 |
ความคิดเห็นที่ 23 |
ถามต่อว่า : ดูข่าวแล้วหวาดเสียวจริงๆ เกิดอะไรขึ้นมาจะคุ้มกันมั้ยเนี่ย ทำไมไม่ไปหาอาคารหรือโกดังโล่งๆในพื้นที่ไกลๆทดสอบ
ตอบต่อ : ก่อนอื่นเราต้องมาเข้าใจคำว่าระเบิด ซีโฟร์ (C-4) กันก่อน ส่วนประกอบหลักของซีโฟร์คือ อาร์ดีเอกซ์ (RDX) ที่เราจะได้ยินบ่อยๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดในบ้านเมืองเรา จะต้องมี RDX เป็นส่วนร่วมเสมอ ประมาณ 91% ของน้ำหนัก มีอัตราการเร็วในการระเบิดประมาณ 26,400 ฟุตต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าไดนาไมต์ 7,400 ฟุตต่อวินาที
ซีโฟร์ (C-4) จะใช้ในภารกิจด้านทางการทหาร ระเบิดพลาสติกเรียกชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า Plastic Bond Explosives (PBX) เป็นส่วนผสมระหว่างดินระเบิด กับตัวเชื่อมประสานที่ทำด้วยพลาสติก
[b]ตัวเชื่อมประสานของ ซีโฟร์ (C-4) มีหน้าที่สำคัญดังนี้
เคลือบดินระเบิด เพื่อไม่ให้ดินระเบิดเกิดการระเบิดขึ้นมาเองเมื่อได้รับการสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย เช่นระหว่างการขนย้ายเป็นต้น
ทำให้ดินระเบิดอ่อนตัวเหมือนดินเหนียว เพื่อง่ายแก่การปั้นและขึ้นรูป หรือ กำหนดทิศทางของการระเบิดได้ ซึ่งเราจะเห็นในหนังบ่อยๆ
การจุดระเบิด ซีโฟร์ (C-4) จะใช้ Detonators หรือจะเรียกอีกอย่างว่า CAPแค๊ปจุดระเบิด ตามภาษา EOD มีลักษณะเป็น กระบอกกลมๆขนาดเล็ก(รูปร่างหลายแบบ) มีสายไฟเชื่อมต่อออกมา 2 เส้น เพื่อมาต่อกับวงจรจุดระเบิด เมื่อมีกระแสไฟจากวงจร จะเกิดการระเบิดที่ตัว Detonators ต่อจากนั้นก็จะทำให้ C-4 ทำการจุดระเบิดแรงสูงขึ้นมา เกิดปฏิกิริยาการระเบิดอย่างรุนแรง
จากรูปเป็นตัวจุดระเบิด Detonators สอดไว้ใน ซีโฟร์ (C-4) เพื่อเตรียมการจุดระเบิด ส่วนใหญ่เราจะชินตาว่า ซีโฟร์ (C-4) จะถูกห่อหุ้มด้วยฉลากสีเขียว สกรีนอักษรสีเหลือง แต่ถ้าแกะออกหมดทุกอย่างแล้วก็จะเป็นดังรูปเห็นดินระเบิดอย่างชัดเจน
***การทดสอบครั้งนี้ กับสารตัวอย่าง ระเบิดซีโฟร์ (C-4 ) (Composition 4) น้ำหนัก 567 กรัม ปลอดภัยครับ ตราบใดที่ไม่มีใครนำ CAP ไปยัดไว้เนื้อดินระเบิด C-4 หรือทำให้เกิดแรงระเบิดใกล้กับตัวมัน เพราะคงไม่มีใครคิดกระทำเช่นนั้น
จากคุณ |
:
กกร่ม
|
เขียนเมื่อ |
:
14 ก.พ. 53 13:43:04
|
|
|
|
 |