 |
ความคิดเห็นที่ 9 |
วิ้งขออนุญาตนะคะ นี่คือ ไปหามา ตอนที่หาพบหลายเวบที่พูดถึงเจ้าตัวนี้ บอกว่ามันบุกรุกขยายพื้นที่เข้ากรุงเทพฯแล้ว
ขออนุญาตแปะค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------
แมลงก้นกระดก หรือด้วงก้นกระดก และยังมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปอีก เช่น ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษคือ Rove beetles (Genus Paederus) เป็นแมลงจัดอยู่ใน Family Staphyllinidae , Order Coleoptae, Class Insecta แมลงในกลุ่มนี้มีประมาณ 622 ชนิด ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วโลก แมลงปีกแข็ง Paederus ทำให้เกิดการระบาดของโรคผิวหนังในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย มาเลเซีย ศรีลังกา ไนจีเรีย เคนยา อิหร่าน ในทวีปอาฟริกาตอนกลาง เช่น ยูกานดา โอกินาวา Sierra Leone อาเจนตินา บราซิล ฝรั่งเศส เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ และอินเดีย ชนิดที่พบในประเทศไทยมีชื่อวิทยาศาสตร์ Paederus fuscipes Curtis เป็นแมลงขนาดเล็ก ตัวเต็มวัย (adult) ลำตัวยาวประมาณ 7-10 มิลลิเมตร ขนาดรอบลำตัวกว้าง 0.5 -1 มิลลิเมตร แมลงก้นกระดกมีขนาดใหญ่กว่ายุงประมาณ 1 เท่าครึ่ง หัวดำ ลำตัวและท้องมีสีส้ม ยกเว้นปล้องสุดท้ายของท้องมีสีดำ ปีกคู่แรกแข็งมีสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างเปรียว ว่องไว เวลาเคลื่อนไหวจะงอส่วนท้องส่ายขึ้นลงเมื่อเกาะอยู่กับพื้น จึงเรียกกันว่า แมลงก้นกระดก ตามปรกติแมลงชนิดนี้จะอาศัยในที่ชื้น ใกล้แหล่งน้ำ หรือตามพงหญ้า กินวัตถุเน่าเปื่อยที่กองทับถมกัน แมลงชนิดนี้สามารถปล่อยของเหลวที่เรียกว่า coelomic fluid มีสาร paederin ออกมาซึ่งเป็นพิษสามารถทำลายผิวหนังและเซลเนื้อเยื่อ
แมลงก้นกระดกชอบแสงไฟและจะ ออกมาเล่นแสงไฟนีออนเวลาพลบค่ำ และมักพบว่ามีชุกชุมในช่วงหน้าฝน ปรกติแมลงก้นกระดกจะไม่กัดและต่อย แต่หากเราไปสัมผัสโดยบังเอิญหรือโดยการตบตี หรือขยี้ตัวแมลงบนผิวหนัง เช่นที่แขน ขา หรือบริเวณผิวหนังใต้ร่มผ้า เมื่อตัวมันแตกออกจะมี coelomic fluid ไหลออกมาพร้อมสารพิษ paederin (C25H45O9N) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์จำพวก amide เมื่อ ร่างกายไปสัมผัสสารดังกล่าวจะรู้สึกคัน ปวดแสบ ปวดร้อน บางรายที่เป็นมากอาจมีไข้ ปวดศีรษะ และหากสาร paederin ไปสัมผัสถูกตาอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นร้ายแรงได้ บริเวณแผลบนผิวหนังที่สัมผัสสาร paederin จะมีลักษณะเป็นทางยาว อาจพบเป็นเม็ดพองใส และเมื่อตุ่มเม็ดใสแตกออกจะเป็นแผลมีลักษณะคล้ายแผลน้ำร้อนลวก หากมีอาการไม่รุนแรงอาการดังกล่าวจะหายได้เองภายในเวลา 1-2 สัปดาห์
การ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยล้างบริเวณผิว หนังที่สัมผัสแมลงชนิดนี้ด้วยน้ำสะอาดทันที ประคบด้วยน้ำเย็น และไม่ควรใช้มือเกาเพราะจะเกิดเป็นแผลบริเวณกว้างลุกลามต่อไปได้ หากเกิดอาการคันให้ใช้ยาทาจำพวกคาลาไมด์ (calamide) หรือรับประทานยาแก้แพ้ (antihistamine) หรือทาด้วย steroids หากเกิดแผลลุกลามอาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
การป้องกัน - หากพบเห็นแมลงก้นกระดกให้หลีกเลี่ยง และไม่ควรให้ร่างกายไปสัมผัสแมลงชนิดนี้หรือขยี้ด้วยมืออย่างเด็ดขาด - ควรปิดหน้าต่างหรือติดมุ้งลวด เพื่อป้องกันมิให้แมลงบินเข้ามาภายในห้องพัก หากมุ้งลวดชำรุดหรือเสียหายให้ทำการซ่อมแซมทันที - หากพบว่ามีแมลงก้นกระดกเข้ามาสัมผัสบนผิวหนังให้พยายามเขี่ยออกอย่างนุ่มนวล และล้างบริเวณที่สัมผัสแมลงด้วยสบู่และน้ำสะอาด - หากพบแมลงบนที่นอนหรือตามผนังห้องควรใช้แปรงขนขนาดเล็กค่อย ๆ เขี่ยตัวแมลงลงบนแผ่นกระดาษและนำไปทิ้ง หรือใช้สารเคมีกำจัดแมลงประเภท Pyrethroids ฉีดทำลาย - หมั่นตรวจสอบบริเวณห้องพัก ห้องนอน ห้องนั่งเล่น และทำความสะอาดบริเวณโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ หากสงสัยว่าจะมีแมลงชนิดดังกล่าวเข้ามาอาศัยอยู่
เอกสารอ้างอิง 1. Indian Journal of Dermatology, Venereology and Leprology, Vol. 73, No. 1, January-February, 2007, pp. 13-15.
----------------------------------------------------------------------------- เขียน และเรียบเรียงโดย : ประพันธ์ เชิดชูงาม, วทบ, DAP&E, MPH, ศุภชัย รัตนมณีฉัตร, พบ, สม, MSc ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
จากคุณ |
:
หนูวิ้ง
|
เขียนเมื่อ |
:
22 มิ.ย. 53 17:02:26
|
|
|
|
 |