(อันเนื่องมาจาก inception) รบกวนมาคิดกันอีกทีเรื่อง เวลาในฝัน
|
|
สิ่งที่อยากจะคิด ไม่ใช่เรื่องฝันซ้อนฝัน แต่เป็นเรื่องเวลาในฝัน ซึ่งผมไม่ได้บอกว่ามันจะนานกว่า(=นับเป็นนาทีได้มากกว่า)เวลาจริง แต่มันจะ ...
(แต่ละข้อ มาแบบสรุป ถ้าใช้คำผิด ขออภัย และขอบคุณที่ช่วยแก้ครับ)
สมมติฐาน เวลาในฝันแปรผัน(relate)ตามจิตขณะฝัน
ข้อเท็จจริง (ถ้าใครเห็นว่าไม่ใช่ ช่วยบอกด้วยครับ) 1. ฝันคือจิตปรุงแต่ง ทั้ง รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส ในฝันถูกจิตปรุงขึ้นมาทั้งนั้น 2. ส่วนใหญ่เราไม่ได้ฝันเรื่องราวอย่างต่อเนื่องหรือเก็บรายละเอียดทุกเม็ดเป็นนาทีต่อนาทีในขณะฝัน มันเป็นเหมือนความคิดที่กระโดดข้ามไปมาได้ 3. จากทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ(Special Relativity) เวลาขึ้นอยู่กับความเร็วสัมพัทธ์ของกรอบอ้างอิงของผู้สังเกต
วิเคราะห์และพิสูจน์ จากข้อ 2 เราจับเวลาในฝันได้ยาก จะจับเวลาได้จะต้องฝันอย่างต่อเนื่องยาวนานและมีสมาธิกับความฝันเรื่องนั้นๆโดยไม่ข้ามตอนไม่เปลี่ยนเรื่องเสมือนตื่นอยู่เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ดี ถึงจะทำได้ก็จับเวลาไม่ได้อยู่ดี เพราะนาฬิกาในฝันเกิดจากจิตสร้างขึ้น ไม่ใช่นาฬิกาที่วัดความเร็วของแสงเหมือนอย่างตอนที่เราตื่นกันอยู่ ผนวกรวมกับข้อ 1 ทำให้ทุกสิ่งในฝันรวมถึงเวลาในฝันจับต้องไม่ได้เชื่อถือไม่ได้และวัดไม่ได้(ถ้าจะเทียบกับเวลาตามนาฬิกาจริง) เพราะแล้วแต่จิตจะปรุงแต่งตามแต่สภาพที่จิตเป็นอยู่ในขณะนั้นๆ สรุปคือระยะเวลาในฝันแล้วแต่จิตจะประเมินให้นั่นเอง และจากข้อ 3 สรุปได้ว่า เวลาในฝันจะช้าหรือเร็ว(เมื่อเทียบกับเวลานาฬิกาจริง)นั้นขึ้นอยู่กับความเร็วของจิตในขณะที่ฝัน
แล้วจิตจะเดินเร็วเมื่อไหร่? เดินช้าเมื่อไหร่? จิตจะเดินเร็วเมื่อมีความสุข และจะเดินช้าเมื่อมีความทุกข์ พิสูจน์ได้อย่างไร? หลายๆคนจะรู้สึกว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่เวลาแห่งความทุกข์มันช่างยาวนานเหลือเกิน แค่ความรู้สึก คงจะยังพิสูจน์อะไรไม่ได้ เอาใหม่
น่าจะพอเชื่อได้ว่า ยิ้มและหัวเราะ(ความสุข)จะทำให้อายุยืนขึ้น เดี๋ยวนี้ก็มีสปาหัวเราะกันแล้ว คำถามคือทำไมความสุขทำให้อายุยืนขึ้น? อันที่จริง อายุไม่ได้ยืนขึ้นหรอก มันเท่าเดิมคือเท่ากับอายุขัยของแต่ละคน แต่จิตใจคิดไปเองต่างหาก (อย่างที่บอก เวลาสัมพัทธ์กับผู้สังเกตคือจิตใจ) ซึ่งก็ส่งผลต่อร่างกายด้วย แต่ในที่นี่จะไม่พูดถึง อธิบายเพิ่มเติมให้เห็นภาพ หากเราแยกร่างกายกับจิตใจออกจากกัน แต่ละอย่างมีอายุขัย 80 ปี ให้ร่างกายคงที่เป็นเสมือนนาฬิกาปกติเดินได้ 80 ปี หากจิตใจคงที่ไม่สุขไม่ทุกข์ก็จะอยู่ได้ 80 ปีเช่นกัน แต่เมื่อจิตใจมีความสุขจะเดินเร็วขึ้น หากให้ผู้สังเกตเป็นจิตใจเมื่อจิตใจอายุ 80 ร่างกายอาจจะแค่ 40 ก็ได้(จิตใจเดินเร็วกว่าร่างกาย) และหากเปลี่ยนผู้สังเกตเป็นร่างกายเมื่อร่างกายอายุ 80 จิตใจอาจจะไป 160 แล้ว ในทางกลับกัน เมื่อจิตใจมีความทุกข์จะเดินช้าลง หากให้ผู้สังเกตเป็นจิตใจเมื่อจิตใจอายุ 80 ร่างกายอาจจะไป 160 ก็ได้(จิตใจเดินช้ากว่าร่างกาย) และหากเปลี่ยนผู้สังเกตเป็นร่างกายเมื่อร่างกายอายุ 80 จิตใจอาจจะไปแค่ 40 เอง ฉนั้นหากมองที่ผู้สังเกตที่เป็นกลางคือร่างกายอายุ 80 จิตที่มีความสุขจะอายุได้ถึง 160 ก็ยาวเหลือเกิน แต่จิตที่มีความทุกข์จะอายุแค่ 40 เท่านั้นสั้นจริงๆ อันนี้ให้ตัวแปรอื่นๆคงที่เท่ากันนะครับ
ด้วยข้อสรุปด้านบน เวลาในฝันวัดจากผู้สังเกตคือตัวเราในฝัน เมื่อเทียบกับเวลาจริงนาฬิกาจริงแล้วก็แปรฝันตามความเร็วของจิตขณะฝันนั่นเอง หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ ฝันดีก็จะเร็วสั้น(=นาทีน้อยกว่านาฬิกาจริง) ฝันร้ายก็จะช้านาน(=นาทีในฝันมากกว่านาฬิกาจริง)
เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ คิดเห็นประการใด ช่วยแบ่งปันกันด้วยนะครับ
ของแถม ๑. ฝันก็คือความคิดในยามหลับ ความคิดก็คือความฝันในยามตื่น ๒. โลกที่เรารับรู้อยู่ทุกวันนี้ก็มาจากความคิดและความฝันนั่นเอง ๓. ฉนั้น ถ้าอยากจะอายุยืนก็ต้อง คิดดีพูดดีทำดี ให้ชีวิตมีความสุขนั่นเอง ๔. สีเขียวทำให้สดชื่น จะฝันจะตื่นก็นึกถึงสีเขียวสดๆไว้นะ
จากคุณ |
:
จุใจ
|
เขียนเมื่อ |
:
7 ส.ค. 53 05:53:19
|
|
|
|