Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ผลของปฏิกิริยาเบเนดิกต์ที่ไม่พบในตำรา --- Copper Mirror  

ปกติแล้วหากเราจะทดสอบ reducing sugar หรือพวก Aldehyde ที่เป็น aliphatic เราจะทดสอบสองวิธีหลักๆ คือ

1. ปฏิกิริยาทอลเลนหรือการเกิดกระจกเงิน (Tollen's reaction or silver mirror)

  สารประกอบพวกแอลดีไฮด์แบบ aliphatic และ aromatic รวมทั้งน้ำตาลโมโนแซคคาไรด์ (อัลโดสและแอลฟาไฮดรอกซีคีโตน) จะถูกออกซิไดส์ด้วย
 สารละลาย Ag(NH3)+ ได้กระจกเงินฉาบบนหลอดทดลองและกรดอินทรีย์

 ปฏิกิริยานี้ทำให้เด็กๆทึ่งมาก เพราะเกิดกระจกเงาของเงินฉาบที่หลอดทดลองอย่างสวยงาม

2. เบเนดิกต์  โดยหมู่ฟอร์มิลจะถูกออกซิไดส์โดยคอปเปอร์ (II) ไอออนได้กรดคาร์บอกซิลิกและตะกอนแดงของคอปเปอร์ (I) ออกไซด์

 ตัวอย่างเช่น

 น้ำตาลกลูโคส + เบเนดิกต์ ------------> กรดกลูโคนิค + ตะกอนแดงของคอปเปอร์ (I) ออกไซด์

 ซึ่งเป็นตะกอนสีแดง


 แต่ที่ไม่เคยเห็นหนังสือเล่มไหนเขียน รวมทั้งในอินเตอร์เน็ต พบว่าฟอร์มัลดีไฮด์ สามารถทำให้เกิดกระจกทองแดงฉาบที่หลอดทดลองได้เหมือนกัน

 จากการทดลองโดยใช้น้ำตาลแมนโนส กลูโคส ฟรุกโตส (เกิด tautomerism ได้กลูโคสกับแมนโนส) อะเซทาลดีไฮด์ และ ฟอร์มัลดีไฮด์

 พบโดยบังเอิญว่าฟอร์มัลดีไฮด์ให้กระจกทองแดง ในขณะที่สารอื่นๆ ให้ผลบวกเป็นตะกอนของคอปเปอร์ (I) ออกไซด์

 ทำให้คิดว่าเพราะเหตุใดฟอร์มัลดีไฮด์ถึงเกิดได้ง่ายสุด หรือเพราะว่าความเกะกะของโมเลกุลต่ำสุด หรือว่ามันเป็น nucleophile ที่ดีที่สุดในกลุ่มอัลดีไฮด์ จึงเกิด Copper mirror ได้

 ลองทำดูได้ครับ ผมใช้ 40% ฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งศึกษาภัณฑ์มีขายนะเคยเห็น สารละลายเบเนดิกต์ศึกษาภัณฑ์ก็มีขาย หม้อน้ำก็ต้มเองได้อยู่แล้ว

 น้องๆ ม.ปลายอาจลองทำเป็นโครงงานได้ครับ ใช้ไฟฟ้าเคมีน่าจะพออธิบายได้

จากคุณ : CuSO45H2O
เขียนเมื่อ : 1 ก.ค. 53 20:19:53




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com