 |
ความคิดเห็นที่ 37 |
ตอบจาก ปสก. ของตัวเอง จบจากญี่ปุ่นครับ ตำแหน่งเริ่มงานเป็นวิศวกรโรงงาน Production เงินเดือนแรกเข้า 43k วันไหนทำโอที เขาเหมาจ่ายให้ 300 บาทต่อวัน (ต้องทำถึงสองทุ่ม ผมถึงเบิก วันไหนทำไม่ถึงสองทุ่ม ก้อไม่เบิก...มีเหนียม)
ตอนจบใหม่ ถ้าผมเลือกเงินเป็นหลัก คงไปเป็นล่ามแหละ เพราะล่ามรายวันราวๆ 5k บวกลบนิดหน่อยแล้วแต่งานด้วย หรือเป็น Contractor ก้อประมาณ 60k .. (แต่ผมไม่สนใจ)
มีโอกาสไปตปท.เฉลี่ยสองปีครั้งหนึ่ง เวลาเตรียมขึ้นโมเดลใหม่ หรือมีกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพ เช่น QCC, KAIZEN, TPM โดยพาทีมตัวแทนชนะเลิศไปพรีเซ้นต์ให้โรงงานบริษัทแม่ดูก็มี ฯลฯ ดังนั้น อยู่บริษัทใหญ่หรือเราเป็น Key-man ของเรื่องนั้นๆ ยังไงก็มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น
พอดีธุรกิจอยู่ในอุตฯ ที่ดี ส่งพาร์ทให้ลูกค้าทั้งในและตปท.ได้เยอะ กำไรดี ยอดสั่งซื้อแนวโน้มเพิ่ม โรงงานจึงแตกไลน์การผลิต แถมตั้ง Plant เพิ่ม ฝ่ายผลิตก็ขยายตัวมากจนต้องแบ่งฝ่าย ตั้งไลน์กันใหม่ ผจก.ต้องเป็นคนญี่ปุ่น ส่งมาจากบริษัทแม่ หมุนเวียนตามวาระราวๆ ๕ ปี ผมจึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผจก.ฝ่าย Production ที่แตกใหม่ ทั้งที่ทำงานได้สองปีเศษเท่านั้น
ตอนอายุย่าง ๒๙ มีคนชวนไปทำงาน ให้ตำแหน่งผจก. QA เสนอเงินเดือน +25k ของเงินเดือน ณ ตอนนั้น บวกการันตีโบนัสตาม ผลปกก. แต่ไม่น้อยกว่า 2 เดือน (ผมเสนอไปเอง เขาดันตกลง...จึงไป) ...นี่คือ เรื่องราวของผมตอนทำงานโรงงานญี่ปุ่น
เท่าที่อ่านดู คห. ข้างบนไล่ลงมา แต่ยังไม่มีคนพูดถึง คือ โบนัส บริษัท A บอกว่าไม่จ่ายโบนัสแน่นอน แต่บริษัท B เป็นบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่น เฉพาะในเมืองไทยก็มีหลายโรงงานในเครือ...แบบนี้ยังไงก็จ่ายโบนัสครับ แม้จะอ้างอิงผลปกก. แต่ทุกปีก็จ่ายโบนัสเป็นรางวัลในการทำงานอยู่แล้ว รายได้จากตรงนี้อย่ามองข้ามนะครับ ถ้าโรงงานอยู่ในอุตฯ ที่ไม่มีสะดุดง่ายๆ แต่ละปีก็ได้ราวๆ ๔-๕ เดือน โรงงานสายอุตฯ ยานยนต์บางค่ายบางปี ๗ เดือนก็มีนะครับ
บางคนเสนอแนวประมาณว่า ทำงานจัดซื้อได้ความรู้สายบริหาร ทำงาน R&D ได้ความรู้สายวิดวะ (ต่อยอด) ... โดยทั่วไป มันก้อถูกบ้างบางส่วน แต่ไม่ใช่กับการทำงานสไตล์คนญี่ปุ่น หากได้ลองคลุกคลี จะได้แง่คิดที่ชวนให้ทึ่งของหัวหน้าคนญี่ปุ่นเลยนะครับ ถ้าหัวหน้าเห็นแววของคุณ คุณจะได้รับโอกาสและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ขณะทำงาน ถ้าเป็นคนสังเกตุและหัดจดจำ คุณจะได้ต้นแบบการบริหารที่ดีจากหัวหน้าญี่ปุ่นนะ ดังนั้น ไม่ใช่งาน R&D แล้วจะมีแต่สิ่งที่เป็นวิศวะ โอกาสอยู่ที่คนมองเห็นนะ (บริษัทแม่ที่ใหญ่ๆ คนที่ถูกคัดเลือกมาเป็นผจก.โรงงานในเมืองไทย เขาต้องเจ๋งพอตัวแหละ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนหรือทุกโรงงานนะ เลือกรับแต่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์และพัฒนาความสามารถเราก็พอ ^o^)
หากมีโอกาสเป็น Committee กิจกรรมอะไรที่นอกเหนือจากภารกิจหลัก ก็ควรจะรับทำนะครับ ยิ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพหรือเกี่ยวโยงกับงานหลัก อาจจะเหน็ดเหนื่อยบ้าง เจอปัญหากับคนฝ่ายอื่นบ้าง ให้มองว่าเป็นความท้าทาย (ส่วนหากเป็นงานสหภาพ เตือนว่าเลี่ยงได้เป็นดี โรงงานไหนสหภาพรุนแรง หากเจอคลื่นเศรษฐกิจหน่อย มีปัญหาสหภาพทับถมตามมาแน่นอน)
เปรียบเทียบกับบริษัทคนไทยหรือหัวหน้าเป็นคนไทย..ระบบ Coaching ไม่มีแน่ๆ เจอหัวหน้าดี ก็ดีไป แต่เกือบทั้งหมด ขากั๊กและเตะท่าทั้งนั้นครับ...รับรองได้ ยิ่งหากไปได้หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่จบปริญญาและมีค่านิยมแอนตี้วิศวะ อย่าให้เล่า ยิ่งกว่าดราม่าในห้องนี้อีก แต่มันมีคนจำพวกนี้เยอะด้วยสิ (รู้เรื่องหรือเก่งจริงป่าวไม่รู้...ที่แน่ๆ มักถือว่าตนทำงานมานาน)
เห็นบางคนพูดให้พิจารณาดูว่าอนาคตอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร... ผมตอบแทน จขกท. ได้เลยว่า เจ้าตัวยังไม่รู้หรอกในเวลานี้ เพราะขนาดเรื่องตัดสินเลือกงาน ๒ แห่งนี้ ยังสองจิตสองใจอยู่เลย เรื่องของ ๕ ปี ๑๐ ปี ข้างหน้า...จึงไม่ควรพูดถึง ต้องให้เจ้าตัวได้เรียนรู้ ได้ศึกษา ได้ซึมซับเรื่องราวในการทำงานเข้าไปมากๆๆ ก่อน แล้ว จขกท. ก็จะรู้ชีวิตของเขาเองแหละครับ
ไม่ใช่ว่า ขนาดทำงานไปตั้งหลายปี จนรู้ว่าตัวเองเบื่องานลักษณะนี้แล้ว สรุปก็ลาออกจากงานมากินเงินเก็บ แต่ก้อไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ตนชอบดี... แบบนั้นไม่ดีแน่
การเลื่อนตำแหน่ง ช้าเร็วไม่สำคัญ... หากคิดว่าตนเองเป็นคนมีความรู้ และเก่งได้เรื่อยๆ คือ พัฒนาตนเองได้เอง ตำแหน่งมันจะมาหาเอง หรือไม่งั้น ก็จะมีช่องทางให้ทำธุรกิจของตนเองได้ อย่างทำสายปิโตรเคมีภัณฑ์นี่... เป็นผมรับตำแหน่ง R&D แน่นอน วาดอนาคตเป็นเจ้าคนนายคนก็ได้ เป็นเจ้าของเองก็ได้ ... ตอนนี้ จขกท.เพิ่งจบใหม่ อาจจะยังมองไม่เห็น ในสิ่งที่ผมเห็นหรอก ก็ให้ตั้งใจทำงานไปก่อนนี่แหละครับ
ไม่อยากให้ยึดติดหรือเอาการได้ไปตปท. มาเป็นตัวเลือกหนึ่ง เพราะของแบบนี้ มันอยู่ที่นโยบายบริษัท หากเกิดโครงการส่งพนง.ไปญี่ปุ่นสิ้นสุดแล้ว ตอนเราเข้างาน พวกคุณจะทำยังไง? เรียกร้อง โวยวายหรือเปล่า? การส่งพนง.ไปอบรมที่บริษัทแม่ มันเป็นการลงทุน เหมือนการสั่งซื้อ เครื่องจักรใหม่นั่นแหละ และไม่ใช่ว่า พนง.ทุกคนจะได้ไปเสียเมื่อไหร่? หากบ.ไม่ส่งคุณไปฝึกงาน...คุณจะยึดตรงนี้แล้วลาออกมั้ย? บทสรุป มันก็ไม่ใช่ทั้งนั้น
ตอนปีสาม ผมไปฝึกงานแถวชิบะ เจอพนง.ที่โรงงานส่งมาให้เรียนภาษา ก่อนส่งต่อไปยังบริษัทแม่แต่ละแห่ง แต่ละจังหวัดไป... ส่วนใหญ่ตกเย็นก้อเห็นแต่เฮฮา ตั้งวงปาร์ตี้กันทุกคืน แทบทั้งหมดบ่นเหงาและคิดถึงครอบครัวที่เมืองไทย โทรฯ กันให้วุ่น มีแค่สองในสิบคน ถึงตั้งใจเรียนภาษา ทีเหลือก็ได้แต่คำศัพท์แนวครื้นเครง ผลลัพธ์สุดท้ายของการส่งพนง.ไปฝึกงานเป็นยังไง ผมก้อไม่รู้ แต่คิดทางอ้อมได้ว่า คงเป็นสิ่งดึงดูดใจของบริษัทอย่างหนึ่งเลยแหละ
คือ ย่อหน้าข้างบนจะบอกว่า การได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่นมันก้อดีนั่นแหละ แต่หากดูจากพวกที่ได้ไปแล้ว เขาคาดหวังตรงกับที่บริษัทคาดหวังไหม? เอาจากคห.ข้างบนก็ได้...ผู้ที่ได้ไปก็หวังว่า ได้ไปญี่ปุ่นสักครั้ง ได้มีอะไรเขียนเพิ่มใน Resume หวังว่าจะได้ภาษา เพื่ออัพเงินเดือน ฯ ทั้งหมดเป็นความจริง พูดความจริงแล้วยาวครับ ...
ฉะนั้น จะได้อะไรตามที่คาดหวังหรือเกินคาดหวัง ก็แล้วแต่รายบุคคลแหละครับ เลื่อนตำแหน่งหรือเปลี่ยนงานใหม่ ก้อต้องมีศักยภาพพร้อมที่จะ เรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับระบบการทำงานใหม่เช่นกัน สุดท้าย ก็จะขึ้นอยู่กับตัวบุคคลอีกเช่นเดิม...เรื่องบริษัท ผมไม่สรุปให้นะครับ เพราะจขกท.มีข้อสรุปเองแล้ว เพียงแค่อยากแชร์และรับฟังข้อเสนอแนะเพิ่มเท่านั้น
เหลือเรื่องซื้อรถยนต์...ความจำเป็นของจขกท.ไม่ค่อยเล่าลึกเท่าไหร่ แต่หากอยู่หอพักของพนง. และคห.ข้างบนเดาไว้ว่าเป็นโรงงานแถวปราจีนฯ ผมเดาต่อว่าเป็นบริษัท B คือ H (อยู่กบิณฯ) ดังนั้น หากจาก กบิณฯ เข้ากรุงเทพฯ นั่งรถตู้สะดวกมากครับ พนง.ที่นี่เขาก้อใช้บริการกัน นัดจำนวนคนให้ครบแล้วโทรฯ เรียกรถตู้มารับถึงที่ก้อยังได้ การไปทำงานก็น่าจะมีรถของบริษัทรับส่งจากโรงงานถึงหอพักอยู่แล้ว หากเป็นเช่นที่ว่ามา ช่วงเพิ่งเริ่มงาน ก็ยังไม่จำเป็นจะต้องซื้อรถยนต์นะ แนะนำให้ศึกษาการลงทุนเพิ่มเติม...เรียนรู้วิธีใช้เงินต่อเงิน
แต่หากเงื่อนไขไม่ได้เป็นตามนั้น เช่น โรงงานไม่อยู่กบิณฯ ไม่มีรถโดยสารเข้าถึง อย่างสะดวกสบายนัก บ้านไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ แต่ไกลออกไปอีก ฯลฯ เหล่านี้ ก็ต้องพิจารณาใหม่แหละครับ เมื่อได้ไปทำงาน ก็จะรู้ได้เองแหละว่า ความจำเป็นมีมากน้อยแค่ไหน...แต่ฝากให้ศึกษาการลงทุนเอาไว้นะครับ
จากคุณ |
:
tomimoto
|
เขียนเมื่อ |
:
12 ก.ค. 53 23:56:38
|
|
|
|
 |