 |
ความคิดเห็นที่ 19 |
คห.18
ผมขอเรียนอย่างนี้ครับ
ISO เป็นระบบมาตรฐานที่คิดค้นและกำหนดโดยกลุ่ม EU ซึ่งมาตรฐานที่เขากำหนดแต่ละหมวดตัวเลข ก็ใช้สำหรับงานแต่ละชนิด เช่น ISO 9001 ก็จะเป็นมาตรฐานงานบริการ ส่วน ISO 15189 จะเป็นมาตรฐานสำหรับงานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ซึ่งมาตรฐานนี้จะควบคุมทุกขั้นตอนตั้งแต่ ด้านอาคารสถานที่, การสรรหาและฝึกอบรมบุคลากร, ขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์, การเลือกใช้น้ำยา, การควบคุมคุณภาพผลการตรวจวิเคราะห์ ฯลฯ
หน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ISO หมายถึงว่าทาง EU ยอมรับว่าได้มาตรฐานตามที่เขากำหนด เพราะการรับรองไม่ใช่ใครก็รับรองได้ หน่วยงานที่จะมาตรวจหรือมารับรองเราก็ต้องได้รับการรับรองจากทางหน่วยงานระดับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค และระดับภูมิภาคก็ต้องไรบการรับรองจากระดับนานาชาติหรือระดับโลกมาเช่นเดียวกัน
จะเห็นว่าการรับรองได้ทำมาเป็นทอดๆ ทีนี้หากเราได้รับการรับรอง ISO แล้วทาง EU จะมาบอกว่าไม่เชื่อถือ แสดงว่าหน่วยงานระดับชาติที่มารับรองเราไม่น่าเชื่อถือ แล้วหน่วยงานระดับเอเซียแปซิฟิกที่รับรองระดับชาติก็ไม่น่าเชื่อถือ สุดท้ายหน่วยงานระดับโลก หรือนานาชาติก็คงไม่น่าเชื่อถือกันไปเป็นทอดๆ เห็นไหมครับ ดังนั้น EU ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธผลการตรวจจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ISO 15189
ส่วนที่ว่ามีเขียนแค่ว่าได้รับการรับรอง อันนี้ความผิดผมที่ให้ Link ตกไปอันหนึ่ง ให้ดูตามนี้ครับ http://webdb.dmsc.moph.go.th/ifc_qa/dbqa/default.asp?iID=MGIKG
ไล่ลงมาด้านล่างๆ กลุ่มไวรัสวิทยาทางการแพทย์ (ISO 15189) รายการที่ 5 -การตรวจหาระดับนิวทรัลไลซิงค์แอนติบอดีต่อโรคพิษสุนัขบ้า โดยวิธี RFFIT
ISO 15189 จะแปลกกว่าอย่างอื่นคือให้การรับรองเป็นรายการว่ารับรองการตรวจอะไรบ้าง การตรวจที่ไม่ได้รับการรับรองก็อาจไม่ได้รับการยอมรับจาก EU แต่รายการนี้ได้รับการรับรองแล้ว ในผลการตรวจก็จะมีโลโก้ของหน่วยงานที่รับรองและของ ILAC ปรากฎอยู่พร้อมหมายเลข Accreditation No
แต่อย่างไรก็ตาม ถามสถานฑูตไว้ก่อน เอาชัวร์ก็ดีเหมือนกันครับ รอบคอบไว้ไม่เสียหาย
จากคุณ |
:
AJ_da_NR
|
เขียนเมื่อ |
:
31 ม.ค. 53 21:52:51
|
|
|
|
 |