ข้าวห่อหมกปลาช่อนคืออะไรคะ
รู้จักแต่ห่อหมกปลาช่อนกินกับข้าวสวยค่ะ
ถ้าเป็นข้าวห่อหมกปลาช่อน จะหุงข้าวแล้วห่อใบตองนึ่งพร้อมกันได้เหรอ???
ข้าวกับห่อหมกมันจะสุกๆดิบๆไม่พร้อมกันไหม??
มันไม่ใช่อาหารจานเดียวอ่ะค่ะ
คือถามเฉย ๆ เพราะเคยทำห่อหมก แต่ไม่เคยทำข้าวห่อหมกปลาช่อน แล้วต้องเอามาใส่ภาชนะเดียวกันนะ
หรือจะแยกข้าวสวยกระทงนึง ห่อหมกกระทงนึง
เอ่อ จัดหลาย ๆ กระทงแบบนี้เหมือนของไหว้ผีเลย -*-
แล้วไอ้กระทงข้าวสวยกับกระทงห่อหมกมันจะใช้ต่างกันได้ไหม
(หรือโบราณเขาทำกัน เกิดไม่ทันอ่ะ
นี่ไม่ใช่ข้อสอบประวัติศาสตร์ศิลปะการดำรงชีวิตแบบไทยโบราณซะหน่อย
ก็บอกว่าดำรงชีวิตประจำวัน)
อ้อ อีกข้อ อาหารคู่ฮันนีมูน โจทย์กำหนดมาด้วยว่าเป็น "อาหารเช้า"
ถ้าคิดตาม norm ของการดำรงชีวิตประจำวัน โรงแรมทั่วไปจะมีอาหารเช้าสองแบบนะ
American Breakfast/ หรือแบบไทย ซึ่งก็คือข้าวต้มค่ะ
เป็นอาหารเช้าตามโรงแรมแบบ "ไทย ๆ" เหมือนกันค่ะ
และเป็น norm ที่คนทั่วไปพบเห็นทุกโรงแรมที่ต้อนรับคู่รักต่างชาติ
ไม่คิดว่าผัดไท จะเอามาทานเป็นอาหารเช้าเหมือนกัน
คิดตรรกะนี้ ตอบข้อนี้แบบนี้ได้ไหมคะ ผิดไหม?
เพราะดูตามตัวเลือกก็อาหารไทยหมดล่ะ แกงกะทิ จะคิดว่าเป็นแกงเขียวหวานก็ได้
หรือเราคิดมากไป??
ปล. ไม่ได้ว่าคำตอบของใครผิดถูกนะคะ เพราะ norm แต่ละคนไม่เหมือนกัน
ปล2. สีของผ้าปูโต๊ะนี่เกี่ยวข้องกับหมวดศิลปะไหม ปกติมันต้องจัดสีให้ดูน่ารับประทาน ไม่ใช่เห็นแล้วชวนคลื่นเหียน
จะให้ตอบสีอะไรตามใจโจทย์ก็ได้ เกิดวันอาทิตย์สีแดง เกิดวันจันทร์สีเหลือง
แต่คิดตามตรรกะคนทั่วไปแล้ว มันคงปวดหัวพิลึก
ปัญหาข้อสอบชุดนี้เป็นแบบนี้หลายข้อ จะเอาตรรกะไหน ตรรกะแบบคิดง่ายๆ โจทย์ให้อะไรก็ตอบตามนั้น
(เหมือน เพราะนิดสวย นิดจึงมีเพื่อนชายมาติดพันมาก)
โดยไม่ต้องดูว่ามันแปลก จนทำให้เด็กลังเลว่า เอ่อ...ตรรกะแบบนี้จะดีเหรอ
(ดีนะแม่ไม่ได้เกิดช่วงราหู ไม่งั้นต้องจัดของดำให้ใครจะไปกล้าตอบ)
เด็กมันจะมั่วก็ให้มันมั่วไปเถอะ ถ้ามันจะมั่วอย่างมีหลักการ
-*- ทำอย่างกับเด็กที่ตอบไม่ได้เลย มันจะมั่วได้ถูกทั้งร้อยข้ออย่างนั้น
เด็กไม่เก่ง มันจะมั่วจนเป็นเด็กเก่งไม่ได้หรอก
ถ้ามั่วก็คือต้องคิดแล้ว ยอมเสี่ยงแล้วที่จะเสียคะแนนข้อนี้
เด็กรับความเสี่ยงเอาเอง ยังจะไปห้ามเขาอีก
ทำอย่างกับข้อสอบที่ให้มาไม่ต้องอาศัยการมั่ว
การตอบข้อสอบโดยไม่แน่ใจว่าจะถูก เขาเรียกว่า "มั่ว"
แต่ "มั่วอย่างมีหลักการ" เท่านั้นเอง ไม่ต่างจากของเก่าเลย
แต่ไม่ใช่หลักการในหนังสือนะ เป็นหลักการว่า "คนตอบอยากให้ตอบอะไร"
มันเหมือนไม่ใช่สุขศึกษาแล้วมั้งคะ ไม่ใช่วิชาที่ให้รู้จักคิดถึงค่านิยมและการวิเคราะห์เพื่อดำรงชีวิตประจำวันได้
แต่นี่มันควรอยู่ในวิชาภาษาไทย อ่านโจทย์ให้ได้ และตอบตามโจทย์ ตอบตามความเป็นเหตุเป็นผลตามโจทย์
(หรือก็คือตามเหตุตามผลของคนคิดนั่นแหละ)
ปล.สุดท้าย ชอบนะ โจทย์ให้คิด หรือให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหา แต่พอดีช้อยส์มันไม่ประเทืองเท่าไหร่เท่านั้นเอง -*-
เดี๋ยวปีหน้าต้องมีไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันแน่เลย -*-
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 53 02:19:01
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 53 02:13:22
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 53 01:59:53
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 53 01:53:34
แก้ไขเมื่อ 26 ก.พ. 53 01:52:03