คุณจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเส้นเลือดในสมองแตก?
|
 |
นักประสาทวิทยา ดร. Jill Bolte Taylor ได้ออกมาเล่าเรื่องราวของเธอ ที่ดูเหมือนจะเป็นประสบการณ์ซึ่งดูจะไม่น่าพิศมัยนักสำหรับคนทั่วไปอย่างเราๆ แต่เป็นช่วงเวลาที่ทำให้จิลกล้าพูดได้ว่า เธอเป็นผู้เชี่ยชาญ"อย่างแท้จริง"
เช้าวันหนึ่ง จิลตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดหัวที่บริเวณหลังตาข้างซ้าย "มันเหมือนกับตอนที่คุณกินไอติม" เธออธิบาย มันบีบ แล้วก็คลาย มันบีบ แล้วก็คลาย ตลอดอยู่เช่นนั้น แต่มันก็ไม่ได้ให้คำใบ้มากพอที่จะทำให้เธอรู้ว่าสิ่งผิดปกตินี้คืออะไร?
เธอจึงทำกิจวัตรประจำวันของเธอต่อ โดยเริ่มจากเล่นเครื่องออกกำลังกาย ซึ่งตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นว่า มือของเธอกลายเป็น กงเล็บทรงเลขาคณิตที่ยึดจับกับเครื่องเล่นไว้ เช่นเดียวกับร่างกายของเธอ ที่ดูแปลกประหลาดขึ้นทุกที สติของเธอเริ่มเคลื่อนผ่านออกจากความเป็นจริง จากตัวเธอ กลายเป็นอีกคนที่เฝ้ามองคนที่กำลังเล่นเครื่องออกกำลังกายอยู่ ความเป็นปวดของเธอไม่ได้ทุเลาลงแม้แต่น้อย ขณะที่จิลกำลังเดินผ่านห้องนั่งเล่นนั้นเอง เธอพบว่าทุกส่วนในร่างกายของเธอเคลื่อนไหวช้าลงอย่างมาก ทุกก้าวอย่างเป็นไปอย่างแข็งทื่อ ขาดความลื่นไหล การรับรู้ของเธอเปลี่ยนจากสิ่งรอบๆตัว กลับมาจดจ่อที่ระบบภายในตัว
เมื่อจิลกำลังที่จะก้าวขาลงไปในอ่างน้ำ เธอได้ยินทุกๆเสียงความเคลื่อนไหวในร่างกายของเธอ "กล้ามเนื้อมัดนี้รัดตัวนะ กล้ามเนื้อมัดนี้คลายตัวซะ" อยู่เช่นนั้น ร่างกายที่สูญเสียการทรงตัวได้พิงเข้ากับพนัง จิลมองดูที่แขนของเธอ ทำให้เธอรู้ว่า เธอไม่สามารถหาความเชื่อมโยงระหว่างร่างกายของเธอได้อีกต่อไป "มันดูเสมือนว่าโมเลกุลของแขน ได้กลมกลืนเข้ากับโมเลกุลของพนังไปเสียแล้ว ฉันสัมผัสได้เพียงแต่พลังของสิ่งนั้น..." จนในที่สุดเธอก็ได้ถามตัวเอง(เสียที)ว่า "เกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย?!?"
ช่วงเวลานั้นเอง ที่สมองซีกซ้ายของเธอหยุดทำงาน ทุกอย่างดูเงียบอย่างสมบูรณ์ แม้แต่จิตของเธอ เธอเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังงานรอบๆตัวเธอ เนื่องจากเธอไม่สามาถแยกแยะความเป็นตัวเธอได้ จิลจึงรู้สึกว่าเหมือนเป็นก้อนพลังงานขนาดใหญ่ และสวยงาม...!?!
ทันใดนั้นเองที่สมองซีกซ้ายของเธอกลับมาทำงานอีกครั้ง พร้อมกับบอกเธอว่า "เฮ้ นี่เรามีปัญหานะ เราต้องการความช่วยเหลือ!" เธอจึงเริ่มได้สติอีกครั้งหนึ่ง และเริ่มเดินไปรอบๆอพาร์ทเมนท์เพื่อขอความช่วยเหลือ!!
"ฉันต้องไปที่ทำงาน!" คือสิ่งแรกที่เธอคิด "แล้วฉันจะขับรถได้หรือ?" ทันใดนั้น แขนขวาของเธอก็เป็นอัมพาทแล้วเรียบร้อย เธอจึงคิดได้ว่า "นี่ฉันเส้นเลือดในสมองแตก!...นี่มันเจ๋งชะมัด" (เวรกรรม) "จะมีคนที่ศึกษาสมองสักกี่คนที่ได้มีโอกาสศึกษาสมองตัวเองจากข้างในจริงๆ!!!"
จิลพยายามจะโทรหาที่ทำงานของเธอ แม้ว่าเธอจะจำเบอร์โทรของที่นั่นไม่ได้ แต่เบอร์บนการ์ดที่อยู่ในห้องทำงานของเธอนั้นมีอยู่ เมื่อเธอหยิบกองการ์ดมาดู ก็ต้องเจอกับปัญหาอีกครั้ง...
แม้ว่าเธอจะเห็นสิ่งที่อยู่บนการด์ได้อย่างชัดเจน แต่เธอไม่สามารถบอกได้เลยว่าสิ่งที่อยู่บนนั้นคืออะไร เธอเห็นเป็นจุดพิกเซลที่กลมกลืนกันไปมาระหว่างตัวอักษร พื้นหลัง และสัญลักษณ์ กว่าที่เธอจะหาการ์ดที่มีเบอร์ที่ทำงานของเธอเจอ ก็ต้องใช้เวลาถึง45นาที
แม้ว่าจะเจอเบอร์โทรแล้ว แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะแยกแยะได้อีกว่า ตัวเลขแต่ละตัวคืออะไร?!? เธอจึงต้องค่อยๆพยายามเทียบระหว่างรูปร่างของตัวเลขที่อยู่บนการ์ด กับตัวเลขที่อยู่บนโทรศัพท์ มีอยู่หลายครั้งที่เธอหลุดจากความเป็นจริงไป (เธอเรียกช่วงเวลานั้นว่า ลาลา แลนด์) เมื่อกลับมา จิลจะไม่สามารถจำได้ว่า เธอกดเบอร์อะไรไปแล้วบ้าง!?!
เธอจึงใช้มือข้างขวาช่วย คอยไล่เบอร์ที่กดไปทีละตัว ละตัวจนในที่สุดก็กดได้ครบทุกตัว... เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเธอรับสาย และพูดกับเธอว่า ...."วู วู่ วู้ วู วู่" เธอฟังไม่ออกด้วยซ้ำว่าเขาพูดอะไร เมื่อเธอกำลังจะบอกเขากลับเพื่อขอความช่วยเหลือ แม้จะแจ่มชัดอยู่ข้างในถึงสารที่ต้องการจะบอก แต่สิ่งที่ออกจากปากเธอก็คือ "วู้ วู วู่ วู วู่"....โชคดีเหลือเกินที่เพื่อนร่วมงานของเธอจำเสียงเธอได้ และรีบขอความช่วยเหลือทันที
เมื่อหมอนำก้อนลิ่มเลือดที่มีขนาดเท่ากับลูกกอล์ฟออกไปจากหัวเธอได้ จิลใช้เวลาถึง8 ปี ในการฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นจนหายเป็นปกติในที่สุด...
เห็นว่าเรื่องราวน่าสนใจดีครับ ผมก็พยายามจะแปลให้ได้อ่านกันเผื่อท่านใดไม่สันทัดในเรื่องภาษา อาจจะแปลผิดแปลถูกก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
แก้ไขเมื่อ 18 ต.ค. 53 22:33:42
แก้ไขเมื่อ 18 ต.ค. 53 22:33:08
แก้ไขเมื่อ 18 ต.ค. 53 22:31:38
จากคุณ |
:
ผมยังเด็ก
|
เขียนเมื่อ |
:
18 ต.ค. 53 22:30:28
|
|
|
|