริ่มเปิด เราเองก็ได้รับคำถามเกี่ยวกับสเต็มเซลล์นี้มากทีเดียว ว่าจะเก็บให้ลูกดีไหม? เราก็ตอบไปว่ามันก็เหมือนทำประกันชีวิตราคาแพงนั่นแหละ ถ้าคิดว่ามีเงินพอไม่เดือดร้อน อยากจะเก็บก็เก็บไปเถอะ และมันไม่ได้รักษาได้ทุกโรค เคยเขียนสรุปไว้ดังนี้ คิดว่าสามปีผ่านมาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเท่าไหร่
1. การรักษาด้วยstem cell ที่เป็นที่ยอมรับว่าได้ผลจริงคือ ใช้ในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับเลือด เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น เพราะได้ทำการทดลองวิจัยมาหลายสิบปี จนเป็นที่ยอมรับและได้รับการรับรองมาตรฐาน ส่วนโรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหลอดเลือด อัลไซเมอร์ ยังไม่เป็นที่ยอมรับและอยู่ระหว่างการวิจัย ต้องใช้เวลาอีกนาน
2. ปัจจุบันทั่วโลกยังไม่มีงานวิจัยใดยืนยันได้ว่า stem cell สามารถรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แม้ในสัตว์ทดลองผลก็ยังไม่ชัดเจน มีบางสถาบันกำลังทดลองในคนเหมือนกัน แต่ผลที่ได้ก็ยังไม่ยืนยันว่าคนไข้ดีขึ้นจริงจาก stem cell หรืออุปทานกันแน่ ดังนั้นการโฆษณาดังกล่าวจึงเข้าข่ายโฆษณาชวนเชื่อหรือหลอกลวงได้
3.การนำ stem cell จากรกแกะมาใช้รักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ ความสวยความงาม ถือว่าผิดกฎระเบียบของแพทยสภาเพราะว่าเซลล์ดังกล่าวไม่ใช่ของมนุษย์ ทุกวันนี้มีหลายคลินิคมีการขายแพคแกคความงามนี้กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เป็นแสนจนถึงครึ่งล้าน ,มีบางคนฉีดแล้วมีอาการแพ้รุนแรงต้องรีบส่ง รพ.ก็มี
เคยอ่านเจอในนิตยสารโฆษณาเกี่ยวกับ stem cell หลายๆหน้า ตั้งแต่ชวนเก็บstem cell , การรักษาผิวพรรณด้วยการฉีด stem cell จนกระทั่งหนักสุด มีโรงพยาบาลชื่อดัง โฆษณาว่าเป็นศูนย์โรคหัวใจสามารถฉีด stemm cell เข้าไปในตัวผู้ป่วย แล้ว stemm cell นี้จะกลายเป็น เส้นเลือดใหม่เข้าไปทำหน้าที่แทนเส้นเลือดหัวใจเดิมซึ่งตีบตัน ... เป็นการโฆษณาชวนเชื่อมากเลย อ่านแล้วก็กลุ้มใจ ...-*-
จากคุณ |
:
หมูเหมียว
|
เขียนเมื่อ |
:
15 ม.ค. 53 18:10:24
|
|
|
|
 |