 |
ความคิดเห็นที่ 12 |
|
สำหรับคนที่สนใจเรื่องมหาวิทยาลัย มีที่เกี่ยวข้องกับยิวคือ การสมัครเข้ามหาวิทยาลัยในอเมริกาสมัยก่อน เขาใช้ระบบข้อสอบวัด scholastic aptitude อย่างเดียว (แบบ SAT) แต่ปรากฎว่ามีแต่เด็กนักเรียนยิวที่สามารถเข้าไปได้เยอะ ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ มหาวิทยาลัย Harvard, Yale, Princeton ในช่วง ทศวรรษ 1920 จึงต้องเอาระบบ admission แบบที่ต้องมี essay, letter of recommendation, extracurricular activities เข้ามา เป้าหมายหลักเพื่อเป็นการ identify ผู้สมัครและจำกัดจำนวนคนยิว ให้มีแค่จำนวนหนึ่ง เป็นที่มาของระบบการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยแบบในปัจจุบัน อ่านได้จาก The Chosen โดย Jerome Karabel
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2006/04/H4305875/H4305875.html
-------------------------------------------------------------------------
Dr. Cochran ได้เขียนไว้นี่น่าสนใจนะครับ เขาบอกว่าหลังยิวถูกโรมไล่ในศตวรรตที่หนึ่ง ชาวยิวก็แตกแยกกระจายกันไป ยิวเผ่าที่ไปอยู่ยุโรปก็ได้ชื่อว่าเผ่า Ashkenazi
ต่อมาในยุค Middle Age, ชาวยิวเผ่า Askenazi ก็ล้วนมาทำงานด้านการเงินกันหมด ที่เป็นแบบนี้เพราะ Christian ในยุคนั้นไม่ชอบการทำงานด้านการเงิน สุดท้ายก็ให้พวกยิวทำแทน
ถ้าดูอย่างปัจจุบัน คนที่จะก้าวหน้าในการทำงานด้านการเงินก็คือคนที่ฉลาดกว่าคนอื่น ไม่รู้ว่าในอดีตเหมือนกันรึเปล่าแต่ถ้า assume ว่าใช่ก็หมายความว่าในสมัยนั้น คนยิวเผ่า ashkenazi ที่ฉลาดกว่าก็ได้ตำแหน่งสูงและชาวยิวที่ไม่ฉลาดเท่าก็ได้ตำแหน่งต่ำลงไป
ประวัติ ศาสตร์ได้เขียนไว้ว่าชาวยิวที่อยู่ตำแหน่งสูงกว่ามักมีลูกมากกว่าชาวยิวที่ อยู่ตำแหน่งต่ำลงไป นี่ก้อหมายความว่าเกิด natural selection ขึ้น
คน ที่ฉลาดกว่าได้ตำแหน่งสูงกว่า คนที่ตำแหน่งสูงกว่า ได้เงินมากกว่า คนที่ได้เงินมากกว่ามีลูกมากกว่า คนที่มีลูกมากกว่าก็มีสิทธิ์ถ่ายทอด gene ของตัวเองมากกว่าผู้อื่น
บางคนอาจจะสงสัยว่าและคน Europe คนอื่นหล่ะ? หรือคนเผ่าอื่นหล่ะ? ไม่เป็นอย่างเดียวกันเหรอ ชาว Christian ในยุค Middle Age นี้ถูกแบ่งกันตามระบบศักดินามากกว่า คนที่ตำแหน่งสูงไม่ใช่คนฉลาดเสมอไป
เพราะฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่าชาวยิวเผ่า Ashkenazi ถูกระบบ natural selection แบบเลือกคนฉลาดมาสืบทอด ควบคุมมาตั้งแต่สมัย Middle Age
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2006/04/H4305875/H4305875.html#34
-------------------------------------------------------------------------
เหอ เหอ ในสมัยนี้ชาวนิวยอรฺ์กบ้านเมีองตกอยู่ในกำมีอของยิว เช่นเดียวกับบ้านเมีองชาวเยอรมันตกอยู่ในกำมีอของยิวในสมัยโน้น ทำให้คนเยอรมันออกมาแค้น แต่ยิ่งทำให้ยิวแข็งกว่าเดิม ใครจะไปทำอะไรยิวได้ ในเมีอ่คนยิวเขาเป็นพวกที่ฉลาด นิวยอร์กก็ตอ้งหวานอมขมกลีน
ที่นิวยอร์ก Landlord จะไปเป็นของพวกคนยิวประมาณ 60% ดังนั้น หลายคนเช่นเราก็ตอ้งยอมจำนน ในการจ่ายค่าเช่าบ้านที่ขึ้นสูง อยู่ตลอดเวลา แต่เราก็รู้ว่ายิวก็คงเป็นยิวที่ฉลาดและเอาเปรียบชาวบ้าน บอกตามตรงว่าเราไม่อยากให้ยิวไปมีอิธิพลแต่อย่างใดในเมีองไทย ไม่ว่าจะเป็นเช่นใด คนยิวเขาจะอยู่เชิดชูกับคนยิวพวกของเขาเท่านั้นเอง ประเทศไทยจะไม่มีวันได้อะไรจากยิว นอกจากจะเสีย
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2006/04/H4305875/H4305875.html#19
-------------------------------------------------------------------------
เห็นด้วยครับว่า กลุ่มคนยิวฉลาดมากๆและไม่เป้นตัวก่อปัญหาให้บ้านเมืองเมื่อเปรียบเทียบกับ กลุ่มชนชาติเชื้ออื่นๆ ผมว่าสิ่งที่เพิ่มให้พวกเขา ได้เรียนรู้ ได้ปฏิบัติแต่ในทางค่อนข้างดี น่าจะมาจากการยึดถือขนบธรรมเนียมดั้งเดิมอย่างเเน่นเหนียว การต่อสู้เพื่อความอยู่รอด กับระบบครอบครัว ระบบสังคมที่ปลูกฝังมาแต่วัยเยาว์ จะไม่ค่อยได้เห็นเด็กๆหรือเข้าสู่วัยรุ่นชาวยิว ทำตัวเกเร หากไม่เรียนก็ต้องทำงาน ไม่ทำตัวให้เสื่อมเสีย มีการเข้าอบรมพิธีทางศาสนาจาก RABBI จากการไปโบสถ์ของคนทั้งครอบครัว เพื่อรับแต่ด้านดีงาม หากได้เรียนก็เรียนกันเอาจริงเอาจัง พ่อแม่ก็ส่งเสริมให้ไปได้ดีที่สุด เพราะฐานะการเงินก็ส่วนมากจะอยู่ในขั้นคนมีเงิน มีฐานะ หากนับคนที่ ประสบความสำเร็จในนิวยอร์ก ไม่ว่าจะด้านไหน Finance , Estate, Medical, Lawfirm, College Professer,ฯลฯ จะพบว่ามาจากคนเชื้อชาติยิว มากที่สุด แบบที่คุณเลิศพิศิฐว่านะครับ คนยิวคุมนิวยอร์กทั้งเมืองไปแล้ว วันหยุดเทศกาลยิว มีผลกับคนทั่วไปหมด ทั้งการค้าและการงาน
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2006/04/H4305875/H4305875.html#25
-------------------------------------------------------------------------
นักเรียนกฎหมาย SJD เก่ง ๆ ก็เป็นยิวหลายคนครับ โดยเฉพาะทาง Law & Economics นี่เกือบทั้งหมดเป็นยิวก็ว่าได้
ที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ในวัน Yom Kippur ก็แทบจะกลายเป็นวันหยุดเหมือนกัน เพราะศาสตราจารย์ที่เป็นยิว เขาไม่สอนกัน
มหาวิทยาลัยบางแห่งเช่น MIT, Chicago มีประเพณีการดีเบทโดยอาจารย์ที่เรียกว่า Latkes vs Hamentashen ซึ่งก็เป็นของยิวแท้ ๆ เช่นกัน
http://topicstock.pantip.com/klaibann/topicstock/2006/04/H4305875/H4305875.html#13
จากคุณ |
:
Expert
|
เขียนเมื่อ |
:
2 พ.ค. 53 18:02:20
A:113.53.20.199 X: TicketID:267050
|
|
|
|
 |