 |
ความคิดเห็นที่ 11 |
ขอบคุณครับสำหรับทุกความเห็น ขอออกตัวเลยว่าไม่ใช่ Expert ด้านนี้ แต่พอดีได้ดู Document เกี่ยวกับ Monsanto แล้ว
เกิดสงสัยว่าบ้านเรามีการนำเข้าเมล็ดพืช GMO จาก Monsanto หรือเปล่า สรุปว่ามีหลายสาขาที่ประเทศเราหละ อย่างแรกผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียนะครับ ไม่ได้มาเล่าให้เชื่อ แต่อยากขอความเห็นหลายๆมุมๆ สนุกๆนะครับ ;-) ผมขอสรุปสั้นๆ (ถ้าอยากอ่านละเอียดก็ข้างล่างนี้เลยครับ สรุปมาจาก VDO ครับ อาจจะตกหล่นหรือเข้าใจไม่ตรงก็ขออาภัย)
1) GMO ยังไม่มีการศึกษาที่แน่ชัดถึงผลกระทบในระยะยาว บาง research ยังบอกอีกว่า GMO food เมื่อให้สัตร์กินจะลดประสิธติถาพการให้กำเหนิดลูก
2) ตลาด GMO เป็นตลาด Monopoly และสินค้าเฉพาะ และช่องโว่ทางกฎหมายยังเยอะอยู่
3) การจดทะเบียนสายพุนธุ์ได้ นั้นสามารถใช้เป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่น่ากลัวมาก อันนี้สำคันมาก ลองคิดดูเล่นๆได้ครับ 4) GMO ทำลายธรรมชาตินิเวชของประเทศนั้นๆ
5) GMO เป็นการเริ่มตันของการจดทะเบียนสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำตั้งแต่ต้น
ฝากอีกหน่อยนะครับ ไม่แตกต่างกับ Nuclear ที่ต้องใช้ให้ถูกทางครับ GMO products เป็นสิ่งที่ดีครับ ถ้าใช้ให้ถูกทาง เอามาใช้ในเชิงธุรกิจก็จะเกิดปัญหาตามา สุดท้ายนี้ฝากแนวคิดหน่อยว่า “They don’t want to change technology to fit life, they alter the life to fit their technology and profit.” ____________________________________________________________ แบบละเอียด หลังจากดูๆและอ่านๆ สรุปนะครับ
ถ้าผิดพลาดก็ช่วยแก้ด้วยนะ ขอบคุณครับสำหรับทุกความคิดเห็น ปัญหาของ GMO
1) บริษ์ทจำหน่ายพวกเมล็ดพืช GM เป็น Monopoly คือ Monsanto เจ้าเดียว + ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เป็น แบบนั้นอยู่หรือเปล่าเท่าที่อ่านดูเหมือนเมือง จีน กับ Germany ก็ได้มีบริษ์ทแบบนี้ขึ้นมา แต่ยังไม่สามารถเป็นคู่แข่งกับยักใหญ่ Monsanto ในด้านเกษต อย่างไงก็ตามตลาดที่มีคู่แข่งน้อยก็เหมือน Monopoly อยู่ แถมยังเป็น สินค้าเฉพาะทางด้วย จาก VDO นะครับ Case นี้มีให้เห็นแล้วที่ India กับ Maxcio และ บาง case ที่ USA เองด้วย *(ข้อมูลอาจจะไม่ Update)
Case 1: USA การที่บริษ์ท Monsanto ได้จดเบียนการค้ากับ พืช GM ที่มีพันธุกรรมเฉพาะ แล้วจำหน่ายให้ชาวไร่ต่างๆ เอาง่ายครับ รอบตัวคุณเป็นไร่ GM แต่ไร่ของคุณไม่ได้เป็น GM การผสมพันระหว่างพืชของไร่ต่างๆจะเกิดขึ้น ต่อมาผลผลิตของคุณบางส่วนมียีน GMผสมอยู่ ทางบริษ์ท Monsanto ก็ออกมา sue คุณเป็นเงินหลายล้าน Dollar หรือไม่ก็จะห้ามคุณเก็บหรือขายสินค้านั้นๆ ถ้าคิดอีกแบบถ้าใน บริเวณนั้นมีไร่ GM หนึ่งไร่แล้วรอบๆ เป็น non-GM เหตุแบบเดียวกันก็เกิดขึ้นได้ อย่างแรกเลยคุณเห็นไหมครับ ว่าการทำแบบนี้เป็นการกำจัดคู่แข่งการค้า อย่างมีประสิทติถาพมาก อย่างที่สองเป็นการตลาดชั้นเยี่ยมถ้าเพื่อนบ้านคุณเป็นไร่ GM คุณรู้ว่าการมีไร่ GM ใกล็เสี่ยงคุณก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นไร่ GM เช่นเดียวกัน
Case 2: India อยากให้ดู คล้ายๆเมืองไทย (VDO ตอนประมาน 5-7ไ่ม่แน่ใจ) ที่ India การไร่นุ่นเป็นอุสหักรรมหลักๆ ของประเทศ การนำเข้า GM นุ่นนั้นเป็นไปอย่างดีในช่วงแรก ต่อมาไร่นุ่นเกือบทุกไร่การเป็น GM หมด ตลาดเมล็ดนุ่นแบบ non-GM ก็หายไปตอนนี้ เมล็ด GM ของ Monsanto ได้เป็น Monopoly อย่างแท้จริงราคาก็เพิ่ม แถมพืช GM ไม่ได้ต่อต้านโรคบางชนิดที่พืชปกติ ทำให้ประสพปัญหาใหญ่ ด้วยการจดทะเบียนของ Monsanto การที่พืช GM ไม่เป็นไปอย่างสพคุณทางบริษ์ทเขาจะไม่รัปผิดชอบ แบบว่า sue บริษ์ทไม่ได้
Case 3: Maxico Maxico เป็นแหล่ง ปลูกข้าวโพดที่ใหญ่และมากสายพันธุที่สุด Maxico ได้รู้เรื่องของ GM เป็นอย่างดีเลยมีการต่อต้านมากเพราะการปลูก GM จะทำลายและบิดเบียนสายพันธุของพืชพื้นเมือง ที่พวกเขาภูมิใจ แต่หลายปีต่อ มา Free trade agreement ได้เปิดทางให้ GM ทะลักเข้ามาใน Maxico ชาวพื้นเมือง บอกว่า พืช GM ปลูกโดยต้องใช้ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงและวัชชะพืช ของ บริษ์ท Monsanto เท่านั้น ไม่งั้งพืชไม่จะไม่โต เนี่ยเป็นการค้าขายแบบพูกมัดที่น่ากลัวมาก 2) GM ยังไม่มีผลสรุปที่แน่ชัดต่อผลกระทบระยะยาวและสั้นจากการปริโภคในคน
อย่างแรกเลยนะครับ ที่ Canada ปกติทาง Canada จะออกกฎตาม FDA ของ USA แต่แปลกตรงที่ เขาไม่ตามในเรื่องของ GMO ทาง Canada ได้ห้ามนำเข้า GM crop เพราะทาง Scientist ของ Canada ได้ทดลองแล้วว่า GM อันตรายต่อการปริโภคแล้ว มันแปลกด้วยว่าทาง Monsanto ได้ยัดเงินใต้โต๊ะให้พวกเขาแต่เขาเอาเรื่องนี้ไปขึ้นศาล ในที่สุดขึ้นศาล Canada ได้สรุปว่าห้ามนำเข้า GM เพราะเป็นอันตราย ต่อมา ที่ Europe ก็ประสพ case แบบเดียวกันกับ Canada ในเชิงธุรกิจถ้า GM ห้ามนำเข้าทั้ง Europe และประเทศต่างๆ แบบว่าการส่งออกจะทำให้ตลาดการค้าส่งออกน้อยลง ประเทศที่ไม่สนับสนุน GMO มาเป็นอาหารสัตย์เช่น Finland , Sweden etc. ก็ประสพปัญหาในการหาซื้ออาหารจำพวก Non-GM และ ก็มีราคาที่แพงขึ้นเรื่อยๆ การที่มีต้นทุนแพงทำให้การแข่งขันก็มีราคาแพงตามไปด้วยเป็นการบีบทางธุรกิจ
3) การจดเบียนสิ่งมีชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่ควรมี
ลองนึกถาพว่า ถ้าเราสามารถจดทะเบียน สิ่งมีชิวิตได้จะเกิดปัญหาอะไรตามมาบ้าง เอาง่ายๆ วันหนึ่งถ้าบริษ์ทสามารถดัดแปลงยีนที่ต่อต้านมะเร็งได้ในคน แล้วมีการจดทะเบียนเกิดขึ้น อยู่มาวันหนึ่งด้วยการพัตนาจากธรรมชาติทำให้ผู้คนเกิดสามารถมียีนต้านมะเร็งด้วยตัวเองหรือว่าเป็นยีนที่มีมาแล้วนานแล้วแต่เพิ่งค้นพบ แปลว่าเด็กคนนั้นเป็นกรรมาสิธของบริษ์ท นั้นหรือ!!! ในโลกความจริงการจดทะเบียน ยีนในคนยังไม่เกิดขึ้น แต่การจดทะเบียนในสิ่งมีชีวิตได้เริ่มขึ้นแล้วที่พืชไร่ ต่อมาก็พวกหมูวัวไก่ต่างๆๆ และมันคงจะไม่หยุดแค่นี้……
ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยนะที่นี้ย้ำอีกทีว่าผมไม่ใช้ผู้เชี่ยวชาญนะครับ เป็นไม่ได้มีอาชีพสายนี้ด้วย แค่ได้อ่านและดู แล้วอยากได้ความเห็นและความจริงเพิ่ม ทั้งหมดทั้งปวง สิ่งที่เขียนอาจจะไม่ Update กับ ณ.เวลานี้หรือ ว่าเป็น case ที่เกิดกับเมืองไทยโดยตรง เลยไม่แน่ใจว่าเมืองไทยมีการพัฒนาอย่างไร ครับ
แก้ไขเมื่อ 11 พ.ค. 53 17:31:13
จากคุณ |
:
nat_v
|
เขียนเมื่อ |
:
11 พ.ค. 53 17:29:37
|
|
|
|
 |