เมื่อวาน ก่อนออกจากบ้านตอนเที่ยง เข้ากทม.
ผมได้รับโทรศัพท์ยืนยันจากคุณ surasakmu ที่ผมส่งเบอร์โทรทางหลังไมค์ไปให้ว่า มาแน่นอน แต่อาจจะช้านิดหน่อย ตอนแรกนี่แอบนึกกลัว ว่าถึงเวลาแล้วไม่มา ปล่อยให้พวกเรารอเก้อ
แต่ฟังจากเสียงแล้ว ดูเป็นผู้ใหญ่ดี ไม่ใช่เกรียนแน่ๆ ค่อยอุ่นใจ ขึ้น
ผมเข้าไปทำธุระ ส่วนตัว กว่าจะเสร็จเข้าไปถึง จุฬา ก็ราวๆ ก่อน 18:00 นิดนึง ก่อนเวลานัดนิดนึง
เจอน้องๆ กลุ่มใหญ่ นั่งรอกันอยู่แล้ว พร้อมอาจารย์เจษฏ์
อีกซักครู่ คุณ surasakmu หรือ คุณหมู ก็ตามมาพร้อมแนะนำตัว ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่คิดไว้ครับ 
ตอนนั้นน้องๆเริ่มหิวกันแล้ว ก็เลยให้ลอง ทานขนม ไดฟูกุ แป้งสด(ของอร่อย เจ้าดังเมืองนครสวรรรค์ ) และ ขนมปังสังขยาเจ้าดังสิงบุรี
ทั้งสองเจ้า ไม่มีขายตามร้านของฝากทั่วไป นอกจาก ที่รานเค้าเอง (พื้นที่โฆษณา โปรโมท ของดีบ้านตัวเองเห็นๆ อิๆ)
หลังจากนั้นก็ย้ายกันไปห้องประชุม อาคาร ดร.คุ้ม ที่อจ.เจษฏ์เตรียมไว้
ปรึกษาตกลง การทดสอบกันแบบกันเอง
กติกา ก็อย่างที่บอกไว้
เราจะทำการทดลองกัน โดยมี ตัวเลือกให้ทดสอบแต่ล่ะครั้ง สี่ตัวเลือก เป็นเหรียญจริง หนึ่งกล่อง และเหรียญปลอม 3 กล่อง ซึ่งสุ่มไม่รู้ทั้งคนทาย และคน ให้ทาย
ถ้าคุณสุรศักดิ์ ทายถูกหรือแยกได้ว่าเหรียญไหนให้ผลดีได้จริง ติดต่อกัน ห้าครั้งถือว่า ทดสอบผ่าน แต่ถ้าผิดให้เริ่มใหม่ได้ รวม ห้ารอบ
ซึ่งการทดสอบนี้ ถ้าเหรียญมีพลังอำนาจจริง คุณสุรศักดิ์ ถือเหรียญอยู่ย่อมจะรู้สึกได้ ว่าเค้าแข็งแรงขึ้นหรือยืดหยุ่นตัวได้ดีขึ้น ตามที่เคยทดสอบไว้ และบอกได้ว่าเหรียญไหนคือเหรียญจริง อย่างถูกต้องแน่นอน ที่เผื่อสำรองให้ทดสอบใหม่ ได้ห้ารอบ
เพื่อป้องกันการตื่นเต้น หรือ พลาดแบบไม่น่าพลาด เรียกว่าให้โอกาสแก้ตัวได้เต็มที่
แต่ถ้าบอกความแตกต่างไม่ได้หรือทายผิด นั่นแสดงว่า เหรียญมันไม่ได้ผล คุณสุรศักดิ์ถึงแยกไม่ได้ ความรู้สึกที่เคยทดสอบมา นั่นเป็นแค่อุปาทานหรือ Placebo effect เท่านั้น
จะเห็นว่านี่คือการทดสอบประสิทธิภาพของเหรียญ ไม่ใช่การทายเหรียญหรือเดาเท่านั้น แต่ถ้าเหรียญมันไม่มีผลจริงนั่นแหละ มันคือการเดาซึ่งตามหลักความน่าจะเป็นแล้ว โอกาสฟลุ้คค่อนข้างยาก เพราะว่าการเดา สี่ตัวเลือก ให้ถูก 5 ครั้งติดกัน
เท่ากับ 1/4 X1/4 X1/4 X1/4 X1/4 = 1/1024 แม้จะให้ทำซ้ำได้ ห้ารอบ เพิ่มโอกาส เป็น 5/1024 ก็ยังไม่ง่ายนัก ที่จะเดาได้
สำหรับการทดสอบที่เราเสนอให้คุณสุรศักดิ์เลือกเองได้หมด ทั้งการต้านแรงกด หรือ จะบิดตัวดูการยืดหยุ่น หรือ จะผสมกันก็ได้ตามสะดวก แต่คุณสุรศักดิ์เลือกขอ เอาการกดอย่างเดียว เพราะบอกว่า การยืดหยุ่น ลองแล้วไม่ชัดเจนนักเลยขอเลือกการกด
โดยการทดสอบผมจะเอากล่องใส่เหรียญ วางบนมือคุณสุรศักดิ์ ที่แบไหว้ ห้ามกำและห้ามเขย่าให้รู้สึก แล้ว คุณสุรศักดิ์ เลือกน้อง ที่มาสังเกตุการณ์คนนึง มาเป็นคนกดแขนคุณสุรศักดิ์ ดูว่าทรงตัวดี และแขนแข็งแรงดีหรือไม่ โดยคุณสุรศักด์ สอนวิธีกดให้ (ได้น้องรูปหล่อจากเชียงใหม่มารับหน้าที่นี้)
การทดสอบนี้ ก่อนทดสอบคุณ สุรศักดิ์ เสนอขอเพิ่มเหรียญ เป็นสามเหรียญเพื่อให้พลังแรงขึ้นเนื่องจาก คิดว่ามันต้องผ่านกล่องกระดาษ อาจจะทำให้แรงมันลดลงไป แต่เค้าทดลองมาเอง พบว่าถ้าสามเหรียญ ทำได้ดีขึ้น
ตอนแรกผมเกรงว่า เหรียญหลายๆเหรียญไม่แน่นจะทำให้มันขยับมีเสียงแยกความต่างได้ ไม่เป็น Blind Test จริงๆ แต่อยากให้คุณสุรศักดิ์ หมดข้อสงสัย ก็เลยยอมตาม แต่จะใช้ดินน้ำมันช่วยล้อคให้มันติดกันเป็นก้อนเดียวกัน ไม่ขยับ
แต่คุณสุรศักด์ บอกว่าเค้ารู้สึกว่าคลื่นมันออกด้านข้างเหรียญมากกว่า เลยต้องเปลี่ยนแผนไม่ปิดขอบเหรียญด้วยดินน้ำมันแต่ใช้ติดด้วยเทปยึดเหรียญทั้งสามด้วยกันแทน แล้ว รองก้นมันด้วย ดินน้ำน้ำที่ทำเป็นวงโดนัท เพื่อให้ยึดติดกับกล่องไม่ขยับตอนถือได้ แล้วชั่งน้ำหนัก ไว้ (ได้ ประมาณ 48.60 กร้มมั้ง)
หลังจากนั้น ก็ทำเหรียญปลอม อีกสามอันที่จะใช้ทดสอบได้เหรียญกระดาษยัดไส้ดินน้ำมัน ที่อาจารย์เจษฏ์ ทำไว้มาเป็นตัวแทนเหรียญ แต่ว่าพอเพิ่ม เป็น สามเหรียญน้ำหนักขาดเลยต้องเอาเหรียญ ที่อจ.เตรียมไว้ มาซ้อนสองอันแล้วเติมดินน้ำมันเพิ่มเข้าไป จนหนักเท่ากับเหรียญจริง แล้วแบ่งดินน้ำมัน จำนวนเท่ากันกับที่ ปั้นฐานโดนัทรองเหรียญจริง มารองก้นด้านล่างไว้ จะได้ยึดติดกับกล่อง และมี Foot Print ที่ก้นกล่องเท่ากัน แยกความรู้สึกไม่ได้
กล่องที่ใช้ทดสอบผมเอา กล่อง Brand รังนก คู่รักคู่แค้น ของเราชาวหว้ากอ มาใช้ เพราะว่าขนาดกล่องกำลังพอดี โดย การจัดวาง จะวางเหรียญ ทั้งหมด สี่ตัวเลือกแบบสุ่ม ให้ตรงกับ โลโก้ข้างกล่อง และตำแหน่งตรงกันพอดีๆ ) ลองแล้วปล่อยให้สุ่มมั่ว จนผมเอง จำไม่ได้เลยว่า ใส่ไปไว้กล่องไหนบ้าง (ทุกรอบที่เปิดแล้ว จะย้ายกล่องสลับใหม่หมดทุกครั้ง )
แล้วจะให้คุณ สุรศักดิ์ลองซ้อมดู แต่คุณสุรศักดิ์ บอกว่าไม่ต้อง เค้าซ้อมมาพอแล้ว เหรียญมีผลจริง
แต่คุณสุรศักดิ์ ขอว่า ในการทดสอบแต่ล่ะคร้ง ถ้าลองตัวเลือกไหนแล้ว ไม่แน่ใจ ขอเอากลับมาลองทดสอบซ้ำก่อนทายได้มั้ย เราก็โอเค ยินดีให้เรียกตัวเลือกที่สงสัยกลับมาลองจนพอใจได้เลย ก่อนทาย ให้แน่ใจ
แต่ว่าการที่ให้ทดสอบซ้ำๆ แบบนี้ได้ มันจะกินเวลานาน ดังนั้น ขอลดการแก้ตัวลงเป็นถ้าผิดให้ลองใหม่เป็น สี่รอบแทน
ก่อนเริ่ม ทดลอง ก็ให้ลองเล่นๆกันเล่นดูหนึ่งรอบก่อนทดสอบจริง คุณสุรศักด์ เลือก กล่องไว้สองกล่อง ว่าอาจจะมี อีกสองกล่องไม่มีแน่ ก็เป็น 50/50 เปิดสองกล่องที่ว่าไม่มีปรากฏว่าเป็นเหรียญปลอมจริงๆด้วย
เหลือโอกาส สองกล่อง ที่เหลือที่เลือกไว้ 50/50 อีกครั้ง ในที่สุดเค้าก็เลือกอีกกล่อง และ เมื่อเลือก ออกมาแล้ว ก็ถูกอีกคั้ง นั่นคือ รอบ ที่ทดลองเล่นๆนี่ เค้าทายได้ ถูก แต่อย่างที่ว่าโอกาสความน่าจะเป็นแค่ 1/4 ฟลุ้คได้ไม่ยาก คุณสุรศักดิ์ก็พูดทีเล่น ทีจริงว่า ฟลุ้คได้
แต่ผมเองนี่แอบเครียดนิดๆ ทั้งที่ยังยิ้ม ว่าเอ๊ะ เราพลาดตำหนิตรงไหนให้รู้สึกได้ปล่าว เหรียญไม่ติดกับกล่อง ขยับตัวได้หรือ ถึง แยกได้(เหรียญจริงมันเป็นกระเบื้องแข็ง แต่ว่า เหรียญปลอมเป็นกระดาษกับดินน้ำมัน แม้น้ำหนักเท่ากันแต่ถ้าไม่ ติดแน่นเขย่า อาจะแยกความรู้สึกได้ เลยการจัดกล่องใหม่ให้ยีดติดไม่ขยับตัวด้วยวงแหวนดินน้ำมันที่ก้นเหรียญ
ในที่สุด ผลการทดลอง จริง หลังการทดสอบ ที่ใช้เวลานานพอสมควร ก็ออกมาอบ่างที่น้องๆโพสต์ไว้ในกระทู้ก่อน
สามรอบแรก หยุดตั้งแต่ การทายครั้งแรก เพราะว่า ทายผิดหมด
ตอนรอบสามจบ คุณสุรศักด์ต่อรองว่า ถ้ารอบสี่ผิด เค้าอยากขอแก้ตัวรอบที่ 5 อีกซักรอบเหมือนที่ตกลงเดิมไว้ได้มั้ย ผมก็ว่ามันนานแล้ว แต่ก็โอเค
จนถึงรอบที่ 4 ครั้งแรก คุณสุรศักดิ์ ทายถูก แต่ยังต้องถ้าทายถูกต่อ อีก สี่ครั้ง ถึงจะผ่านการทดสอบ แต่เมื่อทายครั้งที่สอง คุณ สุรศักดิ์ ลังเล ระหว่าง กล่อง 3 ที่มีโอกาสมาก กับ กล่องหนึ่ง ซึ่งคิดว่า มีโอกาสรองลงมา จึงขอทดสอบ สองกล่องนี้ อีก หลายๆครั้ง
ในที่สุดก็่เลือก กล่อง 1 รอบนี้ เราลองสนุกๆไล่เปิดกล่องอื่น ก่อนโดยเปิดกล่องสาม ปรากฏว่า ไม่ใช่ ไล่เปิดกล่อง สอง ก็ไม่ใช่ เหลือกล่องสี่ กับกล่องหนึ่ง ที่คุณสุรศักดิ์เลือก ตอนนี้ เลยเปิดกล่อง 1 ที่คุณสุรศักดิ์ เลือกไว้ ปรากฏว่า ไม่ใช่เหรียญจริง เหรียญจริง อยู่ในกล่องที่ 4 ซึ่งแสดงว่า ทั้ง กล่อง 1 และ 3 ที่คุณสุรศักดิ์ คิดว่า มันสูสีกันนั้น ผิดทั้งคู่
จบรอบนี้ เนื่องจากมีการลองซ้ำกันบ่อยๆ และเราปรับเงื่อนไขต่างๆ ตามคุณสุรศักดิ์ร้องขอ ทั้งการเลื่อนกล่อง ที่ไม่ได้ทดสอบไปวางไว้ไกลๆ ไม่ให้กวน และ ให้ลองซ้ำได้บ่อยๆจนแน่ใจก่อนทาย ในแต่ล่ะครั้ง ทำให้กินเวลามาก และคิดว่า น่าจะ
ได้ผลสรุป ที่ชัดเจนพอแล้ว จึงคิดว่า รอบห้า คงไม่ต้องแล้ว ซึ่งคุณ สุรศักดิ์ก็เห็นด้วย
สรุป คือ การทดสอบทั้งหมด ไม่ผ่านคุณสุรศักดิ์ทายถูก(หรือ จะว่าเดาถูก) แค่ครั้งเดียว จากการทาย ทั้งหมด 5 ครั้งในสี่รอบ น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในการเดา สี่ตัวเลือก ที่โอกาสถูก 1/4
ระหว่างทดสอบ เราก็คุยเล่นกันแลกเปลี่ยนกันตลอดผมชี้ให้คุณสุรศักดิ์ เห็นว่า ผมเองเชื่อว่า ตอนคุณสุรศักดิ์ทดลองกับเหรียญด้วยตัวเองที่บ้านนั้น คุณสุรศักดิ์อาจจะรู้สึกว่ามันได้ผลจริง แต่ว่ามันอาจจะเป็นแค่ผลทางจิตวิทยา หรืออุปาทาน หรือ Placebo effect เท่านั้น แต่ถ้าจะรู้ว่าเหรียญมันได้ผลจริงมั้ยต้อง ทำ Blind Test เหมือนที่เราทำ ถ้ามันได้ผลจริง เค้าจะบอกได้ว่าอันไหนที่มันช่วยเค้าแต่ผลออกมา แล้ว เค้าแยกได้ไม่ออกเลย
ผมยังบอกเค้าด้วยว่าสมมุติวันนี้เค้าผ่านการทดสอบได้ ทายถูกได้จริง ก็ยังน่าคิดเลยว่า กว่าจะแยกความแตกต่างกันได้เนี่ย เค้าต้องใข้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะแยกความต่างของพลังที่ได้จากเหรียญ แล้ว ความต่างแค่น้อยนิดอย่างนี้เอาไปใช้ หรือ ช่วยอะไรเราได้บ้างล่ะ ผมว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
แต่เมื่อคราวนี้ เมื่อทดสอบ อย่างมีหลักเกณฑ์ ปิดกั้นตัวแปรต่างๆ แล้ว มันแสดงออกมาว่าไมได้ผล ก็ยิ่งเน้นได้ชัดขึ้นว่า ความรู้สึกที่ตัวเองว่าแข็งแรง ยืดหยุ่น หรือ บาลานซ์ดีนั้น มันแค่อุปาทาน หรือ รู้สึกไปเองเท่านั้น
สุดท้ายขอบคุณ เพื่อนๆน้องๆทุกคน ที่มาช่วยสังเกตุการณ์ บันทึกภาพ และรายงาน ตลอดจนคุณ ต่อ จาก spring New ที่มาติดตามข้อมูลสังเกตูการณ์เช่นกัน
ขอบคุณอาจารย์ เจษฏ์ ที่ช่วยดูแล เรื่องวิธีการ และ ติดต่อจัดการเรื่องสถานที่
ขอบคุณ คุณ สุรศักดิ์ ที่เปิดใจกว้างมาร่วมทดสอบ และยอมรับผลการทดสอบ อย่างมีเหตุ มีผล
และขอบคุณน้องๆทุกคนที่ ไม่ได้กดดัน คุณสุรศักดิ์ หรือ ต่อว่าต่อขานกัน เหมือนที่เป็นมาก่อนทำให้บรรยากาศการทดสอบเป็นไปได้ด้วยดี เป็นมิตร และ สนุก
มึโอกาส คงได้มาช่วยกันทำอะไรเล็กๆให้สังคม แบบนี้กันอีกครับ
ก่อนทดสอบครั้งนี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ผลมันน่าจะรู้ๆกันอยู่แล้ว ทดสอบไปก็ไร้ประโยชน์
แต่ผมเองกลับคิดว่า มันไม่ไร้ประโยชน์ทีเดียว อย่างน้อยมันน่าจะทำให้คนทั่วไป รวมทั้งคุณสุรศักดิ์ ได้รู้จักการคิดและทดลองตามแบบวิทยาศาสตร์ โดยปราศจาก การใช้ อคติ อุปาทาน หรือแค่ความรู้สึกส่วนตัว มาตัดสิน ซึ่งผิดพลาดได้ง่าย จริงมั้ยครับ