 |
ความคิดเห็นที่ 30 |
เรื่องรถไฟความเร็วสูง รายได้หรือกำไร ไม่ได้มาจากการเก็บเงินค่าโดยสารเลย เพราะมันจะขาดทุนอยู่แล้วในระยะสั้น แต่เทียบไม่ได้เลยกับผลพลอยได้อื่น ๆ
มีสองสายเท่านั้นที่พอจะได้กำไรบ้างคือ Tokyo-Osaka และ Paris-Lyon *(1) นอก ๆ นั้นที่เทียบกับค่าสร้างรางแล้วขาดทุนแน่นอนในระยะสั้น
คิดง่าย ๆ ว่า โครงการ airport link 30,000 ล้าน
รองรับคนได้มากที่สุดคือ 40,000 คนต่อวัน คิดที่ครึ่งหนึ่งคือ 20,000 คนต่อวัน ที่ค่าโดยสาร 100 บาทต่อคน ยังต้องใช้เวลาถึง 41 ปีถึงจะคุ้ม
-----------------------------------------
ทำไมต้องรถไฟและต้องความเร็วสูง ?? สิ่งที่ได้มากกว่าค่าโดยสารคืออะไร ??
- รถไฟ แบบใช้ไฟฟ้าหรือแบบ magnetic levitation (maglev) ใช้ไฟฟ้า ซึ่งสามารถใช้พลังงานจาก renewable energy จากลม จากคลื่น และอื่น ๆ มาผลิตเป็นไฟฟ้าได้
ในขณะที่เครื่องบิน ไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่กว่าจะคิดได้ว่าทำยังไงถึงจะไม่ต้องใช้น้ำมัน
- ต้องความเร็วสูง 340 km/h หรือเร็วกว่าเพราะว่า รวม ๆ เวลาแวะรับคนแล้ว จะพอ ๆ กับคนที่ใช้เครื่องบินในระยะทาง 600km รถไฟ 600 km ใช้เวลาประมาณ 3 ชม. ขณะที่เครื่องบินใช้เวลา 1 ชม. ในการบิน แต่ต้องมีระยะเวลาเตรียมตัว ไปสนามบินและเช็คอินอีก 2-3 ชม. เช่นกัน
- เพิ่ม ความจุ เพิ่มตู้โดยสาร เพิ่มเที่ยวได้ตามความต้องการ ใช้เวลาเช็คอินเตรียมตัวขึ้นลงน้อยกว่าเครื่องบินมากมาย
- การท่องเที่ยวเกิดขึ้นได้ทั่วประเทศเพราะคนเดินทางได้ทุกที่ในระยะเวลาที่สั้นลง เงินที่จะต้องเผาน้ำมันเพื่อเดินทางคนเดียว หรือ สองคน จากรถส่วนตัวก็น้อยลง
- ถ้าความเร็วยิ่งสูง โอกาสที่จะขยายเมืองออกไปนอก ๆ กรุงเทพก็มีมากขึ้น 340km/h คนที่อยู่นครสวรรค์ โคราช หัวหิน จันทบุรี สามารถเข้ามาทำงานในเมืองได้ภายใน 1 ชม.
- ถ้าทำวางราง 1.435m เสียตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ค่าใช้จ่ายไม่ต่างกับวางรางคู่ 1 เมตรแต่อย่างใด ขนาดจีนยังเถียงว่า ความเร็วสูงกับ maglev ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นแต่ 1.5 เท่าเอง*(2) ได้ความเร็วเพิ่มขึ้นอีก 100 กว่า เป็น 400-500 km/h ยังคุ้ม แต่นี่ ไทยแค่ขยายรางจาก 1 เมตร เป็น 1.435 สำหรับรางแรก และอีก รางที่สอง ก็ต้องสร้างใหม่หมดอยู่ดี
ค่าใช้จ่ายแทบไม่ต่างกัน
อุปมาเหมือนวาง backbone เป็นใยแก้วแทนนที่จะเป็นสายทองแดงซะก็จบ ส่วนตัวอุปกรณ์ที่จะทำให้ data มันวิ่งบนใยแก้วเร็วได้เท่าไหร่นั้้น เปลี่ยนง่ายกว่าการต้องวางเครือข่ายใหม่
ดังนั้นลงทุนวางรางดีไว้ก่อนจะได้ไม่เสียของ ต้องลงทุนหลายที แล้วรถไฟจะวิ่งเร็ววิ่งช้าก็เปลี่ยนแปลงไปตาม technology ตัวรถไฟ
- logistic จะดีขึ้นมาก ๆ ของส่งวันเดียวจากเชียงใหม่ พรุ่งนี้เช้า ถึงนราธิวาส ค้าขายบน internet สะดวกขึ้น next day delivery เกิดขึ้น การค้าขายก็ดีขึ้น
- คู่กับรางรถไฟ ก็วางสายใยแก้วไปด้วย เป็น backbone ให้ data วิ่ง เครือข่ายราชการ เครือข่ายเอกชน ได้ใช้ ถนน data ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมสำหรับ application ของราชการและเอกชน
- ประเทศไทยโชคดีที่ไม่ต้องเวรคืนที่แต่อย่างใด เพราะที่ดินสองข้างรางรถไฟ ข้างละ 1 เส้น (40m) รวม 80 เมตร กำหนดให้เป็นเขตของการรถไฟอยู่แล้ว
- รถในกรุงเทพก็ติดน้อยลง เพราะคนอยู่นอกเมืองก็ได้ ทำงานค้าขายผ่าน internet ส่งของรวดเร็ว ก็ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าเมือง
- สุขภาพจิต คุณภาพชีวิตครอบครัวก็ดีขึ้น ระยะทาง 600 km นั่งรถไฟไม่เกิน 3 ชม. ทุกเย็นวันศุกร์ กลับไปอยู่กับพ่อแม่ ปู่ยาตายาย เช้าตีห้าวันจันทร์ก็กลับมาทำงานได้
- สุขภาพจิตดี สุขภาพร่างกายดี คนก็ป่วยน้อยลง ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพคน ก็ลดลง
อื่น ๆ อีกมากมายครับ
==========================================
*(1)http://www.washingtonexaminer.com/opinion/blogs/beltway-confidential/Is-high-speed-rail-the-answer-83372122.html
*(2) http://nextbigfuture.com/2010/05/china-argues-over-regular-high-speed.html
จากคุณ |
:
กลายใต้
|
เขียนเมื่อ |
:
30 ก.ค. 53 02:43:24
|
|
|
|
 |