 |
ความคิดเห็นที่ 3 |
|
คห.1 จะตรงกับบทเขียนนี้ไหมเอ่ย
พรหมลิขิต เป็นอย่างไร
เชื่อกันว่าพรหมลิขิตคือชะตาหรือวิถีชีวิตที่มีผู้กำหนดไว้ให้ บางคนอยากรู้ล่วงหน้า พอรู้ว่ามีเคราะห์ก็สะเดาะเคราะห์กัน ผู้ที่ไม่เชื่อมักไม่แสดงออก เกรง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ที่เขียนนี้ไม่ได้ลบหลู่ แต่มีเรื่องชี้ว่าไม่น่ามีพรหมลิขิตเช่นนี้ แล้วมันควรเป็นอย่างไร มาดูกันจากเรื่องที่บ่งชี้ ซึ่งเรารู้ได้ถูกต้องเป็นจริง สสาร เอกภพ และน้ำ ซึ่งเป็นของเหลว แข็งตัวและหายตัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
สสาร (ของแข็ง ของเหลวหรือแก๊ส) มีตัวตนเป็นอณู (หรือโมเลกุล ซึ่งประกอบด้วยอะตอม) มี 2 กลุ่ม ธาตุ กับ สารประกอบ อณูธาตุมีอะตอมชนิดเดียว มีคาร์บอน (C) ออกซิเจน (O2) ไฮโดรเจน (H2) ฯลฯ สารประกอบมีธาตุอย่างน้อย 2 ชนิด เช่น CO2 และ น้ำ ธาตุมีราว 100 ชนิด (ล้วนมีโครงสร้างของอะตอมที่มีใจกลางให้โปรตอนกับนิวตรอนอยู่ ล้อมด้วยอิเล็กตรอนโดยรอบห่างไกลออกมา ธาตุต่างกันที่จำนวนโปรตอน) สารประกอบมีจำนวนนับไม่ถ้วน ล้วนได้จากธาตุ สสารกับพลังงานรวมเป็นกลุ่มมหึมามากมาย ก่อเกิดเป็นเอกภพ นี่เป็นเรื่องจริง ๆ นี้ชี้ว่าธรรมชาติเป็นสถาปัตยกรรมที่ชาญฉลาดอย่างมหัศจรรย์ อนุภาคอันน้อยนิดก่อเกิดเอกภพทั้งมวล น้ำมีอณูเล็ก มี H 2 อะตอมผูกพันธะ (มีพลังงาน) กับ O 1 อะตอม เป็น H2O คุณสมบัติของธาตุทั้ง 2 ทำให้น้ำมีขั้ว น้ำต่างอณูดึงดูดกัน ระหว่าง H (+ เล็กน้อย) กับ O (- เล็กน้อย) เรียก hydrogen bond (H-bond) เป็นแรงอ่อน เมื่อเทียบกับพันธะที่ผูกอะตอมอยู่ในอณู มันแรงพอที่จะดึงอณูให้อยู่เบียดชิดกันเลื่อนไหลได้ เป็นของเหลวความหนาแน่นสูง และตรึงอณูให้อยู่กับที่ กลายเป็นน้ำแข็ง ที่ 0OC แต่แรงไม่พอที่จะยึดอณูที่ดิ้นแรงขึ้นตามอุณหภูมิให้อยู่ด้วยกัน พอถึง 100OC อณูแยกจากกันไปเดี่ยว ๆ หายตัวไปเป็นไอ (แก๊ส)
สิ่งมีชีวิต ธรรมชาติส่วนน้อยนิดของเอกภพ ก็มีตัวตนเป็นอณู เช่นเดียวกับน้ำ เรียก อณูชีวิต เป็นอณูใหญ่ หลากหลายและสลับซับซ้อนมาก อณูชีวิตมีธาตุ 6 ชนิด C, H, O, N (ไนโตรเจน), P (ฟอสฟอรัส) และ S (กำมะถัน) เบื้องต้นธาตุเหล่านี้รวมกันเป็นอณูเล็ก H2O, CO2 ฯลฯ จากนั้นรวมเป็นอณูใหญ่ขึ้นตามลำดับ แล้วนำมาต่อเป็นอณูชีวิต (มี 1010 อะตอมหรือใหญ่กว่า) ซึ่งมี 4 กลุ่ม มี กรดนิวคลิอิก โปรตีน แป้งและไขมัน แต่ละกลุ่มมีชนิดนับไม่ถ้วน ต่างกันไปแล้วแต่สิ่งมีชีวิต อณูเหล่านี้ดึงดูดกัน รวมตัวเป็นกลุ่มก้อนที่มีการสร้างและสลายไม่อยู่นิ่ง ก่อเกิดเป็นสิ่งมีชีวิต ชีวิตเกิดจากอณูของสสารต่าง ๆ ซึ่งไร้ชีวิต นี่เป็นสุดยอดความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ก่อนที่จะสร้างชีวิตใหม่ ต้องสร้างอณูชีวิตของสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ให้ครบถ้วน จะเป็นอณูใดนั้นถูกกำหนดไว้แล้วในสายพันธุ์ (ยีน เป็นกรดนิวคลิอิก) สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว ลอกยีนให้มี 2 ชุดเหมือนกัน ก่อนแบ่งเซลล์เป็น 2 ชีวิต คนมีอวัยวะสลับซับซ้อน บางส่วนทำหน้าที่นึกคิดที่เรียกกันว่า จิต การสร้างชีวิตใหม่ต้องมีการเจริญเติบโต สร้างอวัยวะ และมีการสืบพันธุ์ ลูกเป็นชีวิตใหม่ที่ได้ยีนจากทั้งพ่อและแม่ การลอกยีนให้เหมือนเดิมได้นั้นถูกกำหนดโดย H-bond เป็นแรงชนิดเดียวกับที่ทำให้น้ำเป็นน้ำ มีเหตุปัจจัยเดียวกัน ชีวิตมีการกำหนดเช่นนี้ เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ ยีนของพ่อแม่ที่เป็นคนจะเกิดลูกคน ช้างเกิดจากคนไม่ได้ คนไม่เกิดจากช้าง นั่นคือชีวิตใหม่กำหนดไว้แล้วว่าให้เป็นอะไร ในกรณีที่พ่อและแม่ต่างเป็นพาหะของโรคพันธุกรรมเดียวกัน ถ้าลูกได้ยีนปกติจากทั้งคู่ ลูกจะปกติ ถ้าได้สายที่บกพร่องจากคนใดคนหนึ่ง ลูกก็เป็นพาหะดังเช่นพ่อหรือแม่ที่เขาได้ยีนมา แต่ถ้าได้สายที่บกพร่องทั้งคู่ เขาก็ต้องเป็นโรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือพรหมลิขิตที่แท้จริง เป็นการกำหนดตามธรรมชาติของชีวิตเกิดใหม่ว่าต้องเป็นอย่างไร
พรหมลิขิตยังหมายถึงการปฏิบัติตนของเราซึ่งมีผลต่อวิถีชีวิต ที่จริงก็เป็นตนลิขิต ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บางคนทำดีไม่ได้ดี ก็หาว่าพรหมลิขิต (โทษผู้อื่น) ต้องสะเดาะเคราะห์ (ติดสินบนเพื่อเลี่ยงผลกรรมหรือทำผิดแล้วหวังได้รับนิรโทษกรรม) พากันเชื่อตาม การไม่เชื่อ ตนลิขิต แต่สะเดาะเคราะห์ได้ ก็เท่ากับไม่ยอมรับ เวรกรรมมีจริง ซึ่งมีจริง และหมายถึงทำอะไรต้องได้รับผลตามที่ทำไว้
ทำดีไม่ได้ดี เพราะทำโดยขาดสติปัญญา สติคือตื่นอยู่รู้ตัว บางทีทั้งที่ตื่นอยู่แต่รับรู้ภาวะได้ไม่ตรงจริง ดังคนบ้าไม่รู้ตัวว่าบ้า นี่คือขาดสติ ส่วนปัญญาคือความรู้รอบ รู้ตามสัปปุริสธรรม ธรรมของคนดี 7 ข้อ เหตุ ผล ตน ประมาณ เวลา สถานที่และบุคคล จะรู้รอบต้องเรียนรู้มากและใช้ความรู้ได้ อาจเรียกว่ารู้คิด จึงมีปัญญา มีความจริงอีกว่า เรารู้ว่ารู้อะไร แต่ไม่รู้ว่าไม่รู้อะไร ผู้ที่ได้เรียนรู้น้อย สิ่งที่ไม่รู้จะมีอีกมากโดยไม่รู้ตัว ที่รู้ไม่รอบไม่รู้คิดนี้ทำให้ขาดปัญญา ฉะนั้นเมื่อขาดสติปัญญาแล้ว ทำดีจึงไม่ได้ดี ผู้ทำไม่รู้ตัว จึงไม่รู้ว่าชีวิตมี ตนลิขิต เป็นพรหมลิขิตที่ตัวเรากำหนดเองโดยการกระทำ เป็นส่วนเสริมพรหมลิขิตตามธรรมชาติที่ชีวิตกำหนดโดยสายพันธุ์
เรื่องที่เรารู้จริงแล้วชี้ว่าชีวิตเป็นความมหัศจรรย์ตามธรรมชาติ จริงนิรันดร์กาล เป็นกลุ่มก้อนอณูที่มีการสร้างและสลายไม่อยู่นิ่ง พรหมลิขิตเป็นการกำหนดให้ชีวิตใหม่เป็นอย่างไรจากสายพันธุ์เดิม ลูกสืบสกุลจากพ่อแม่ ถือเป็นชาติหน้า (ชาติที่เกิดทีหลัง) ของพ่อแม่ ส่วนพ่อแม่ก็เป็นชาติก่อน ผู้ให้กำเนิด เลี้ยงดูและสั่งสอนด้วยรักและเมตตา ผูกพันกัน ก่อเกิดจิตที่ดีงาม คุณธรรม ปัญญา ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้คนเป็นสัตว์ประเสริฐ จิตเข้าใจยาก เป็นสิ่งที่ผูกอยู่กับรูป (กาย กลุ่มก้อนอณูชีวิต) รูปก่อเกิดจิตและจิตปรุงแต่งรูป พรหมลิขิตหมายรวมถึงการปฏิบัติตน ที่จริงเป็นตนลิขิต ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตรงกับ เวรกรรมมีจริง ทำอะไรต้องได้รับผลตามที่ทำไว้ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ บางทีพ่อแม่ (ชาติก่อน) ทำไว้ ลูกก็รับผลด้วย เขาก็ว่าเป็น กรรมเก่า จะเป็น ตนลิขิต ได้จริงก็ต่อเมื่อทำการใดก็ทำด้วยสติปัญญา (รู้ตัวรู้คิด) ดังพรปีใหม่พระราชทาน (๒๕๕๓) จากในหลวงที่เรารักและเทิดทูน ว่า ขอให้มี สติรู้ตัว ปัญญารู้คิด
จากคุณ |
:
swathcu@yahoo.com
|
เขียนเมื่อ |
:
14 ก.ย. 53 16:24:30
A:122.154.3.81 X: TicketID:281681
|
|
|
|
 |