 |
ความคิดเห็นที่ 39 |
อ้าวๆ อย่าพึ่งสมาคมศิษย์เก่ากันเด้อขรับพี่น้อง
(ต่อจากคห.11) กลับมาใหม่เรื่องห้องเรียน คือผมคิดเพ้อเจ้ออยู่ว่า จริงอยู่ที่เราอาจจะมีทุนสร้างโรงเรียนใหม่หรือสร้างห้องเรียนใหม่ไม่ไหว แต่ผมเอาโจทย์ของจขกท.ว่า ครู:นักเรียน = 1:25 หรือ 1:30 แล้วก็ไปอ่านคห.1 ใหม่อีกรอบ ใช่ครับ เพิ่มครูประจำชั้นได้ไหม ห้องละ 2 คน ?
ปัญหาตอนนี้ผมมองที่จำนวนคุณครูครับ ถ้าอยากให้คนมาเป็นครู ก็ขึ้นค่าจ้างเสีย ตามกฎเหล็กของทุนนิยมเปี๊ยบ แรงงานจะไหลจากค่าจ้างถูกไปหาค่าจ้างสูง จริงไหม
ใครมีผลงานวิชาการ ก็ให้ไป ใครยอมทิ้งโลกศิวิไลซ์ไปอยู่ชายแดน ก็เพิ่มค่าเสียสละให้เขา ส่วนเด็กเล็ก ต้องบ่มเพาะ ต้องดัดดีๆ ซึ่งเอาจริงๆแล้ว มันทุกระดับเลย อนุบาล, ขึ้นประถม 1, ขึ้นมัธยมต้น, แยกสายไปม.4กับปวช.
แม้แต่ระดับอุดมศึกษาก็ตาม ผมอ่านข้อเขียนของรศ.ดร.ปริทรรศน์ วศ.จุฬาฯ ใจความว่า ยิ่งนิสิตปี 1 ยิ่งต้องมีอาจารย์ที่เก่งกาจ ประสบการณ์สูงมาสอน เพราะจังหวะการปรับตัวจากมัธยมมาเรียนวิศวะ ต้องมีคนนำทางดีๆ
ส่วนเรื่องจิตวิญญาณความเป็นครู อันนี้ผมด้อยปัญญา ไม่สามารถถกประเด็นนี้ครับ
ส่วนที่ผมแวะไปกัดสส.สว. จริงๆแล้วผมจะด่าระบบราชการไทยมันทั้งหมดแหละครับ งบประมาณ เงินตำแหน่ง เงินบริหาร มันอยู่บนๆซะหมด แล้วพวกเหวนั่น มีประโยชน์ซักแค่ไหนในองค์กร ปลัด อธิบดี ผู้อำนวยการ ยังพอว่า นี่มีทั้งรองทั้งผู้ช่วยทั้งเลขา นุงนังกันไปหมด เงินเดือน เงินตำแหน่ง นู่นนี่นั่น ฯลฯ แต่ขอโทษ งานราชการเคยเดินอย่างรวดเร็วมั้ย โนเวย์ เพราะคนที่ลงมือทำจริงๆ คือระดับล่างๆครับ ลงมือทำไม่พอ ต้องมาทำพรีเซนต์ให้พวกเหวข้างบนเอาไปพรีเซนต์นายต่ออีก คนพูดได้หน้า คนทำไม่ได้อะไร เวรมั้ยล่ะนั่น
เอาง่ายๆครับ ขอคนกรุงเทพนี่แหละ ท่านรู้จักชื่อของผบ.ตร. ผบช.น. กันใช่มั้ยครับ แล้วท่านรู้ชื่อผู้กำกับของสถานีตำรวจบ้านท่านไหม แล้วชื่อผู้อำนวยการเขตบ้านท่านล่ะครับ
เบรกเรื่องการเมืองไว้เท่านี้ดีกว่าแหะ ไปละคร้าบ
จากคุณ |
:
Gunn_Sap
|
เขียนเมื่อ |
:
19 ม.ค. 53 21:16:53
|
|
|
|
 |