 |
ความคิดเห็นที่ 4 |
บทความบางส่วนจาก http://www.tvburabha.com/tvb/home/program_detail.asp?id=13
เมื่อรถตามได้ขี้มากพอเกือบเต็ม 12 ลูกบาศน์เมตร ขี้จะถูกลำเลียงไปยังโรงงานกำจัดสิ่งปฏิกูล ซึ่งในกรุงเทพมหานครมี 2 แห่ง คือ โรงกำจัดปฏิกูลอ่อนนุช รับผิด ชอบ พื้นที่ฝั่งพระนคร และโรงกำจัดปฏิกูลหนองแขม รับผิดชอบฝั่งธนบุรี
ที่นั่นรถบรรทุกขี้จะต้องผ่านการชั่งน้ำหนักเพื่อเก็บข้อมูลปริมาณขี้ ตัวอย่างง่าย ๆ ที่เห็นมากับตา คือปริมาณขี้ที่โรงกำจัดอ่อนนุช ย้ำเฉพาที่อ่อนนุชที่เดียวเมื่อปีที่แล้ว (2546) อยู่ที่ 166,226 ลูกบาศน์เมตร จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ(โดยประสบการณ์) ทำหน้าที่ตรวจสภาพขี้ก่อนว่ามีปริมาณไขมันปนเปื้อนมากน้อยแค่ไหน ถ้ามากเกินไปก็ไม่สามารถถ่ายเทขี้จากรถสู่เครื่องแยกได้ ไขมันมาจากไหน.... ก็มาจากมนุษย์มักง่ายที่ทิ้งเศษอาหารหรือน้ำมันใช้แล้ว ( ประเภทร้านอาหารติดกับส้วม) ลงในส้วมหรือบ่อเกรอะนั่นเอง วิธีการตรวจง่ายมากเพียงใช้สายตาดูปริมาณไขมันที่ลอยอยู่ส่วนผิวหน้าของขี้ ในรถ ถ้ามากจนไม่สามารถมองทะลุเห็นขี้ได้ก็แปลว่ามากเกินกว่าจะผ่านเครื่องแยกขี้ได้
หลังจากผ่านการตรวจไขมัน เจ้าหน้าที่จะต่อท่อจากรถถ่ายขี้สู่เครื่องแยกขยะ ทีนี้แหละเราจะได้เห็นว่า ขยะในขี้มีปริมาณมากเพียงไหน ในเครื่องจะมีกลไกที่ใช้ปั่นขยะออกมา ขยะหยาบ ๆ ก็ประกอบได้ด้วย ผ้าอนามัยเป็นอันดับหนึ่ง ถุงยางอนามัยเป็นอันดับสองแต่มองเห็นได้ชัดเจนกว่า เพราะคงสภาพเดิมเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย กระดาษชำระ เศษอาหาร ไปจนถึงชุดชั้นใน ขยะที่เล็กกว่านั้นที่เครื่องสามารถแยกออกมาได้ ประกอบด้วยกรวด ทราย ฝุ่นผง และที่เยอะมากเนื่องจากรสนิยมในการรับประทานอาหารเผ็ดของคนไทย คือเม็ดพริก ซึ่งกระเพาะอาหารและลำไส้มนุษย์มิอาจย่อยสลายได้ เจ้าหน้าที่บอกว่าเครื่องแยกขยะนี้ต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศราคาหลายล้าน บาท และเพิ่งนำเข้าเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ต้องแยกด้วยมือหรือเครื่องมือเท่าที่หาได้ เช่น ตะแกรง ฯลฯ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องแยกขยะเลย หากคนไทยมีความรับผิดชอบด้วยการไม่ทิ้งขยะอื่นใด ลงในส้วม เพราะฉะนั้นที่ต้องเสียงบประมาณมหาศาล เสียแรงงานกันเหนื่อยยากอย่างทุกวันนี้ก็เพราะความมักง่ายเท่านั้นเอง
เมื่อกำจัดขยะพ้นไปจากขี้ ขี้จะเหลือเพียงตะกอนกับน้ำที่เจ้าหน้าที่จะเติมสารเคมีลงไปเพื่อให้แยกออก จากกันได้ง่ายขึ้น น้ำนำไปผ่านกระบวนการบำบัดให้สะอาด ทั้งการเติมจุลินทรีย์เพื่อกินเชื้อโรคด้วยกันเอง ผ่านเครื่องปั่นเพื่อฟอกด้วยออกซิเจน ผ่านเครื่องกรองน้ำด้วยดิน หิน ทราย และผ่านการเติมโอโซนก่อนจะมั่นใจได้ว่าไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม แล้วจึงปล่อยลงสู่แม่น้ำลำคลองสาธารณะ พิสูจน์ได้ว่าสะอาดจริงเพราะที่โรงกำจัดอ่อนนุชใช้น้ำนี่แหละเลี้ยงปลา เลี้ยงเป็ดเติบโตสมบูรณ์ดี
ส่วนตะกอนจะผ่านการเติมสารโพลิเมอร์เพื่อให้ตะกอนจับตัวเป็นก้อน แล้วเข้าเครื่องรีดน้ำให้ตะกอนแห้งหมาด วัน ๆ หนึ่งจะมีตะกอนกองพะเนินเป็นภูเขาอยู่ที่ปลายทางของสายพานเครื่องรีด เพื่อรอเวลาให้ตะกอนซึ่งหน้าตาไม่เหมือนขี้แล้ว แห้งสนิทก่อนนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อไป ปุ๋ยขี้คนเหล่านี้ มีคุณค่าทางสารอาหารสำหรับต้นไม้อย่างไร้ที่ติ พิสูจน์มาแล้วด้วยพืชพรรณธัญญาหารที่งอกงามทั้งตามธรรมชาติและเจ้าหน้าที่ใน โรงงานปลูกปั้นขึ้นมาในบริเวณโรงกำจัดปฏิกูล ไม่ว่าจะพริกเม็ดงาม ๆ มะเขือ มะยมผลดก ฝรั่งพันธุ์ดี หรือแม้แต่ผักชีฝรั่ง เจ้าหน้าที่เก็บเกี่ยวดอกผลกินใช้กันจนมีเหลือแจก เมื่อขี้กลายเป็นปุ๋ย ขี้จึงไม่ใช่สิ่งไร้ค่าอีกต่อไป เพียงแต่ว่าปุ๋ยเหล่านี้ โรงงานไม่ได้จำหน่ายเนื่องจากเป็นทรัพย์สินของทางราชการ ปุ๋ยขี้ที่ได้ส่วนใหญ่ จะมีรถบรรทุกจากสำนักเขตต่าง ๆมารับไปใช้ปลูกพืชผักสวนครัว หรือบำรุงดินให้กับต้นไม้ตามเกาะกลางถนนที่เราเห็นความเขียวชอุ่มพุ่มไสวกัน อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั่นเอง และยิ่งทวีค่ามากไปกว่านั้น เมื่อปุ๋ยเหล่านี้ถูกแจกจ่ายให้กับโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร นำไปทำแปลงผักสวนครัว เพื่อทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กนักเรียนประถมในโรงเรียนหลาย ๆ แห่งในเขตกทม. ความรู้เรื่องขี้ ที่คุณสามารถเข้าใจได้เพียงแค่เหลียวกลับไปมอง
จากคุณ |
:
ลาบเลือดน้ำตกซกเล็ก
|
เขียนเมื่อ |
:
วันวิสาขบูชา 53 16:50:30
|
|
|
|
 |